วงการอาหารฝรั่งเศสพัฒนาก้าวไกลไปอย่างไม่หยุดนิ่ง และครองความเป็นหนึ่งมาหลายต่อหลายศตวรรษ เพราะพิถีพิถันในการสร้างสรรค์อาหารด้วยเทคนิคสลับซับซ้อน ราวกับผลงานศิลปะชั้นเลิศก็ไม่ปาน
ถ้าเอ่ยถึงชื่อ เมซอง ทรัวโกรส์ (Maison Troigros) เรสเตอรองต์ชื่อดังแห่งเมืองโรนน์ ประเทศฝรั่งเศส อายุเก่าแก่กว่า 55 ปี โด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างดีในแวดวงเรสเตอรองต์แดนน้ำหอม เพราะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาวงการอาหารฝรั่งเศส โดยตระกูลนี้เริ่มทำธุรกิจร้านอาหารตั้งแต่ ปี 1957 และได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักชิมมาโดยตลอด กระทั่งในปี 1968 ได้รับรางวัลมิเชลลินระดับสามดาว เป็นเครื่องการันตีความเป็นเลิศ นอกจากนี้ ยังคว้ารางวัลห้องอาหารยอดเยี่ยมที่สุดใน
โลกจากนิตยสาร Gault-Milllau เมื่อปี 1972
เรสเตอรองต์ชื่อก้องโลกแห่งเมืองโรนน์ ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารงานของทายาทรุ่นที่ 3 “เชฟมิเชล ทรัวโกรส์” ลูกชายคนโปรดของ “ปิแอร์ ทรัวโกรส์” เขาได้ซึมซับและเรียนรู้ศิลปะการปรุงอาหารมาจากคุณพ่ออย่างเต็มร้อย ประกอบกับพรสวรรค์ส่วนตัวและพรแสวงในการเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเชฟดังๆทั่วโลก ทำให้สไตล์การปรุงอาหารของเขามีความสดใหม่และร่วมสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความกลมกล่อม พิถีพิถัน ละมุนละไม ตามแบบฉบับอาหารฝรั่งเศสดั้งเดิมทุกกระเบียดนิ้ว
...
และวันนี้เอง มรดกแห่งการปรุงอาหารชั้นเลิศของตระกูลทรัวโกรส์ ได้ตกทอดมาถึงทายาทเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของตระกูลแล้ว โดย “เชฟมิเชล” กำลังปลุกปั้นและถ่ายทอดวิชาการปรุงอาหารให้กับลูกชายคนที่สอง คือ “ซีซาร์ ทรัวโกรส์” ซึ่งจะบินมาโชว์ฝีมือให้คนไทยได้ชิมความอร่อยในแบบฝรั่งเศสแท้ๆที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์และแพสชั่น ระหว่างวันที่ 6-11 ก.พ.นี้ ณ ห้องเลอ นอร์มังดี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ สำหรับมื้อกลางวันราคา 5,065 บาท ส่วนมื้อค่ำ 9,420 บาท และพิเศษสุดคือ ค่ำคืนส่งท้ายกับโปรโมชั่นไวน์ดินเนอร์จากเบอร์กันดี “Domaine Ponsot from Morey Saint Denis” ในวันเสาร์ที่ 11 ก.พ.2555 ราคา 12,830 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-2659-9000 ต่อ 7670-1.