ส่องคุณค่าทางโภชนาการของ “นอร์วีเจียนซาบะ” ปลาทะเลที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 วิตามินดี และโปรตีนช่วยสร้างกล้ามเนื้อ พร้อมคำแนะนำการบริโภคจากนักกำหนดอาหาร มหาวิทยาลัยมหิดล

ในยุคที่การดูแลสุขภาพเริ่มต้นที่จานอาหาร “ปลาทะเล” คือวัตถุดิบอันดับต้นๆ ที่ถูกนึกถึง โดยเฉพาะ “นอร์วีเจียนซาบะ” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเมนูยอดนิยมในร้านอาหารญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังถูกจัดเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” (Superfood) ที่อุดมไปด้วยไขมันดีและสารอาหารที่ร่างกายคนไทยมักขาดแคลน เตรียมพบกับคำตอบว่าทำไมปลาลายเสือจากนอร์เวย์ชนิดนี้ ถึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับสายสุขภาพ

ขุมทรัพย์จากท้องทะเล ทำไม “นอร์วีเจียนซาบะ” ถึงต่างจากปลาทั่วไป?

นางสาวโอซฮิลด์ นัคเค่น ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) ระบุว่า จุดเด่นที่ทำให้นอร์วีเจียนซาบะได้รับความนิยมสูง คือแหล่งที่มาซึ่งเติบโตในน้ำเย็นจัดและสะอาดของประเทศนอร์เวย์ ส่งผลให้ปลาสะสมไขมันดี (Healthy Fat) มากกว่าปลาในเขตน้ำอุ่น เนื้อปลาจึงมีความฉ่ำ อร่อย และมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งปัจจุบันคนไทยสามารถเข้าถึงวัตถุดิบพรีเมียมนี้ได้ง่ายขึ้นในราคาที่จับต้องได้

...

นางสาวโอซฮิลด์ นัคเค่น ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC)
นางสาวโอซฮิลด์ นัคเค่น ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC)

“คนไทยคุ้นเคยกับปลาซาบะอยู่แล้ว โดยเฉพาะในร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันนอร์วีเจียนซาบะกว่า 80% ถูกบริโภคในไทยผ่านร้านอาหารเหล่านี้ ในปีที่ผ่านมามีการส่งออกนอร์วีเจียนซาบะมายังประเทศไทยถึง 8,200 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.02 พันล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความแตกต่างของแหล่งที่มาของปลาที่โตในน้ำเย็นและใสสะอาดของนอร์เวย์” นางสาวโอซฮิลด์ กล่าวเสริม

ส่องคุณค่าโภชนาการ ทำไมต้อง “นอร์วีเจียนซาบะ”?

ดร.ฐนิต วินิจจะกูล อาจารย์และนักกำหนดอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกผ่านเวทีเสวนาว่า นอร์วีเจียนซาบะไม่ได้มีดีแค่โปรตีน แต่เป็นปลาที่ให้สารอาหารครบถ้วนในหนึ่งเดียว

ดร.ฐนิต วินิจจะกูล อาจารย์และนักกำหนดอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
ดร.ฐนิต วินิจจะกูล อาจารย์และนักกำหนดอาหาร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

  • โปรตีนคุณภาพสูง: มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน และมี “ลูซีน” (Leucine) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย
  • กรดไขมันโอเมก้า-3 (EPA & DHA): อุดมไปด้วยโอเมก้า-3 ในปริมาณที่สูงมาก หากรับประทานนอร์วีเจียนซาบะ 1 ส่วน (ประมาณ 100 กรัม) จะได้รับโอเมก้า-3 เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในหนึ่งวัน ช่วยทั้งเรื่องสุขภาพหัวใจและพัฒนาการทางสมองในเด็ก
  • แหล่งวิตามินดีและบี 12: ในบริบทของคนไทยที่มักพบภาวะขาดวิตามินดี (ประมาณ 1 ใน 3 ของประชากร) การกินปลานอร์วีเจียนซาบะ 1 ส่วน ให้วิตามินดีสูงถึง 30-40% ของที่ร่างกายต้องการต่อวัน
  • ความปลอดภัยสูง: จากการวิเคราะห์ของสถาบันวิจัยทางทะเลนอร์เวย์ พบว่าปลากลุ่มนี้มีการปนเปื้อนของโลหะหนัก (ปรอท) ต่ำมาก อยู่ในเกณฑ์ Best Choice ที่ปลอดภัยต่อการบริโภคต่อเนื่อง

...

เสียงจากผู้บริโภคจริง อร่อยง่าย ได้สุขภาพทั้งครอบครัว

ภายในงานยังมีการแบ่งปันประสบการณ์จากอินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัวที่นำนอร์วีเจียนซาบะมาสร้างสรรค์เมนูไทยๆ

  • BB Memory: ครอบครัวสายกินยืนยันว่าปลาชนิดนี้ “อร่อยแบบไม่พยายาม” เพราะเนื้อมีความฉ่ำและมีไขมันดีแทรกอยู่มาก ไม่จำเป็นต้องปรุงเยอะ
  • คุณอุ้ม นพรรต (Aum Napat): คุณแม่ยุคใหม่ชื่นชอบความสะดวกในการปรุง เพราะนอร์วีเจียนซาบะทำง่าย สุกไว และเข้ากับเมนูไทยอย่างน้ำพริกได้ดีเยี่ยม ช่วยให้ลูกสาวได้รับสารอาหารครบถ้วน 
  • eatwithdyny: เล่าถึงเมนู “ข้าวขยำปลาซาบะ” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สามีที่ออกกำลังกายหนัก เพราะย่อยง่ายและช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้ดี

...

เพื่อสุขภาพที่ดี ดร.ฐนิต นักกำหนดอาหารจาก ม.มหิดล แนะนำให้บริโภคปลาทะเลที่มีไขมันดีอย่างน้อย 2 ส่วนต่อสัปดาห์ (ประมาณ 240 กรัมต่อสัปดาห์) เพื่อให้ได้รับโอเมก้า 3 ที่เพียงพอต่อการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ที่สำคัญคือเทคนิคการปรุง แม้ปลานอร์วีเจียนซาบะจะนำไปทำเมนูทอดหรือย่างได้อร่อย แต่การปรุงด้วยวิธีการนึ่งหรือต้มจะช่วยรักษาปริมาณไขมันดีโอเมก้า 3 ไว้ได้สูงสุด

การเลือกรับประทาน “นอร์วีเจียนซาบะ” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่คือการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่า ด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนทั้งโปรตีน ไขมันดี และวิตามิน ในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “นอร์วีเจียนซาบะ: ฟิช แอนด์ เฟิร์ม” ที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยมีร่างกายที่แข็งแรงจากการเลือกวัตถุดิบที่ดีนั่นเอง

...