“เต้าหู้” วัตถุดิบราคาประหยัดที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด แต่เปี่ยมไปด้วยโปรตีนคุณภาพดีและแคลอรีต่ำ จึงกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่อยากดูแลสุขภาพและพนักงานออฟฟิศที่ต้องการจำกัดงบประมาณในแต่ละมื้อ วันนี้เราจึงรวบรวม วิธีทำเมนูเต้าหู้ 5 เมนูยอดฮิตที่ทำตามได้ง่ายๆ ที่บ้านมาฝากกัน
รวม 5 เมนูเต้าหู้ยอดฮิต ทำเองง่ายๆ ได้สุขภาพในราคาสบายกระเป๋า
การประกอบอาหารเองนอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยให้เราควบคุมคุณภาพวัตถุดิบและปริมาณเครื่องปรุงได้เอง โดยเฉพาะ เมนูอาหารไทยจากเต้าหู้ ที่สามารถประยุกต์ให้เป็น เมนูเต้าหู้ลดน้ำหนัก ได้หลากหลายรูปแบบ ดังนี้
1. เต้าหู้ทรงเครื่อง
เมนูที่ให้สารอาหารครบถ้วน ทั้งโปรตีนจากเต้าหู้และวิตามินจากผักหลากสี
- วัตถุดิบ: เต้าหู้หลอด (ชุบแป้งทอดหรือนึ่ง), หมูสับ, แครอท, ข้าวโพดอ่อน, เห็ดหอม
- วิธีทำ: ผัดหมูสับกับผักให้สุก ปรุงรสด้วยซอสปรุงรสโซเดียมต่ำ เติมน้ำสต๊อกเล็กน้อย แล้วราดลงบนเต้าหู้ที่เตรียมไว้
2. ลาบเต้าหู้
เมนูนี้เหมาะมากสำหรับคนลดน้ำหนัก เพราะรสชาติจัดจ้านแต่แคลอรีต่ำ
- วัตถุดิบ: เต้าหู้ขาวแข็ง (ยีให้ละเอียดแล้วรวน), พริกป่น, ข้าวคั่ว, มะนาว, ผักชีฝรั่ง
- วิธีทำ: นำเต้าหู้ที่รวนจนแห้งมาคลุกเครื่องลาบ เน้นใส่ผักเยอะๆ รับประทานคู่กับผักสด
3. สเต็กเต้าหู้ซอสพริกไทยดำ
เปลี่ยนจากเนื้อสัตว์ใหญ่มาเป็นโปรตีนจากพืช ลดการสะสมของไขมัน
- วัตถุดิบ: เต้าหู้ขาวแผ่นใหญ่, ซอสหอยนางรม, พริกไทยดำเม็ด (โขลก), ผักสลัดตามชอบ
- วิธีทำ: จี่เต้าหู้บนกระทะเทฟลอนจนผิวตึงและเหลืองทอง ราดด้วยซอสพริกไทยดำที่ปรุงแยกไว้
...
4. แกงจืดเต้าหู้หมูสับผักกาดขาว
เมนูเบสิกที่ช่วยให้อิ่มท้องแบบสบายตัว เหมาะกับมื้อเย็นที่ไม่อยากหนักเกินไป
- วัตถุดิบ: เต้าหู้หลอด, ผักกาดขาว, หมูสับปรุงรส, ผักชี
- วิธีทำ: ต้มน้ำให้เดือด ใส่หมูสับ ตามด้วยผักกาดขาวและเต้าหู้ ปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วขาวเพียงเล็กน้อย
5. ผัดกะเพราเต้าหู้กรอบ
เปลี่ยนเมนูสิ้นคิดให้เป็นเมนูสุขภาพที่ประหยัดและอร่อยล้ำ
- วัตถุดิบ: เต้าหู้แข็งหั่นเต๋า, ใบกะเพรา, พริก, กระเทียม
- วิธีทำ: นำเต้าหู้ไปทอด (หรือใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน) ให้กรอบนอกนุ่มใน แล้วนำมาผัดกับพริกกระเทียมและใบกะเพรา
เมนูเต้าหู้นอกจากจะเป็นวัตถุดิบที่ราคาไม่แพงแล้ว ยังช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและดูแลระบบขับถ่ายได้ดี การเลือก วิธีทำเมนูเต้าหู้ ที่เน้นการนึ่ง ต้ม หรือผัดด้วยน้ำมันน้อยๆ จะช่วยให้พนักงานออฟฟิศและสายสุขภาพได้รับประโยชน์สูงสุดในงบประมาณที่จำกัด