ถอดรหัสความ "หวานเจี๊ยบ" ของคนภาคกลาง พร้อมออกตามหาขนมดอกโสน รสชาติที่กำลังจะเลือนหายไปจากความทรงจำ
ความหวานในวัฒนธรรมอาหารไทยไม่ได้มาจากน้ำตาลทรายเพียงอย่างเดียว แต่ละภูมิภาคมีการออกแบบรสชาติจากวัตถุดิบที่หาได้จากพื้นที่นั้น
หากเรากางแผนที่เส้นทางความหวาน จากภูมิภาคต่างๆ ในประเทศไทย จะเห็นถึงความชาญฉลาดในการเลือกวัตถุดิบของแต่ละภูมิภาคเพื่อสร้างรสชาติที่แตกต่าง เช่นในภาคเหนือที่ใช้ความหวานมาทำเป็นขนมในงานบุญ และความเป็นสิริมงคล ขณะที่ภาคใต้ใช้ความหวานมาควบคุมความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศ
ในทางกลับกัน ภาคอีสานมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะอาหารไม่ได้มีรสชาติที่หวานมากนัก แต่ใช้การดึงความหวานจากพืชผักธรรมชาติมาให้รสหวาน ส่วนภาคกลางซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการค้า จึงเป็นพื้นที่เข้าถึงความหวานได้มากที่สุด จนนำมาสู่การตั้งข้อสังเกตว่า คนภาคกลางดูจะเป็นพื้นที่ที่คนชอบรสหวานมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อดูจากเชิงประวัติศาสตร์ และในเชิงอุตสาหกรรม ทำให้คนในพื้นที่นี้เข้าถึงความหวานได้ง่าย รวมถึงราคาที่ถูกกว่าที่อื่น
...
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสของรสหวานอุตสาหกรรม เมนูพื้นถิ่นอย่างขนมดอกโสน ของดีของจังหวัดพระนครศรีอยุธยากลับกำลังกลายเป็นรสชาติที่ค่อยๆ เลือนหายไป (The Lost Thai Taste) ด้วยสภาพแวดล้อม ความเร่งรีบของคนในสังคม รวมถึงลิ้นของผู้คนที่คุ้นชินกับความหวานแบบสำเร็จรูปมากขึ้น ทำให้รสชาติดั้งเดิม โดยเฉพาะขนมดอกโสนค่อยๆ เป็นรสชาติที่สูญหายไป
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องรักษาเอาไว้ แต่ไม่ใช่แค่การรักษาในเชิงของสูตรอาหาร แต่เป็นการรักษาภูมิปัญญา เพื่อไม่ให้รสชาติที่เป็นรากเหง้าของท้องถิ่นสูญหายไปตามกาลเวลา
การกลับมาสังเกตความแตกต่างของรสหวานในอาหารจานโปรดของจึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงที่มาและคุณค่าของวัตถุดิบไทยได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น