วันนี้ยังอยู่ในเทศกาลสงกรานต์ มาทำอาหารเหนือทานเอาบรรยากาศกันหน่อยดีไหมคะ... แกงฮังเล หรือฮังเร หรือฮินเล ก็ได้เหมือนกัน เป็นแกงของชาวไทยใหญ่ โดยเจ้าของตำรับจะรับประทานแกงฮังเลกับกล้วยไข่ แต่สำหรับคนไทยจะทานกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย บางคนเอาขนมปัง (ปิ้ง) มาจิ้มทาน เพราะน้ำแกงจะข้นคล้ายแกงมัสมั่น
คุณน้าน้อย–นารี วุฒิสรรพ์ คนกรุงเทพฯ แต่ไปเป็นสะใภ้คนเหนือ (เจ้าของโรงงานเชียงใหม่สังคโลก) เธอจึงได้สูตรอาหารเหนือมาอื้อเลย ตามประสาคนมีฝีมือการครัว แค่ได้เห็นได้ชิม ประเภทครูพักลักจำ แล้วมาลองหัดทำ ก็อร่อยไม่แพ้ต้นตำรับแล้ว น้าน้อยเล่าว่า ตั้งแต่เด็กแล้ว เธอจะเป็นลูกมือให้แม่ ซึ่งขายข้าวแกงในตลาดบางลำภู และเธอจะเป็นคนที่ชอบทำอาหารมาก จึงสามารถช่วยแม่ได้อย่างดี นอกจากนี้ สมัยก่อนแม่ยังเป็นคนส่งกุ้งส่งปลาให้กับร้านอาหารดังๆในกรุงเทพฯอีกด้วย ทั้งร้านจิตรโภชนา ศรแดง บ้านแก้วเรือนขวัญ โดยบางวันน้าน้อยอีกนั่นแหละจะเป็นคนไปส่งของเอง จึงสามารถเดินเข้าออกในครัวของร้านอาหารดังเหล่านั้นเหมือนเจ้าของร้าน และสนิทสนมกับเจ้าของอีกด้วย จึงได้สูตรอาหารดังๆ ของแต่ละร้านมาไว้มากมาย ทั้งหมี่กรอบ หมูสะเต๊ะ ฯลฯ เพราะเหตุนี้น้าน้อยจึงได้รับการร้องขอจากญาติสนิทมิตรสหาย ให้ช่วยทำอาหารให้อยู่เสมอ และน้าน้อยก็สามารถทำอาหารได้ทุกภาค ยกเว้นภาคใต้
...
สำหรับแกงฮังเลนี้ เป็นสูตรของคนเชียงใหม่โบราณ ถ้าเป็นสูตรของคนเชียงรายจะใส่ขมิ้นด้วย และอาจจะใช้ขาหมูแทนก็ได้ แต่ต้องใช้ขาหน้า และหั่นชิ้นหนาประมาณ 1 นิ้ว
เครื่องปรุง : น้ำพริกแกง (พริกแห้งเม็ดใหญ่ชนิดเผ็ดน้อย แกะเม็ดออกหมด 25 เม็ด, ข่า 1/2 ขีด, ตะไคร้ 1 ขีด, กระเทียม 1 ขีด, หอมแดง 2 1/2 ขีด, กะปิธรรมดา 3 ชต.)/เนื้อหมู 2 1/2 กก. (ใช้เนื้อคอหมู 2 กก.และหมูสามชั้น 1/2 กก.)/ผงฮังเล 3 ซอง (จะมีหลายยี่ห้อแต่แนะนำตราตา)/ซีอิ๊วหวาน 4 ชต./ขิงหั่นฝอย–กระเทียมปอกเปลือก–หอมแดงปอกเปลือก อย่างละ 1 ขีด สำหรับใส่ในแกงเมื่อหมูเปื่อยแล้ว/น้ำมะขามเปียก/น้ำปลา/ น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทราย
วิธีทำ 1) ปั่นเครื่องแกงให้ละเอียด 2) เคล้าเครื่องแกงกับเนื้อหมู และซีอิ๊วหวาน 3) นวดให้เครื่องแกงและซีอิ๊วซึมเข้าไปในเนื้อหมู พร้อมกับใส่ผงฮังเล (ฮินเล) และคลุกเคล้าให้เข้ากัน 4) เติมน้ำเปล่าลงไปให้ท่วมเนื้อหมู แล้วทิ้งไว้ประมาณครึ่ง ชม. จึงนำไปตั้งไฟ เคี่ยวด้วยไฟกลาง พร้อมกับปิดฝาหม้อ 5) เมื่อหมูเปื่อย (ถ้าเป็นขาหมูให้ใช้เล็บจิกที่ส่วนเนื้อดูว่าเปื่อยหรือยัง) จึงค่อยใส่น้ำมะขามเปียก และน้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทรายสุดท้าย ประมาณ 2 ชต. เพื่อให้รสกลมกล่อมขึ้น 6) ก่อนจะยกลงสัก 20 นาที ค่อยใส่กระเทียมปอกเปลือกกลีบเล็ก หอมแดงผ่าให้เล็ก และขิงซอย ซึ่งล้างน้ำเสีย 1 ครั้ง และบีบน้ำออก เพื่อลดความเผ็ด รอจนกระเทียม หอม และขิงสุกสัก 10 นาที ค่อยยกหม้อลงจากเตา
เคล็ดลับ ขณะเคี่ยวหมั่นคนเพื่อไม่ให้แกงติดก้นหม้อ และถ้าน้ำงวดมากไป ก็สามารถเติมน้ำได้.