ช็อกโกแลตเค้กโฮมเมดพลาดไม่ได้!

วันพ่อปีนี้คุณลูกที่กำลัง มองหาร้านอาหาร ดีๆสำหรับบุพการีที่เคารพ เจ๊แซบขอแนะนำให้แหวกความจำเจ พาบิดาออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นการผจญภัยทางลิ้นด้วยการกินอาหารอินเดียที่ร้าน "มิสซิสบาลบีร์ส" ร้านเก๋ๆที่มีฝีมือและประวัติความเป็นมาสุดเก๋า จัดเป็นร้านอาหารอินเดียยุคบุกเบิกที่เปิดบริการมาตั้งแต่คนไทยยังไม่มักคุ้นกับการหม่ำอาหารนานาชาติ กัดฟันฝ่าร้อนฝ่าฝนจนมาถึงทุกวันนี้ เริ่มมีแฟนประจำมาหม่ำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งไทย จีน ฝรั่ง และอินเดีย แวะเวียนมาลิ้มลองอย่างต่อเนื่อง ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม เข้าลิ้น กินได้ทุกชนชาติ แต่ยังเสน่ห์แบบอินเดียแท้ๆไว้อย่างครบถ้วน

"พี่เป็นคนอินเดีย อยู่มาเลเซีย แต่งงานกับคนอินเดียที่อยู่ในประเทศไทย ก็เลยย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุ 17 ปี ตอนนั้นพี่แต่งงานแล้วอยู่เป็นแม่บ้านเฉยๆก็เบื่อ ก็เลยเริ่มหางานทำ พี่เป็นคนชอบทำอาหารมาก พี่จะมีความสุขกับการทำอาหาร พี่เคยเรียนทำอาหารอิตาเลี่ยน แต่สามีชอบทานอาหารอินเดีย เขาก็เลยสอนให้เราทำ สอนทุกวัน พี่ก็หัดทำ ทำให้เค้าทาน เขาก็ชอบ ตอนนั้นเราก็เริ่มเปิดสอนทำอาหารเป็นกลุ่มเล็กๆ สอนทำอาหารอิตาเลี่ยน ก็มีคนมาเรียนเยอะมาก แต่พอบอกว่าจะสอนทำอาหารอินเดีย ไม่มีคนเรียน เราก็เลยคิดว่าอยากทำให้อินเดียเป็นที่รู้จัก อยากให้คนได้ลองกินอาหารอินเดียจริงๆ เพราะหลายคนคิดว่าอาหารอินเดียต้องมีแต่เครื่องเทศแรงๆ กลิ่นฉุนๆ เผ็ดๆ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย อาหารอินเดียมีความหลากหลาย อร่อย และมีประโยชน์กับร่างกายมาก จากตรงนั้นพี่ก็เลยเริ่มเปิดร้านเล็กๆ มีแค่ 6 โต๊ะ คิดว่าจะเปิดแค่ 6 ปี แต่พอทำจริงๆก็อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ปีหน้าก็จะ 36 ปีแล้วค่ะ" มาดามวินเดอร์ หรือพี่วินดี้ที่แสนดีของน้องๆ เล่าถึงที่มาที่ไปของร้านอาหารเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยความรักและความฝันของผู้หญิงที่หลงใหลในการทำอาหาร

...

ถ้าพูดถึงอาหารอินเดีย สิ่งแรกที่ผุดขึ้นใน ความคิดของหลายคนคือ แผ่นแป้ง ที่เอาไว้โซ้ยกับอาหารนานาชนิด บางคนเรียกรวมๆว่า แผ่นโรตี แต่จริงๆแล้ว มันคือ นาน (Naan) หน้าตาอาจจะใกล้เคียงโรตี แต่มีส่วนผสมและวิธีการทำที่แตกต่างกัน แผ่นนานทำจากแป้งผสมกับยีนส์ปั้นเป็นก้อนหมักทิ้งไว้ให้ได้ที่ แล้วนำมาแผ่เป็นแผ่นๆอบในโอ่งดินเผาที่สั่งตรงมาจากอินเดีย กลิ่นหอมของดินจะซึมเข้าไปในแผ่นแป้งอย่างช้าๆ เพิ่มอรรถรสในการหม่ำให้หนำอารมณ์ ครบถ้วนทั้งรสและกลิ่น เตาแต่ละใบจะใช้ได้แค่ 6 เดือน พอครบอายุต้องทุบทิ้งและสั่งเข้ามาใหม่ ทั้งราคาเตาและค่าขนส่งไม่ใช่ถูกๆ แต่พี่วินดี้ยอมทุ่มเพื่อรักษามาตรฐานอาหารอินเดียแท้ๆไว้ให้ได้มากที่สุด

พี่วินดี้มีหลากหลายนานให้เลือกหม่ำ ไม่ว่าจะเป็น กาลิคนาน (Garlic Naan)  ฉ่ำ กระเทียมเต็มคำ บัตเตอร์นาน (Butter Naan) หอมเนยสุดใจ และ เพสวารี่นาน (Peshwari Naan) นานเก๋ๆที่มีผลไม้ชิ้นเล็กๆผสมอยู่ในตัวแป้งทั้งหวาน ทั้งหอม เป็นสูตรลับเฉพาะของที่ร้าน หม่ำได้ที่นี่ที่เดียว !
นานของชาวอินเดีย ก็คือข้าวของคนไทย มีไว้หม่ำกับแกงและผัดสารพัดชนิด สำหรับขาโซ้ยหน้าใหม่ที่ไม่เคยลองของดีชาวภารตะ เจ๊แซบขอแนะนำ 3 เมนูเด่นที่มีรสชาติกลมกล่อม ถูกปาก หม่ำไม่ยาก และอร่อยมากมาย

เริ่ม ด้วย "ไก่กระทะ" หรือ ชิคเก้น คะได (Chicken Kadai) เป็นเครื่องเทศ สมุนไพรหลากชนิดนำมาโขลกให้เข้ากันเหมือนพริกแกงของไทย แล้วนำเนื้อไก่มาผัดให้เข้าเนื้อ เสิร์ฟมาในกระทะใบน้อย โซ้ยกับแป้งนานแสนสราญกระเพาะ ต่อด้วย "ชิคเก้นคอร์ม่า" (Chicken Korma) เป็นเครื่องเทศชนิดเบา กลิ่นไม่ฉุน รสไม่จัดเกินไป ผัดกับเนื้อไก่ ใส่ครีมเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความละมุนละไม หม่ำได้ไม่ต้องกลัวเลี่ยน ปิดท้ายด้วย "พรอว์น มาคานี่" (Prawn Makhani) กุ้งตัวโตผัดกับเครื่องเทศรสเข้มข้น  แต่ไม่จัดจ้านจนจี๊ดกระเพาะ มีน้ำพอขลุกขลิก เจ๊แซบแอบปลื้มเมนูนี้เป็นพิเศษ ด้วยความกลมกล่อม ละมุนละไมของน้ำแกง แค่ราดลงบนแป้งนานแล้วหม่ำแสนจะเพลินเจริญใจ จนไม่อยากอิ่ม (หุหุ)

...

เจ๊แซบขอเอาใจคุณน้อง คุณหนู และขาโซ้ยคออ่อนที่ไม่ถนัดรสจัด ด้วยเมนูสุดคลาสสิก "ไก่ธันดูรี่" หรือ ธันดูรี่ ชิคเก้น ทิกก้า (Tandoori Chicken Tikka) เป็นน่องไก่หมักเครื่องเทศ ย่างในเตาธันดูร์ เตาอบที่ทำจากดิน มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ หม่ำกับแป้งนานบัตเตอร์ หรือ นานกระเทียม สุดแสนจะเข้ากั๊น ...เข้ากัน สำหรับขาหม่ำที่คุ้นเคยกับ "ข้าวหมกไก่" เจ๊แซบขอแนะนำให้ลองข้าวหมกไก่สูตรของที่นี่ เพราะเค้าทำแบบชาวอินเดียแท้ๆ เริ่มตั้งแต่นำไก่ไปผัดกับเครื่องเทศ แล้วนำมาใส่ในข้าวบาสมาตี (Basmati) เป็นข้าวอินเดียเม็ดเรียวเล็กและยาวกว่าข้าวไทย จากนั้นนำไปหุงในหม้อดินที่สั่งมาจากอินเดีย ในหม้อจะมีน้ำและสมุนไพรหลากชนิดทั้งเม็ดยี่หร่า กานพลู หอม ใบกระวาน และอบเชย หุงบนเตาถ่าน ไฟต้องอ่อนๆ ให้น้ำค่อยๆซึมเข้าไปในข้าวจนสุกได้ที่ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง และน้ำจิ้ม เจ๊แนะนำให้หม่ำเครื่องทุกอย่างให้ครบ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการโซ้ย

นอกจากนี้ พี่วินดี้ยังมีหลากหลายรายการให้เลือกหม่ำ ไม่ว่าจะเป็น "สลัดมะม่วง" ที่ผสมผสานความเป็นไทยและอินเดียได้อย่างลงตัว "ไก่ผัดพริก" (Chillie Chicken) เมนูลูกครึ่งจีน อินเดีย รสชาติเข้มข้น "ซาโมซ่าไส้ไก่" (Chicken Samosa) หอมกลิ่นเครื่องการามมาซาล่า (Garammasala) เครื่องเทศชนิดพิเศษที่พี่วินดี้ผลิตขึ้นมาเอง "โยเกิร์ตมะม่วงปั่น" เครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยแสนอร่อยและสดชื่น สุดท้ายห้ามพลาดสำหรับของหวานสไตล์โฮมเมด มีทั้งช็อกโกแลตเค้ก คาราเมลคาสตาร์ดแบบดั้งเดิม และชีสเค้ก หม่ำคู่กับชาอินเดียที่มีกลิ่น รสเป็นเอกลักษณ์ ในชาจะมีสมุนไพรชั้นดีมีประโยชน์ต่อการย่อยอาหาร เป็นการปิดมื้อสำคัญได้อย่างสมบูรณ์แบบ !!

...

ร้านมิสซิสบาลบีร์ส ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 11 / 1 ถ้ามาด้วยรถไฟฟ้าลงสถานีอโศกแล้วเดินมาเข้าซอยมาแค่ไม่กี่ก้าวจะเห็นร้าน อยู่ทางขวามือ ร้านสีขาว มีผนังกระจกใส สะอาด น่านั่ง จำนวนโต๊ะอาจจะไม่มากนัก ควรโทร.จองล่วงหน้าเพื่อความสบายใจ ภายในมีห้องจัดเลี้ยงขนาด 20 คนไว้ให้บริการ ร้านเปิดตั้งแต่ 11 โมงเช้า ถึง 5 ทุ่ม ทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ปิดให้ พนักงานพักผ่อนวันจันทร์ ช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ทางร้านมีโปรโมชั่นและเมนูพิเศษไว้ให้บริการ สอบถามและจองโต๊ะได้ที่เบอร์ 0-2651-0498

วันพ่อปีนี้ตรงกับวัน อาทิตย์พอดี๊...พอดี...ขอให้คุณพ่อทุกท่านมีความสุขกับการโซ้ย...โซ้ยได้ โซ้ยดี ไม่มีอ้วน และไม่มีคอเลสเทอรอลมากวนใจ...เพี้ยง !!

เจ๊แซบ หัวเขียว