เวลาที่งานรุมเร้าจนรู้สึกโกรธ หรือเครียดจนหัวร้อน หลายคนมักจะมองหาของหวานหรือน้ำหวานมาเยียวยาจิตใจ แต่รู้หรือไม่ว่าน้ำตาลที่สูงเกินไปอาจยิ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเหวี่ยงและส่งผลให้อารมณ์แปรปรวนกว่าเดิม
การเลือกกินอาหารที่มีสารอาหารช่วยลดคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดจึงเป็นทางออกที่ดีกว่า ไทยรัฐออนไลน์มี 5 วัตถุดิบธรรมชาติที่หาซื้อง่าย พกพาสะดวก และเหมาะสำหรับพกไว้เคี้ยวเพลินๆ ที่โต๊ะทำงานมาฝากกัน
ดาร์กช็อกโกแลต เข้มข้นเพื่อความผ่อนคลาย
ของโปรดของใครหลายคนอย่างดาร์กช็อกโกแลตที่มีโกโก้ตั้งแต่ 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป คือสารช่วยชีวิตชั้นดีในเวลาที่อารมณ์บูด สารอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลตมีส่วนช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลและแอดรีนาลีนในร่างกายลงได้
นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินและเซโรโทนินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ทำให้สมองรู้สึกผ่อนคลายความตึงเครียดได้ทันทีหลังจากเคี้ยวเข้าไปเพียงไม่กี่คำ
อัลมอนด์ เกราะป้องกันความดันโลหิต
การเคี้ยวของกรุบกรอบในเวลาโกรธช่วยระบายความเครียดทางจิตวิทยาได้ดี และอัลมอนด์คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด ถั่วชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามินบีสอง วิตามินอี และแมกนีเซียม ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ให้พุ่งสูงขึ้นเวลาที่โมโห ทั้งยังช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและสมอง การพกอัลมอนด์อบธรรมชาติไว้สักกำมือหนึ่งจะช่วยให้เคี้ยวเพลินพร้อมกับสงบสติอารมณ์ไปได้พร้อมๆ กัน
เมล็ดฟักทอง ขุมพลังแมกนีเซียมควบคุมอารมณ์
หากไม่อยากกินถั่ว เมล็ดฟักทองคืออีกหนึ่งสิ่งที่สายนั่งโต๊ะทำงานควรมีติดไว้ เพราะเมล็ดฟักทองเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารที่มีแร่ธาตุแมกนีเซียมสูงที่สุด แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์และความรู้สึกวิตกกังวล
...
การที่ร่างกายขาดแร่ธาตุชนิดนี้จะทำให้หงุดหงิดง่ายและตื่นตระหนกได้ง่ายกว่าปกติ การเคี้ยวเมล็ดฟักทองแกะเปลือกวันละนิดจะช่วยรักษาสมดุลของระบบประสาทให้คงที่และรับมือกับความกดดันได้ดีขึ้น
บลูเบอร์รี สารต้านอนุมูลอิสระลดความตึงเครียดระดับเซลล์
เวลาที่รู้สึกโกรธหรือเครียด ร่างกายจะเกิดกระบวนการอักเสบและความตึงเครียดระดับเซลล์เพิ่มขึ้น บลูเบอร์รีสดแช่เย็นเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแอนโทไซยานิน ซึ่งช่วยลดการอักเสบและช่วยให้ร่างกายจัดการกับความเครียดได้ดีขึ้น รสชาติเปรี้ยวอมหวานของมันยังช่วยปลุกความสดชื่นให้สมองที่กำลังอ่อนล้าจากการทำงานได้ทันที
กล้วยหอม สารตั้งต้นแห่งความสุข
กล้วยหอมเป็นผลไม้ที่กินง่ายและช่วยปรับอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากมีกรดอะมิโนที่ชื่อว่าทริปโตเฟน ซึ่งร่างกายจะนำไปเปลี่ยนเป็นสารเซโรโทนินที่ช่วยให้อารมณ์ดีและผ่อนคลาย นอกจากนี้กล้วยยังมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเวลาที่อารมณ์เริ่มเดือดปุดๆ การกินกล้วยหอมสักลูกในช่วงบ่ายจะช่วยลดความเกรี้ยวกราดและเพิ่มพลังงานในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกกินวัตถุดิบธรรมชาติเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยดับความโกรธในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพร่างกายในระยะยาวโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำตาลหรือขนมขบเคี้ยวโซเดียมสูง
วันไหนที่รู้ตัวว่างานหนักจนเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ลองหาวัตถุดิบเหล่านี้มาวางไว้ข้างๆ คีย์บอร์ดดู ย่อมช่วยเซฟทั้งงานและเซฟทั้งสุขภาพจิตใจได้อย่างแน่นอน