“ตะโก้เผือกลุงไข่” นวลเนียนโดนใจ

ข่าว

    “ตะโก้เผือกลุงไข่” นวลเนียนโดนใจ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      21 พ.ย. 2564 06:20 น.

      ตั้งใจเปลี่ยนบรรยากาศการเดินทางสักหน่อย จากที่ขับรถตะลอนชิมมาตลอด คราวนี้ออกเดินทางที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ เส้นทางรถไฟสายนี้ปลายทางอยู่ที่สถานีรถไฟมหาชัย ระยะทาง 31 กิโลเมตร ตีตั๋วรถไฟจุดหมาย

      ไปที่สถานีพรมแดน ย่านเอกชัย บางบอน ราคาค่าโดยสาร 6 บาท ทันทีที่รถไฟเข้าเทียบท่า ผู้โดยสารเดินกรูกันขึ้นจับจองที่นั่งกันขวักไขว่ ได้ความรู้สึกสนุกไปอีกแบบ พอรถไฟเริ่มเคลื่อนขบวน คิดถึงตอนเด็กๆ ผู้ใหญ่มักส่งเสียงร้อง “ฉึกฉัก ฉึกฉัก ปู๊น ปู๊นนน” แทนเสียงของรถไฟ แต่หากลองนั่งฟังเสียงเครื่องยนต์และล้อเคลื่อนไปตามรางมันไม่ได้ร้องแบบที่เลียนเสียงกันมาเสียเมื่อไหร่ นึกแล้วอดขำตัวเองไม่ได้ เพราะ

      สุดท้ายถึงคราวมีลูก ผมมักเลียนเสียงรถไฟ “ฉึกฉัก ฉึกฉัก ปู๊น ปู๊นนน” เล่นกับลูกอยู่ดี ลมเย็นจากหน้าต่างกระทบใบหน้าพอให้รู้สึกตึงๆ เสียงเบรกของรถไฟดังขึ้นขณะเข้าเทียบชานชาลาหยุดขบวนให้จอดสนิท

      “คุณชายตะลอนชิม” สัปดาห์นี้ “คุณชายแป๊ะ” ขอแนะนำร้าน “ตะโก้เผือกลุงไข่” ของลุงไข่–ชูศักดิ์ ผันขำ อายุ 65 ปี ร้านตะโก้เผือกลุงไข่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟพรมแดนเดินลัดเลาะไปตามทางระยะประมาณ 200 เมตร ริมถนนพระราม 2 ซอย 100 เชื่อมต่อซอยเอกชัย 131 ได้ ที่หน้าบ้านหลังน้อยมองเห็นถาดวางขนมตะโก้เผือกอยู่ในกระทงใบตอง ขนมใส่ไส้มัดรวมกันขายชุดละ 4 ห่อ ข้าวเหนียว สังขยาห่อในใบตอง ทุกอย่างจัดวางไว้เป็นระเบียบ

      ลุงไข่กำลังง่วนอยู่กับการห่อขนมใส่ไส้ รอยเหี่ยวย่นของมือทั้งสองข้างบ่งบอกถึงประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา เขาเอี้ยวตัวคว้าทัพพีตักแป้งข้าวเหนียววาง

      ลงบนใบตองที่เจียนเตรียมไว้ หยิบไส้มะพร้าวขูดปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาดเท่าเหรียญ 2 บาท ตามไปสมทบ ใช้ไม้กลัดทำจากไม้ไผ่กลัดขนมใส่ไส้ให้ปิดสนิทด้วยความชำนิชำนาญก่อนนำไปนึ่ง

      ผมหยิบขนมใส่ไส้มาลองชิม ดึงไม้กลัดแกะห่อใบตองเห็นแป้งข้าวเจ้าสีขาวนวล รัดตัวเป็นสามเหลี่ยมทรงปริซึม ห่อหุ้มไส้เอาไว้ พอมองเห็นไส้ผ่านแป้งบางๆ สีสันมะพร้าวขูดดูเข้มขึ้นแตกต่างกว่าตอนก่อนเอาเข้าไปนึ่งในลังถึง ผมเผลอกลืนน้ำลายดังเอื๊อกอย่างลืมตัว

      “สมใจเลยลุง ขนมใส่ไส้อร่อยมากครับ แป้งนุ่มเหนียวกำลังดี เค็มนิดๆ ตัดกับรสหวานละมุนของไส้ เข้ากันดี ขอตินิดเดียว” ผมแกล้งแหย่ลุงไข่ พลางดูสีหน้าแกไปด้วย “ขนาดมันเล็กไปนิดนะลุง”

      ลุงไข่หัวเราะร่วนอารมณ์ดี “แต่ก่อนลุงทำชิ้นใหญ่นะ แต่ตอนนี้ข้าวของมันแพง ลุงไม่อยากขึ้นราคาขายแค่ห่อละ 5 บาทนี่ละ ทำขนาดให้เล็กลงหน่อย ลูกค้าซื้อได้ ลุงพออยู่ได้ พอแล้ว”

      ผมคว้าขนมใส่ไส้อีกห่อมาชิมก่อนชวนพูดคุย “ขนมใส่ไส้ของลุงทำยังไงถึงให้อร่อยแบบนี้”

      “ขนมใส่ไส้แบ่งส่วนประกอบเป็น 2 ส่วน คือแป้งกับไส้ ไส้ใช้มะพร้าวทึนทึกขูดให้เป็นเส้นๆ นำไปกวนกับน้ำตาลทราย ใส่เกลือเล็กน้อย กวนไปเรื่อยๆ ให้น้ำตาลเข้ากับมะพร้าว ขั้นตอนนี้สำคัญต้องกวนไส้ขนมให้แห้งถึงจะปั้นเป็นก้อนกลมๆได้ ถ้าเคยกินเจ้าไหนแล้วรู้สึกไส้แฉะๆ นั่นแสดงว่ายังกวนไส้ไม่ถึงที่ ส่วนแป้งใช้แป้ง ข้าวเจ้ากับหัวกะทิ สัดส่วนแป้งข้าวเจ้าครึ่งกิโลกรัม น้ำตาลทราย 4 ขีด ใส่เกลือเล็กน้อย ตั้งไฟกวนไปตลอดประมาณ 25 นาที จากแป้งใสๆ เริ่มกลายเป็นขาวนวล พอได้ที่พักแป้ง ไว้ให้คลายความร้อน เมื่อแป้งเย็นนำมาห่อกับไส้ใส่ในใบตอง นำไปนึ่งในลังถึง 10 นาที” ลุงไข่เล่าไป ห่อขนมไปคล่องมือ

      “ตะโก้เผือก” วางอยู่ในถาดยั่วตา มาถึงที่ต้องลองชิมว่าของเขาดีจริงไหม ลุงไข่ยื่นช้อนพลาสติกคันเล็กให้ แต่ช้าเกินกว่าปากของผมที่กัดหมับตรงที่เล็งไว้ไม่ให้ติดใบตอง ต้องยอมรับว่าอร่อยสมราคา หน้ากะทิหวาน มัน เค็ม เข้ากับรสหวานมันของเผือกกวนกินแล้วลื่นลิ้นละมุนละไม

      ลุงไข่ยิ้มเห็นไรฟันด้วยเห็นท่าทางชวนหัวของผม เก็บช้อนใส่ในถุงตามเดิม “ทำตะโก้ให้อร่อยมันอยู่ที่การกวนเผือก ต้องปอกเปลือกและหั่นเป็นชิ้นๆ ใส่กระทะตั้งไฟ เติมน้ำเปล่านิดหน่อย แต่งรสด้วยน้ำตาลทราย สัดส่วนคร่าวๆ ใช้เผือก 3 กิโลกรัม เติมน้ำตาล 2 กิโลกรัม กวนไปเรื่อยๆ ให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน พอได้ที่ถึงใส่หางกะทิแล้วเติมเกลือลงไปเล็กน้อย กวนไปเรื่อยๆ ใจเย็นๆ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ส่วนหน้าตะโก้ ใช้แป้งข้าวเจ้ากวนกับหางกะทิ ใส่เกลือเล็กน้อยให้ตัดรสชาติ กวนให้น้ำกะทิงวด ข้น ตัวกรวยนำใบตองมาเจียนเป็นทรงกลม จับจีบให้เป็นทรงถ้วย แต่ลุงมีเทคนิคกดก้นถ้วยให้เป็นหลุม เพื่อให้สามารถวางตั้งได้ ตักเผือกลงก้นถ้วยใบตอง เติมหน้าตะโก้ด้วยกะทิที่เตรียมไว้ พักให้เย็นเป็นอันใช้ได้”

      มาถึง “ข้าวเหนียวสังขยา” รสชาติหวานมันเข้มข้น ลุงไข่ว่าทำไม่ยาก นึ่งข้าวเหนียวให้พอได้ที่ นำน้ำกะทิเคี่ยวกับน้ำตาลและเกลือมามูนข้าวเหนียวผ้าข้าวบางปิดพักไว้ สังขยาใช้ไข่ไก่ตีกับน้ำตาลทรายและเกลือ นำไปนึ่ง ทำไม่ยาก แต่ทำให้อร่อยนั้นก็ไม่ง่าย ยอมรับว่าขนมไทยของลุงถึงรสจะหวาน แต่ทานแล้วมันหยุดไม่อยู่จริงๆ

      “ลุงไข่ขายขนมไทยมานานแล้วหรือครับ” คำถามประจำตัวผม หลุดออกมาอย่างเคยปากลุงไข่แหงนหน้ามองหลังคากระเบื้อง คิดทบทวนสักพัก “ลุงขายมานาน 8 ปี ก่อนหน้านี้ลุงทำอาชีพ เย็บผ้า ปะ ชุนซ่อมเสื้อผ้ามาก่อน แต่ก่อนลุงหาเงินเก่ง ทำมาหลากหลายอาชีพ ไปทำงานต่างประเทศก็ไปมาแล้ว ชีวิตมาถึงจุดหักเหเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ภรรยาลุงมาเสียชีวิตจากไปด้วยโรคประจำตัว จากนั้นอีก 2 ปี ถัดมาลูกชายวัย 17 ปี เกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์มาจากไปอีกคน ตอนนั้นลุงเสียศูนย์มันรู้สึกทำใจไม่ได้ ใช้เหล้าเป็นตัวคลายความทุกข์ อยู่คนเดียวก็นอนไม่หลับ กระทั่งมาคิดได้ว่า ถ้าชีวิตเป็นแบบนี้ต่อไปคงแย่แน่ ตัดสินใจเลิกเหล้า เริ่มตั้งหลักใหม่ด้วยการกลับมารับจ้างเย็บผ้าอีกครั้ง”

      “จังหวะชีวิตได้มาเรียนรู้การทำขนมไทยหลายอย่างจากเพื่อนที่รู้จักกัน คอยฝึกฝนผ่านการเป็นลูกมือ ทำให้เกิดความชำนาญ นำมาใช้ประกอบอาชีพทำมาหากิน ผลปรากฏว่าชีวิตที่คิดว่าไม่เหลืออะไรพลิกผันให้พอหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองได้ ถึงวันนี้ภูมิใจที่ลุงยังทำมาหากิน ไม่งอมืองอเท้า ด้วยความต่อสู้เอาชนะชะตาชีวิต ลุงไม่มีหนี้สินทุกวันนี้ตื่นตั้งแต่ตีสามทำขนมขาย เท่านี้ก็มีความสุขมากพอแล้ว”

      สนนราคา ตะโก้เผือก ชิ้นละ 10 บาท, ข้าวเหนียวสังขยา ห่อละ 10 บาท และ ขนมใส่ไส้ ห่อละ 5 บาท ขายเป็นชุด 4 ห่อ ราคา 20 บาท ร้าน “ตะโก้เผือกลุงไข่” ขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30-13.00 น. โทรศัพท์ 06-4436-8257.

      คุณชายแป๊ะ

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ตะโก้ขนมตะโก้ตะโก้​เผือกลุง​ไข่ตะโก้​เผือก​ลุง​ไข่ข้าวเหนียว​สังขยาคุณชายแป๊ะคุณชาย ตะลอนชิม

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564 เวลา 02:08 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์