ไม่รู้ว่ายังจำกันได้หรือเปล่า  คราวก่อนซึ่งทาง 'ไทยรัฐออนไลน์' ได้เคยนำอาหาร และขนมแบบไทยๆ ทั้ง 4 ภาค ที่คนไทยไม่ได้กินมานานมาก มาให้ดูกัน วันนี้เลยขอย้อนกลับไปในอดีตที่ลึกกว่านั้น   ซึ่งส่วนใหญ่ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าบ้านเรามีขนมแบบนี้ด้วย ใครที่คิดว่าขนมแบบไทยนั้นเชย กินแล้วไม่เท่เหมือนขนมฝรั่ง คงต้องบอกวาเสียดายมากๆ จริงๆ เพราะอาหารคาวหวานเหล่านี้ ถ้านำไปใช้ในงานจัดเลี้ยงในวาระต่างๆ ก็จะเป็นการเพิ่มความแตกต่างของหน้าตาอาหารบุฟเฟต์แบบเดิมๆ และรสชาติก็หอมหวานอร่อยอีกด้วย


ขนมสี่ถ้วย


ยังมีให้เห็นกันอยู่บ้าง แต่หลายคนก็ไม่ค่อยรู้ชื่อที่แท้จริง "ขนมสี่ถ้วย" นั้นเกิดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย  ซึ่งประกอบไปด้วยของหวาน 4 ชนิดคือ ไข่กบ (เม็กแมงลัก) นกปล่อย (ลอดช่องใบเตย) บัวลอย (ข้าวตอก) และอ้ายตื้อ (ข้าวเหนียวดำ) ทั้งหมดนี้จะต้องราดด้วยน้ำกะทิก่อนทาน  เป็นขนมที่ใช้เลี้ยงแขกในงานมงคล

ขนมทองพลุ

...


ขนมงานมงคลของไทย ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ชื่อขนมว่า "ทองพลุ" นั้นสื่อถึงว่าทองเป็นตัวแทนของสิ่งมีค่า ส่วนพลุหมายถึงความรุ่งเรือง  ซึ่งที่มาของขนมชนิดนี้บางตำราเชื่อว่าเป็นของท้าวทองกีบม้า หัวหน้าห้องเครื่องในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งดัดแปลงขนมของโปรตุเกสหลายชนิด โดยใช้ส่วนผสมและวัตถุดิบของไทยแทน วิธีการทานทองพลุนั้นนิยมทานคู่กับน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม หรือคลุกน้ำตาล บางทีนำมายัดไส้หมู ไก่ ทานเป็นอาหารว่าง


มัศกอด


เห็นหน้าตาแล้วคงอดคิดกันไม่ได้แน่ๆ ว่าเหมือนคัพเค้กของฝรั่งเป๊ะๆ แต่จริงๆแล้วเป็นขนมไทยที่เกิดขึ้นในสมัยอยุธยา โดยคุณท้าวทองกีบม้า  และได้ปรากฏอยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานในสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยอีกด้วย มัศกอดเป็นขนมที่มีความพิถีพิถันในการทำอย่างมาก ทั้งขั้นตอนการเทส่วนผสม และนำเข้าไปอบจนน่าทาน  ซึ่งขนมชนิดนี้ถือว่าหาทานได้ยากเต็มที คัพเค้กตอนนี้ที่ฮิตกันเหลือเกิน  ถือว่าล้าสมัยสุดๆ เพราะของไทยมีมานานแล้ว ซึ่งถ้าเอามาใช้ทำเป็นคัพเค้กวันแต่งงานแทนแบบเดิมๆ ก็คงเก๋ไม่น้อย

ม้าฮ่อ


พักหลังมานี้ยังพอได้เห็นคนทำกันมากขึ้น ทั้งจากในนิตยสารและรายการทีวี ม้าฮ่อนั้นเกิดขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ นิยมรับประทานเป็นอาหารว่าง มีรสชาติเปรี้ยวจากสับปะรด และหวานเค็มจากไส้ ซึ่งปัจจุบันก็นำมาประยุกต์ให้ถูกปากคนทาน และสร้างความแปลกใหม่มากขึ้น โดยการใช้ส้ม กีวี่ หรือ สตรอเบอร์รี่ แทนสับปะรดในแบบดั้งเดิม.

...