ใครที่เคยขับรถผ่านถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่ภาคอีสานตอนบน คงคุ้นเคยกับภาพร้านรวงข้างทางที่แขวนไส้กรอกอีสานและ "หม่ำ" เรียงรายเรียกน้ำย่อย 

ปัจจุบัน ในอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองผ่านอีกต่อไป เพราะความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของ "หม่ำเมืองพล" เพิ่งผงาดคว้ารางวัลชนะเลิศ อปท. ต้นแบบซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารมาหมาดๆ

อะไรคือเคล็ดลับความอร่อยที่ทำให้หม่ำเมืองพลแตกต่างจากที่อื่นจนกวาดรายได้ให้ชุมชนกว่า 60 ล้านบาทต่อปี มาเจาะลึกสูตรเด็ดที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นกัน

เผยสูตรลับ ทำไมหม่ำเมืองพลถึงอร่อยไม่เหมือนใคร

แม้หน้าตาของหม่ำจะคล้ายคลึงกันในหลายพื้นที่ แต่หม่ำเมืองพลมีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นทั้งรสสัมผัสและกลิ่นหอมที่เกิดจากความพิถีพิถันในระดับก้นครัว

ไม่ว่าจะเป็นทีเด็ดข้าวคั่วใบมะกรูด หนึ่งในเคล็ดลับความหอมอยู่ที่การใช้ข้าวเหนียวนำมาคั่วใหม่ๆ บนเตา โดยคั่วไปพร้อมกับใบมะกรูดจนได้ที่ ก่อนจะนำมาบดและคลุกเคล้ากับเครื่องเทศ ทำให้หม่ำมีกลิ่นหอมสมุนไพรที่เตะจมูกทันทีที่ย่างไฟ พร้อมกับการเลือกใช้กระเทียมไทยเม็ดเล็กแม้จะปอกยากกว่า แต่ให้กลิ่นหอมที่ชัดเจนและรสชาติที่จัดจ้านถึงเครื่อง เข้ากันได้ดีกับเนื้อและเครื่องในที่สับจนละเอียด

...

นี่คือซิกเนเจอร์ที่ทำให้คนรักหม่ำต้องยอมสยบ คือ “เทคนิคอัดไส้แน่นกริบ” โดยหม่ำเมืองพลจะถูกยัดไส้จนแน่นตึ้บ ไม่มีช่องว่างให้อากาศเข้าไปแทรก ทำให้เนื้อเกาะตัวกันแน่น แห้งไว ได้เท็กซ์เจอร์เวลาเคี้ยวที่หนึบสู้ฟัน ยิ่งเก็บไว้นานเนื้อยิ่งแน่นและยิ่งอร่อยและหัวใจสำคัญที่มัดใจนักชิม คือ การใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากชุมชน 100% โดยไม่ใส่สารกันบูดและผงชูรสโดยเด็ดขาด

ความสนุกของการกินหม่ำคือการเลือกระดับความอร่อย ความเปรี้ยว และความนัวได้ตามความชอบส่วนตัว โดยหากชอบรสกลมกล่อม ให้เลือกหลังจากยัดไส้เสร็จ นำไปผึ่งแดดเพียง 3-4 ชั่วโมง ก็นำมาย่างไฟหอมๆ ทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ ได้รสชาติเนื้อและเครื่องเทศเน้นๆ

หากทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 1-2 วัน หม่ำจะเกิดกระบวนการหมักธรรมชาติ ให้รสชาติเปรี้ยวอมนัวที่แสนจะกลมกล่อม ทานแกล้มกับพริกสด กะหล่ำปลี และขิงดอง ยิ่งเพิ่มความอร่อยจนหยุดไม่อยู่

เพื่อเป็นการส่งต่อความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น และทำให้หม่ำเข้าถึงง่ายขึ้นสำหรับคนทุกวัย ชุมชนเมืองพลจึงได้จับมือกับเยาวชนและสถาบันการศึกษา สร้างสรรค์เมนูจากหม่ำในรูปแบบใหม่ๆ ที่ลบภาพหม่ำย่างจิ้มแจ่วแบบเดิมๆ ไปจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นซูชิหม่ำจับคู่ความนัวของอีสานเข้ากับศิลปะการปั้นข้าวของญี่ปุ่น, พิซซ่าหม่ำที่โรยหน้าหม่ำสับหยาบๆ บนแป้งพิซซ่า อบพร้อมชีสเยิ้มๆ ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี หรือขนมเทียนหม่ำที่นำความแปลกใหม่ในการนำความคาวนัวไปซ่อนในแป้งเหนียวนุ่มของขนมเทียน พร้อมยกระดับหน้าตาให้ดูโมเดิร์น สามารถเสิร์ฟเป็นออเดิร์ฟในงานจัดเลี้ยงได้อย่างลงตัวอย่าง หม่ำค็อกเทล และสลัดหม่ำก็ทำได้

ด้วยความอร่อยที่ถูกยกระดับ ทั้งในแง่ของการรักษามาตรฐานสูตรดั้งเดิม และการต่อยอดสู่เมนูฟิวชันล้ำสมัย จึงไม่แปลกใจเลยที่หม่ำเมืองพลจะกลายเป็นของฝากเบอร์ต้นๆ ที่สร้างรายได้ทะลุหลักแสนบาทต่อวันในช่วงเทศกาล และกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารที่พร้อมเสิร์ฟความแซ่บสู่สายตาชาวโลก