สุดสัปดาห์นี้ใครที่อยากหนีสภาพแวดล้อมที่แสนอึดอัดของตึก ใหญ่ในเมือง เซ็งกับการนั่งโซ้ยอาหารในห้าง เจ๊แซบมีร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นกันเองเหมือนนั่งกินข้าวบ้าน เพื่อน ตัวร้านเปิดโล่งๆ โปร่งๆ นั่งหม่ำตอนเย็นลมพัดสบายๆชื่อร้าน “ครัวบ้านไทร” ร้านไม่เล็กไม่ใหญ่ ขวัญใจนักโซ้ยนักชิมที่เลิฟการลิ้มอาหารรสจัดจ้านสะท้านใจ เป็นความอร่อยแบบย่อมเยา ราคาไม่ทำร้ายสุขภาพกระเป๋าตังค์ (ฮา)
“คุณ พ่อเป็นคนคิดอยากเปิดร้านอาหารค่ะ สูตรอาหารทั้งหมดเป็นของคุณพ่อ คุณลุง และแม่ก็ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ร้านเราก่อนหน้านี้ไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้ แต่ก่อนเล็กๆค่ะ แล้วก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าอาหารเป็นแนวนี้มาตั้งแต่แรกเลยค่ะ คือ อาหารจะรสจัด เข้มข้น อีกอย่างนึงที่ลูกค้าชอบ คือ อาหารร้านเราถูก และดี ใครที่มากินก็จะบอกต่อๆกันไป เพราะร้านเรา ถ้าจะมาต้องตั้งใจมาจริงๆค่ะ ถ้าผ่านมาเฉยๆไม่ทันสังเกตก็อาจจะไม่เห็นแล้วผ่านไปเลยค่ะ” น้องโอ๋ เป็นตัวแทนครอบครัวมาเล่าถึงที่มาที่ไปของร้าน และส่ง น้องเอ เป็นตัวแทนมาถ่ายรูป ช่วยกันทำมาหากินแบบนี้เจ๊แซบช้อบ..ชอบ!!
...
20 ปีก่อนร้าน “ครัวบ้านไทร” เป็นร้านเล็กๆที่ซ่อนซุกอยู่ในทุ่งหญ้า คนผ่านไปผ่านมาถ้าไม่สังเกตให้ดีไม่มีเจอ เผลอเป็นหลง หลายคนขับจนงงก็ยังไม่ได้โซ้ย แต่โชคยังดีไม่กี่ปีต่อมามีถนนตัดผ่าน หน้าร้านเปิดสู่สายตาประชาชน คนมาหม่ำติดใจ กลับไปบอกต่อ เป็นการขยายฐานลูกค้าด้วยวิธีปากต่อปาก จนปัจจุบันมีลูกค้าขาประจำมากมาย ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่หม่ำได้ทั้งครอบครัว
รายการแรกที่ แทรกเข้ามากลางใจเจ๊แซบ แบบจังๆ โซ้ยแล้วต้องซี้ด คือ “ลาบเป็ด” ฟังชื่อแล้วอาจจะไม่รู้สึกถึงความวิจิตรพิสดาร เมนูสามัญบ้านๆ เบ (สิก) ๆ แต่ด้วยน้ำหนักมือที่พอเหมาะพอดี ทำให้เมนูนี้โดนใจลูกค้าขาประจำอย่างแรง
เนื้อเป็ดส่วนอก คัดมาอย่างดี ไม่มีมัน นำไปย่างไฟ ให้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ สุกกำลังดี สับรวมกับข่าให้พอหยาบ ปรุงรสด้วยเครื่องลาบทั่วไป เน้นใช้ของดี ไม่มีงก จากนั้นคลุกทุกอย่างให้เข้ากันเสิร์ฟพร้อมผักสด รสชาติจัดจ้าน โซ้ยกับข้าวสวยก็พอเหมาะ หม่ำแกล้มเครื่องดื่มก็พอดีไม่มีเซ็ง!!
เมนูต่อมาขาประจำกว่าร้อยละ 90 มาแล้วต้องสั่ง “ผัดเผ็ดปลาไหล” ไม่ใช้ปลาตัวใหญ่ คัดไซส์เล็กแบบพอดีๆ ผัดกับพริกแกงหนักเครื่องโขลกเองบรรเลงกันอยู่ในครัว เพิ่มความนัวด้วยกะทิ ผัดไปมาพอให้แตกมัน ใส่ขมิ้น และใบกะเพราช่วยดับความคาวและเพิ่มความหอม กินทั้งเนื้อปลาทั้งเครื่องไปพร้อมๆ กัน แซบครบครันในคำเดียว
อีก หนึ่งเมนูที่มีเครื่องแกงเป็นตัวชูโรง คือ “ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน” ปลาสดๆ เนื้อหวานฉ่ำ มีทั้งแบบทอด และต้ม ผัดกับเครื่องแกงร้อนแรง ไม่เป็นรองใคร คุณแม่น้องโอ๋ลงมือโขลกเอง มือหนัก จัดเต็ม!! ใครชอบของแรงๆ แนะนำให้ลอง ของเค้าเข้มจริง
แฟนคลับปลาหมอ ถ้ามาในจังหวะดีๆ ทางร้านอาจจะมีปลาหมออยู่ในครัว เจ๊แนะนำ “ฉู่ฉี่ปลาหมอ” เนื้อแน่น นุ่ม หวาน ก้างเยอะหน่อยแต่อร่อยล้ำจานต่อไป หลายคนอาจ จะนึกไม่ถึง เห็นชื่อแอบตะลึง “อะไรเอ่ยไม่เข้าพวก?” (หุหุ) นั่นคือ “ขาหมูทอด” เมนูสุดฮิต ติดอันดับต้นๆ คนที่ไม่เคยมา อาจจะไม่กล้าสั่ง แต่ถ้าได้ลองสักทีรับประกันจะต้องมีครั้งต่อไป
ขาหมูคัดขนาดกลางๆ ทุกชิ้นต้องมีน้ำหนักเท่ากัน นำไปต้มกับเครื่องเทศสารพัดชนิด สูตรลับฉบับครัวบ้านไทร ขออุบไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานสืบต่อไป (หุหุ)
...
หลังจากต้มแล้วต้มอีก จนขาหมูเปื่อยได้ที่ ตักขึ้นมาผึ่งให้แห้งสนิท ค่อยนำมาทอด น้ำมันต้องท่วมขาหมูทั้งชิ้น และร้อนจัด ขาหมูจะสุก กรอบกำลังดี เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม 3 ชนิด มีซอสหวาน ซีอิ๊วดำ และซีฟู้ด เลือกจิ้มได้ตามใจ
น้ำจิ้มซีฟู้ดที่นี่ทำใหม่ทุกวัน คัดสรรพริกขี้หนูสวนรสจี๊ดๆนำมาปั่นหยาบๆ ใส่เกลือ น้ำปลา มะนาว และน้ำตาลเล็กน้อย ครบรส แซบ สดไม่แพ้ร้านอาหารทะเลชื่อดัง
...
ปิดท้ายด้วยเมนูซดรสจัด “ต้มยำปลา” ครบเครื่องต้มยำ ทั้งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง พริกแห้งย่าง ต้มให้เดือด ไม่คน เพราะจะทำให้น้ำแกงคาว ต้มจนเดือดสะใจยกลงปรุงรสเพิ่มด้วยพริกสดและมะนาว เมนูต้มยำมีให้เลือกหลากหลาย แต่ที่โดนใจใครหลายคนคือ “ต้มยำพุงปลา” “ต้มยำปลาคัง” และ “ต้มยำปลาบึก” รักชอบเมนูไหนเลือกได้ตามใจแซบ!!!
ครัวบ้านไทรตั้งอยู่ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ถ้ามาจากทางปิ่นเกล้า ตรงมา เลี้ยวเข้า สาย 2 ตรงมาอีกประมาณ 800 เมตร กลับรถที่ร้านขายวัสดุก่อสร้าง ขับย้อนมาเบี่ยงซ้าย เลี้ยวเข้าซอยโรงเรียนคลองต้นไทร พุทธมณฑลสาย 2 ซอย 27 เข้ามานิดเดียวจะเห็นร้านอยู่ทางขวามือ มีลานจอดอยู่ทางซ้ายมือและหน้าร้านแสนสะดวกสบาย เปิดบริการความแซบทุกวันตั้งแต่ 11 โมงถึง 3 ทุ่มครึ่ง ถ้ามาแล้วหลง เจ๊แซบเขียนอธิบายงงๆ โทร.ถามได้ที่เบอร์ 0–2448–1700 ถามก่อนหลงจะได้ไม่ต้องเสียอารมณ์เพราะความหิว (ฮา).
...
เจ๊แซบ หัวเขียว