หากจะมีสักผลิตภัณฑ์ไทยแท้ที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยในทุกช่วงชีวิตมาตั้งแต่จำความได้ “นมตรามะลิ” ก็คงจะเป็นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่นับได้ว่าในปัจจุบันก็ยังคงเติบโตข้ามกาลเวลา เป็นผู้นำตลาดนมข้นหวานที่ครองใจชาวไทยมากว่า 57 ปี การันตีด้วยยอดขายอันดับหนึ่ง ซึ่งหลังจากปี 2560 มะลิได้เปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ “มะลิ อีซี่ สควีซ” (Mali Easy Squeeze) ในรูปแบบหลอดบีบจนได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างมาก ในวันนี้ มะลิ ก็พร้อมแล้วที่จะก้าวไปสู่อีกขั้นของความท้าทาย ในการเจาะตลาดใหม่ๆ ด้วยการรวมพลังกันของผลิตภัณฑ์อันมีเอกลักษณ์และพรีเซ็นเตอร์สุดสดใส พร้อมเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากกว่าเดิม
ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มะลิได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก็คือภาคต่อของ มะลิ อีซี่ สควีซ ซึ่งในครั้งนี้ได้มีรสชาติใหม่มาเพิ่มเติมถึง 4 รสชาติ แต่ละรสล้วนพกพาความพิเศษไม่เหมือนใครมามอบให้ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ได้แก่
• สูตรช็อกโกแลต ซึ่งผลิตจากผงโกโก้แท้ ทำให้มีความเข้มข้นต่างจากสินค้าอื่นในท้องตลาด
• สูตรผสมชาไทย และ กลิ่นนมเย็น ซึ่งจะมีความเป็นไทย หอมเข้มข้น แบบต้นตำรับที่ทุกคนคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก
• และสูตรไขมัน 0% ซึ่งมีน้ำตาลน้อยกว่า และเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด รายแรกของโลกที่เป็นผลิตภัณฑ์นมข้นหวานปราศจากไขมัน และมีปริมาณน้ำตาลลดลงถึง 33% ด้วยการใช้ Polydextrose มาให้ความหวานแทนน้ำตาล ไม่มีคอเลสเตอรอล ปราศจากไขมันทรานส์ ไม่มีไขมันอิ่มตัว ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ
และเพื่อสื่อสารทางการตลาด มะลิ ก็ได้ดึงเอาศิลปินขวัญใจคนรุ่นใหม่สี่คน ได้แก่ เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, เติร์ด-ลภัส งามเชวง, ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล และ แจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย มาเป็นตัวแทนของแต่ละรสชาติในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามะลิจะเติบโตไปกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างแน่นอน
นายพินิจ พัวพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด ได้เผยถึงที่มาของก้าวที่สำคัญในครั้งนี้ว่า “ทางบริษัทฯ ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้โดนใจผู้บริโภค โดยพยายามขยายตลาดให้กว้างไปถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย เราพยายามมองทุกทางว่าทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงผู้บริโภคที่ต่างออกไป หวังให้นมตรามะลิ อยู่กับสังคมไทยต่อในฐานะผลิตภัณฑ์จากคนไทยเพียงหนึ่งเดียวในตลาดนมข้นหวาน”
“หลังจากเรามีการเปิดตัวสินค้าแบบหลอดบีบ ต้องยอมรับว่ามีการเติบโตที่ดีมากอย่างก้าวกระโดด ตรงกับแนวทางที่เราประเมินไว้ว่าผู้บริโภคจะเริ่มเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เล็กลงและง่ายขึ้น แม้ตอนนี้แบบกระป๋องและแบบถุง 2 กิโลกรัม จะยังคงเป็นยอดขายหลัก และแบบหลอดบีบมีสัดส่วนยอดผลิตอยู่ที่ 15% แต่กลับสร้างยอดขายได้ถึง 20-30% เลยทีเดียว จุดนี้เราเลยลงมือรุกตลาดแบบหลอดบีบมากขึ้น เพิ่มสูตรใหม่ สำหรับคนยุคใหม่ และถือว่าเราเป็นรายแรกที่ทำรสชาติต่างๆ เหล่านี้”
“ในส่วนของมูลค่าตลาดนมข้นหวานและนมข้นจืด มีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านต่อปี เฉพาะในส่วนของนมข้นหวานถือว่าโตขึ้นมาราว 1-2% มีมูลค่าประมาณ 7-8,000 พันล้าน ซึ่งยอดขายของมะลิอยู่ที่ประมาณ 2,800-3,000 ล้าน และคาดการณ์ว่าในปีนี้น่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเข้าไปเป็นซัพพลายให้กับร้านค้าต่างๆ เช่น ร้านอาหาร และการส่งออกไปสู่ภูมิภาค แอฟริกา อเมริกาใต้ เกาหลี และฟิลิปปินส์ เป็นต้น” นายพินิจกล่าวเสริม
จากการขยับตัวเพื่อนำเสนอสิ่งที่พิเศษกว่าเดิมให้ลูกค้าในครั้งนี้ของมะลิ กล่าวได้ว่าเป็นการปรับปรุงพัฒนาเพื่อมองหาหนทางตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยมะลิตั้งเป้าว่า จากความโดดเด่นและจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ ที่ผนวกกับกลยุทธ์การตลาด ทั้งแผนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ กิจกรรมส่งเสริมการขาย และช่องทางการจัดจำหน่าย ที่ครอบคลุมทั้งในร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ จะสามารถสร้างยอดขายให้บริษัทเติบโตขึ้นได้มากกว่า 15% ภายในสิ้นปี 2562 และจะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเด็กและวัยรุ่น พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งของการเป็นแบรนด์ยอดขายอันดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน