บริหารงานโรงแรมดุสิต ไอซ์แลนด์ ที่เชียงราย อยู่ดีๆ วันนี้ ฝ้าย-อุราวรรณ อัยศิริ ขอสวมบทบาทการเป็นเจ้าของร้านอาหารอิตาเลียน Antonio by fai ซึ่งเจ้าตัวนั้นตั้งใจอย่างมาก ทั้งลงทุน ลงแรงในการบริหาร อีกทั้งยังขอเป็นเชฟเฉพาะกิจ เข้าครัวทำอาหารด้วย
แม้กระทั่งตัวของสาว ฝ้าย-อุราวรรณ เองยังไม่เคยคาดคิดมาก่อน ว่าวันนึงจะมีร้านอาหารอิตาเลียนเป็นของตัวเอง แต่สุดท้ายแล้ว ด้วยโอกาสและช่วงเวลาที่มันพาไป ทำให้ร้านอาหารชื่อดังในซอยสุขุมวิท 23 ร้าน Antonio by fai กลายเป็นอีกหนึ่งงานที่ผู้บริหารสาวคนนี้ได้ซื้อกิจการต่อมาจากเจ้าของเดิม ด้วยเหตุผลจากความเสียดาย ถ้าร้านอาหารสุดโปรดนี้จะต้องปิดตัวลงไป
"ตัวฝ้ายเองเป็นคนชอบทำอาหาร ชอบทานอาหารยุโรป และเคยไปเรียนทำอาหารจริงจังเลยนะที่กอร์ดองเบลอ และร้านนี้ฝ้ายก็มาทานบ่อย เป็นลูกค้าประจำ พอรู้ว่าเจ้าของเขาจะไปเปิดที่อื่น ฝ้ายก็เสียดาย เพราะสภาพร้านก็ยังดี อาหารก็อร่อย พ่อครัวก็คนเดิม ฝ้ายเลยซื้อร้านต่อเขา ซึ่งตอนแรกร้านนี้ชื่อร้าน Antonio เฉยๆ ค่ะ แต่พอฝ้ายมาทำต่อเลยใช้ชื่อว่า Antonio by fai จะได้ไม่เกิดการสับสน ซึ่งตอนแรกลูกค้าเก่าๆ ก็งงเหมือนกันว่ารสชาติ คุณภาพของอาหารจะเหมือนเดิมหรือเปล่า แต่ขอบอกเลยค่ะว่าเหมือนเดิมทุกอย่าง ทั้งพ่อครัว รสชาติอาหาร บรรยากาศของร้าน ที่เปลี่ยนแปลงก็มีฝ้ายที่มาเป็นเจ้าของร้าน"
...
การทำธุรกิจร้านอาหาร อาจดูเป็นเรื่องเล็กไปเลยสำหรับผู้บริหารโรงแรมอย่างฝ้าย แต่เจ้าตัวก็บอกว่าจริงๆ แล้วก็ต้องใส่ใจมากพอๆ กัน และงานเยอะมากขึ้น เพราะต้องเดินทางไปๆ มากรุงเทพฯ-เชียงรายอยู่ตลอด
"ฝ่ายเป็นคนเดินทางบ่อยอยู่แล้ว อย่างเรื่องงานที่เชียงรายก็ต้องดูแลเพราะเป็นงานหลัก และยังมีร้านอาหารที่กรุงเทพฯ อีก ก็ต้องรับผิดชอบมากขึ้น พยายามแบ่งเวลาทำงาน อย่างเช่น อาทิตย์นี้อยู่กรุงเทพฯ อาทิตย์หน้าอยู่เชียงราย จะเป็นแบบนี้ตลอดค่ะ บางทีกลางวันเข้าออฟฟิศ ตอนเย็นก็ถึงมาที่ร้านคอยดูแลลูกค้า หรือถ้าต้องไปดูงานที่ต่างประเทศก็จะดูพวกวัตถุสดๆ ใหม่ มาทำอาหารที่ร้านด้วย อย่างล่าสุดฝ้ายเพิ่งไปอิตาลีมา ก็ลองไปทานอาหารอิตาเลียนที่ต่างๆ ซื้อชีส และพาร์ม่าแฮมกลับมาด้วย เอาไว้มาทำเมนูที่ร้าน เลือกเอง ชิมเองทุกอย่างจะได้มั่นใจ คือเราไปทำงาน ไปเที่ยว แต่ก็ถือโอกาสหาซื้อวัตถุดิบดีๆ มาที่ร้านตลอด"
Antonio by fai อาจจะไม่ใช่งานหลัก เหมือนกับการดูแลธุรกิจโรแรมของครองครัว แต่เท่าที่เจ้าตัวได้เล่าถึงชีวิตการทำงาน ก็เห็นได้ว่า ร้านอาหารอิตาเลียนเล็กๆ นี้ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว เรียกว่าดูแลใกล้ชิดกับทุกเรื่องในร้าน รวมไปถึงการเข้าครัวเป็นเชฟเฉพาะกิจในบางครั้งคราว
...
"อย่างที่ฝ้ายบอกว่าเป็นคนชอบทาน และชอบทำอาหาร พอมาที่ร้านบางทีก็เลยมีโอกาสได้ทำบ้าง โดยเฉพาะขนมหวานที่ฝ้ายชอบทำมาก ไปๆ มาน้ำหนักเลยขึ้นเยอะเหมือนกัน เคยมีครั้งนึงฝ้ายมองหน้าตัวเองแล้วคิดว่าแย่แล้ว หน้าเรากลมมาก เลยต้องออกกำลังกายบ้าง ก็วิ่งสักชั่วโมง แต่พักหลังก็จะลดเรื่องการชิมอาหารลงด้วย ฝ้ายจะบอกที่ร้านเลยว่าถ้าทำอะไรให้ชิมต้องอย่าดึกมากนะ หรือถ้าฝ้ายทำขนมสูตรใหม่มา ก็จะให้พ่อครัว ให้เมเนเจอร์ที่ร้านชิมก่อนทุกจาน แล้วให้มาบอกฝ้ายว่าจานไหนอร่อยที่สุด ฝ้ายก็จะชิมจานนั้นพอ (หัวเราะ)"
...
ใส่ใจกับอาหารทุกเมนูขนาดนี้ แน่นอนว่าอาหารแต่ละจานที่ทางเชฟสร้างสรรค์ออกมา ก็ล้วนมาจากความตั้งใจ และใส่ใจจากตัวเจ้าของร้านคนเก่งนี้ด้วย โดยเฉพาะการเลือกวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ ซึึ่งทำให้อาหารแต่ละจานของที่ร้านสามารถครองใจคนชอบทานอาหารอีตาเลียนได้มากขึ้นเรื่อยๆ
"วัตถุดิบที่ทางร้านนำมาทำอาหารส่วนใหญ่นำเข้ามาหมดค่ะ อย่างหอยเชลล์ ปูคิงแคลบ และเนื้อมัตสึซากะ ก็นำเข้ามาจากญี่ปุ่น ปลาแซลมอนจากนอร์เวย์ หรือแม้กระทั่งเกลือชนิดต่างๆ ที่นำมาทานคู่กับอาหาร เพราะเกลือแต่ละแบบก็มีความแตกต่างกัน และเหมาะที่จะทานกับอาหารในแต่ละจาน ซึ่งเรื่องนี้ที่ร้านก็ใส่ใจมาก ที่สำคัญร้านเราเป็นร้านอาหารอิตาเลียน ที่ยังมีความเป็นฝรั่งเศสอยู่ประมาณ 20% เรื่องของการทำซอสจึงพิถันพิถันมาก ซึ่งทีเด็ดสุดๆ ก็เป็นทรัฟเฟิลซอสค่ะ เพราะลูกค้าที่ไปทานอาหารที่อิตาลียังบอกว่าซอสสู้ที่ร้านเราไม่ได้เลยนะ (ยิ้ม)"
...
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ Antonio by fai ถูกอกถูกใจคนชอบทานอาหารอิตาเลียน ก็คือเรื่องของการบริการที่เข้าอกเข้าใจลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งตัวของฝ้ายนั้นบอกว่าที่เป็นแบบนี้เพราะอาศัยจากประสบการณ์จากการบริหารงานโรงแรม ซึ่งช่วยได้มากกับการบริหารร้านอาหาร
"การบริหารโรงแรมฝ้ายอาจจะมีคนคอยดูแลให้ แต่ร้านอาหารฝ้ายได้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากกว่า ฝ้ายก็เอาประสบการณ์จากการทำงานโรงแรมมาเป็นช่วย อย่างแขกที่มาใช้บริการที่โรงแรมเขาอยากได้ความใส่ใจ แต่เขาไม่ได้อยากคุยกับเรามากมายหรอกค่ะ เราก็จะแคร์นิดนึงว่าลูกค้าที่มาที่ร้าน เขาก็ต้องการความเป็นส่วนตัวเวลามาทานอาหาร บางเรื่องอย่างการสั่งอาหาร ลูกค้าบางคนเขาก็อาจจะไม่ได้อยากทานตามเมนูที่มี วัตถุดิบที่เราใช้ทำอาหารตามเมนู บางทีลูกค้าอาจอยากเปลี่ยนเป็นอาหารแบบอื่นเราก็ทำให้ค่ะ และพนักงานที่นี่ทุกคนค่อนข้างจะลงดีเทลกับลูกค้าเยอะ เวลาจดออเดอร์ก็จะบอกเชฟด้วยว่าโต๊ะนี้คนชาติไหนทาน เพราะอย่างคนไทยก็ทานรสจัด คนญี่ปุ่นจะออกเค็มนิดนึง ส่วนฝรั่งก็จะรสกลางๆ คือร้านเราเล็กก็จริง แต่มันทำให้เราใส่ใจลูกค้าได้มากขึ้น"
ไหนจะต้องดูแลโรงแรม และยังต้องใส่ใจกับการทำร้านอาหารที่ตัวเองรักอีก แน่นอนว่าชีวิตช่วงนี้ของฝ้ายก็ต้องอยู่กับงานเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งฝ้ายเองก็บอกว่าเป็นความโชคดีที่ได้ทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้ได้เรียนรู้การตัดสินใจด้วยตัวเอง เรื่องงานจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับตัวฝ้ายมากที่สุดก่อน เพราะถ้าเรื่องงานมั่นคง เรื่องอื่นๆ รวมทั้งหัวใจก็จะมั่นคงและดีตามไปเอง
"ฝ้ายค่อนข้างดูโตเร็วกว่าคนในรุ่นเดียวกันมาตั้งแต่แรก เพราะไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 15 ปี จนจบปริญญาโท ซึ่งตอนนั้นเราก็อยากไปเองด้วย ถือว่าช่วงที่อยู่เมืองนอกได้ใช้ชีวิตคุ้มเหมือนกัน พอกลับมาเมืองไทย ที่บ้านเลยให้ลุยงานเต็มที่ เราเป็นผู้นำคนอื่นเร็ว เพราะลูกน้องฝ้ายก็อายุเท่าฝ้าย ซึ่งตรงนี้ทำให้เราเฮฮา เที่ยวมากไม่ได้ เพราะถ้าไปเจอลูกน้องในผับมันก็คงไม่เหมาะ (ยิ้ม) แต่ก็ไม่ได้คิดมากหรอกค่ะ ใจจริงก็อยากจะโฟกัสเรื่องงานอยู่แล้ว ตอนนี้เลยพยายามทำตัวเองให้มั่นก่อนค่ะ เพราะถ้าชีวิตเรามั่นคง เราก็จะมีครอบครัวที่มั่นคงได้ ตอนนี้เลยให้กำลังใจกันไปก่อนดีกว่า"
เป็นสาวเก่งที่จริงจังกับการทำงานอย่างมาก แต่ทุกสิ่งที่ทำก็มาจากความรัก ซึ่งอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือร้านอาหาร Antonio by fai ที่ตอนแรกเป็นร้านอาหารสุดโปรดของเจ้าตัวเมื่อก่อน แต่ ณ วันนี้ลูกค้าประจำกลับมาเป็นเจ้าของร้านเสียเอง ร้านนี้เจ๋งไม่เจ๋ง คงไม่ต้องพูดอะไรมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถทำให้ลูกค้าอย่างสาวฝ้ายมาซื้อร้าน เพื่อสานต่อความอร่อยจนทุกวันนี้.
Antonio by fai สุขุมวิท 23
ร้านเปิด18.00 - 22.00 น. ในวันจันทร์ถึงศุกร์ (เสาร์-อาทิตย์เปิดตั้งแต่กลางวัน)
โทร : 0-2258-4247,0-2258-4108