ในบรรดาดอกไม้ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตชาวไทยริมน้ำ “ดอกโสน” คือสัญลักษณ์ที่เด่นชัดที่สุดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดอกไม้สีเหลืองอร่ามนี้ไม่เพียงแต่เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด แต่ยังมีเรื่องราวสืบเนื่องมาตั้งแต่การสถาปนากรุงศรีอยุธยา จนกลายเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อมาถึงสำรับขนมไทยโบราณที่หารับประทานยากในปัจจุบัน

ที่มาของดอกโสน สัญลักษณ์แห่งการตั้งกรุงศรีอยุธยา

คุณสุวรรณ อาจคงหาญ หรือคุณอ้อน เจ้าของร้านเรือนมารี ขนมไทยวิจิตร ได้เล่าถึงที่มาของดอกโสนที่เกี่ยวพันกับจังหวัดอยุธยาให้กับทีมไลฟ์สไตล์ไทยรัฐออนไลน์ฟังว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. 1893 ทรงเลือกทำเลที่เรียกว่า “หนองโสน” เป็นที่ตั้งพระราชวัง 

คุณสุวรรณ อาจคงหาญ เจ้าของร้านเรือนมารี ขนมไทยวิจิตร
คุณสุวรรณ อาจคงหาญ เจ้าของร้านเรือนมารี ขนมไทยวิจิตร

...

เนื่องจากมีต้นโสนขึ้นปกคลุมหนาแน่นอยู่ทั่วบริเวณ ดอกโสนจึงเป็นพรรณไม้ริมน้ำที่อยู่คู่กับอยุธยามานานกว่า 200-300 ปี จึงเป็นที่มาของดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน

การต่อยอดสู่ “ขนมดอกโสน” รสชาติที่เกือบเลือนหาย

จากพรรณไม้ริมทางที่มีรสขมนิด ๆ ตามธรรมชาติ ภูมิปัญญาชาวอยุธยาได้นำดอกโสนมาสร้างสรรค์เป็นเมนูทั้งคาวและหวาน แม้เราจะคุ้นเคยกับการนำดอกโสนไปลวกจิ้มน้ำพริกหรือทำแกงส้ม แต่การต่อยอดเป็น “ขนมดอกโสน” ถือเป็นงานประณีตที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของคนกรุงเก่า

“ดอกโสนมีความขมเล็กน้อย แต่ด้วยภูมิปัญญาของคนอยุธยาสมัยโบราณที่นำดอกโสนมาคลุกกับแป้งข้าวเจ้าแล้วเอาไปนึ่ง จากนั้นโรยด้วยมะพร้าวกับน้ำตาล ก็ทำให้มีรสชาติที่อร่อยลงตัวมากๆ” คุณสุวรรณกล่าว

ด้วยเหตุนี้ ขนมดอกโสน จัดเป็นหนึ่งในเมนูจากโครงการ The Lost Thai Taste ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นขนมที่หาทานได้ยากในตลาดทั่วไป แต่มักทำรับประทานกันในครัวเรือนเฉพาะถิ่น

ลักษณะเด่นคือเป็นการนำดอกโสนสดมาผสมคลุกเคล้ากับแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว แล้วนำไปนึ่งจนสุก ความโดดเด่นอยู่ที่รสสัมผัสที่นุ่มนวล มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ ตัดรสด้วยความหวานมันจากน้ำตาลมะพร้าวและกะทิ

เสน่ห์ของเมนูขนมดอกโสน สำหรับชาวอยุธยา เมนูนี้ไม่ใช่แค่ขนม แต่เป็นรสชาติแห่งความถวิลหา (Nostalgia) ที่ชวนให้นึกถึงรสมือของคุณย่าคุณยายและความอบอุ่นของบ้านเกิด

จากอดีตสู่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืน

ในปัจจุบัน มีการพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับดอกโสนเพื่อไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา เช่น การทำ “ทองม้วนดอกโสน” เพื่อให้สามารถเก็บรักษาไว้รับประทานได้ทุกฤดูกาล หรือการพัฒนาเป็น “ชาดอกโสน” เพื่อสุขภาพ

...

หากใครต้องการสัมผัสรสชาติอันเป็นตำนานนี้ด้วยตนเอง พื้นที่อย่าง ชุมชนบ้านต้นสะตือ 3 ต้น ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงเปิดต้อนรับให้นักท่องเที่ยวได้ไปร่วมเวิร์กชอปทำขนมดอกโสน เพื่อซึมซับวิถีชีวิตริมน้ำและร่วมกันสืบสานรสชาติประจำจังหวัดให้คงอยู่ต่อไป

ไปตามหาคำตอบว่าทำไมคนภาคกลางถึงกินอาหารหวานเจี๊ยบ และตามหาเมนูที่กำลังจะหายไปอย่างขนมดอกโสน ใน THE LOST THAI TASTE รสชาติที่หายไป EP.1 

สนับสนุนโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม