ดื่มกาแฟทันทีหลังตื่นนอนอาจไม่ใช่คำตอบ มาดูผลวิจัย ดื่มกาแฟตอนไหนดีที่สุด พร้อมทำความรู้จักฮอร์โมนคอร์ติซอล และข้อควรระวังในการดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพ

หลายคนเลือกเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟร้อนๆ ทันทีที่ลืมตาขึ้นมา แต่ทราบหรือไม่ว่าการดื่มกาแฟผิดเวลาอาจส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คิด ไทยรัฐออนไลน์พาไปเจาะลึกผลวิจัย "ดื่มกาแฟตอนไหนดีที่สุด" เพื่อให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่กระทบต่อระบบฮอร์โมนธรรมชาติ

ทำไมไม่ควรดื่มกาแฟทันทีหลังตื่นนอน?

หลายคนมีความเชื่อว่าการดื่มกาแฟทันทีหลังตื่นนอน (ประมาณ 06.00 - 08.00 น.) จะช่วยให้หายง่วงได้เร็วที่สุด แต่ในความเป็นจริง ช่วงเวลานี้ร่างกายของเราจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ฮอร์โมนความเครียด" ออกมาในระดับสูงสุดตามธรรมชาติ

ฮอร์โมนชนิดนี้ทำหน้าที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและมีพลังงาน หากเราเติมคาเฟอีนเข้าไปในช่วงที่คอร์ติซอลพุ่งสูง คาเฟอีนจะไปรบกวนกลไกธรรมชาติของร่างกาย ทำให้ร่างกายผลิตคอร์ติซอลลดลง และส่งผลให้เรากลายเป็นคน "ดื้อคาเฟอีน" (Caffeine Tolerance) ในที่สุด ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมบางคนดื่มกาแฟแก้วแรกตอนเช้าตรู่แล้วยังรู้สึกไม่สดชื่น

สรุปว่าดื่มกาแฟตอนไหนดีที่สุด

เพื่อให้คาเฟอีนทำงานร่วมกับฮอร์โมนในร่างกายได้อย่างลงตัว ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการดื่มกาแฟมีดังนี้

1. ช่วงสาย (09.30 – 11.30 น.)

นี่คือ "เวลาทอง" ของคอกาแฟ เพราะเป็นช่วงที่ระดับคอร์ติซอลในร่างกายเริ่มลดลง การเติมคาเฟอีนเข้าไปในช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นการตื่นตัวได้ตรงจุดที่สุด ทำให้คุณมีสมาธิในการทำงานยาวไปจนถึงมื้อเที่ยง

...

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

2. ช่วงบ่าย (13.00 – 15.00 น.)

หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน หลายคนมักเผชิญกับอาการง่วงนอนยามบ่าย (Afternoon Slump) การดื่มกาแฟในช่วงนี้จะช่วยยับยั้งสารอะดีโนซีน (Adenosine) ที่ทำให้เรารู้สึกง่วง ช่วยให้สมองกลับมาไบร์ทอีกครั้ง

  • ข้อควรระวัง: ไม่ควรดื่มกาแฟหลังเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป เพราะคาเฟอีนมีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ที่ยาวนานประมาณ 5-6 ชั่วโมง หากดื่มช้าเกินไปอาจรบกวนคุณภาพการนอนหลับในคืนนั้นได้

ดื่มกาแฟตอนท้องว่าง อันตรายหรือไม่?

สำหรับสายรีบที่ดื่มกาแฟแทนข้าวเช้า ต้องระวังเรื่องกรดในกระเพาะอาหาร คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งกรดเกลือ (Hydrochloric Acid) หากไม่มีอาหารในกระเพาะอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง ท้องอืด หรือแสบร้อนกลางอกได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเป็นโรคกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อน ควรรับประทานอะไรรองท้องก่อนดื่มกาแฟเสมอ

เทคนิคดื่มกาแฟให้ได้ประโยชน์สูงสุด 

นอกจากการเลือกเวลาที่ถูกต้องแล้ว วิธีการดื่มก็สำคัญไม่แพ้กัน

  • เลือกกาแฟดำ (Americano): ช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระเต็มที่โดยไม่มีน้ำตาลและครีมเทียมมากวนใจ
  • ดื่มน้ำตามมากๆ: คาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ การดื่มน้ำตาม 1-2 แก้วจะช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกาย
  • หากมีอาการดื้อกาแฟ: หากดื่มตามเวลาแล้วยังไม่สดชื่น อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายเริ่มดื้อคาเฟอีน (อ่านเพิ่มเติม: วิธีแก้ดื้อคาเฟอีน รีเซ็ตร่างกายให้กลับมาตื่นตัวเหมือนแก้วแรก)

การเลือกช่วงเวลาดื่มกาแฟที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการถนอมสุขภาพในระยะยาว การรอให้ผ่านพ้นช่วงเช้าตรู่ไปก่อนแล้วค่อยจิบกาแฟแก้วโปรดในช่วง 09.30 น. คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนการดื่มกาแฟของคุณให้ได้ผลลัพธ์ดีกว่าที่เคย