ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดอุตสาหกรรม, รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์, วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ร่วมยินดีกับผู้ชนะการประกวดทั้ง 5 คน.

หลังจากขับเคี่ยวกันมาหลายครั้ง ในที่สุดก็ได้ผู้ชนะเลิศใน "โครงการรสมือไทยพร้อมปรุง" (Taste of Siam) ที่ คุณหรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ ประสานกับภาครัฐ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กระทรวงอุตสาหกรรม, ภาควิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และภาคเอกชนกลุ่มบริษัท CPF เป็นต้น ร่วมกันจัดประกวดน้ำปรุงรสอาหารไทยให้โกอินเตอร์ เพื่อเชิงพาณิชย์ ที่โรงแรมใบหยกสกาย เมื่อวันศุกร์ที่ 26 พ.ย.



ภายในงานผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้ายจากการลงแข่งประเภทต่างๆ ได้แก่ น้ำจิ้ม, น้ำปรุงรส, น้ำราด/น้ำสลัด, น้ำหมัก และ Thai Dip ได้แสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อมัดใจกรรมการและถูกต้องตามหลักเกณฑ์คือ ผู้เข้าประกวดต้องพัฒนาสูตรน้ำปรุงรสต่างๆให้มีอายุยาวขึ้น แต่ยังคงรสชาติความอร่อยเหมือนเดิม และต้องใช้วัตถุดิบที่สามารถปลูกในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งในที่สุดก็ได้ผู้มีรสมือชนะเลิศในการประกวดประเภทต่างๆ ได้แก่ เนตรดาว ปาลโพธิ์ จากเมนูน้ำจิ้มซีฟู้ด, ศาสตรา ฐิติวัฒนา จากเมนูน้ำปรุงรสหมี่กรอบ, นันท์นภัส วรรณะ จากเมนูน้ำสลัดกระเพราพริกไทยดำ, นิสา ดวงจันทร์ จากเมนูน้ำหมักแกงมัสมั่นไฉไล และประเภท Thai Dip ได้แก่ พยอม แก่นทองแดง ในสูตรน้ำพริกน้ำปลาหวาน



โอกาสนี้ ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า งานนี้ ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย คงต้องมีโครงการต่อยอดต่อไป เพื่อที่จะดึงเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้ที่เป็นสมบัติของชาติเข้าสู่ วงการอุตสาหกรรม ขณะที่แม่งานใหญ่ คุณหรีด-รพีพรรณ กล่าวว่า ผลที่ได้รับน่าชื่นใจ เพราะทุกคนต่างแสดงฝีมือกันสุดยอด ใช้ได้หมดทุกคน ส่วนผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทนอกจากเงินรางวัล 30,000 บาทแล้ว ยังจะได้ร่วมขบวนไปโรดโชว์ ที่ประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 6-8 ธ.ค.นี้ และไปร่วมเปิดตลาดอาหารไทยที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 20-25 ธ.ค.ศกนี้เช่นกัน โดยจะนำสูตรน้ำปรุงทั้งหมดที่ชนะเลิศนี้ไปให้เจ้าของร้านอาหารไทยและตลาดจีนใน แอลเอได้ชิม เพื่อการจำหน่ายต่อไป นอกจากนี้ ยังจะต่อยอดผู้เข้าประกวดในโครงการ เพื่อทำเป็นธุรกิจ SME ต่อไป



สำหรับเคล็ดลับเมนูเด็ดที่ชนะเลิศ เนตรดาว บอกว่า นอกจากเครื่องปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดทั่วไปแล้ว ตนได้ใส่กานพลูไปด้วย เพื่อเพิ่มความซ่าคล้ายวาซาบิ ทำให้รสชาติจัดจ้านแต่ไม่เผ็ดมากนัก ส่วน ศาสตรา เจ้าของเมนูน้ำปรุงรสหมี่กรอบ บอกว่า สูตรที่ทำนี้เป็นสูตรโบราณที่ตกทอดมาจากคุณย่าของตนเอง จุดเด่นคือรสชาติดั้งเดิม มีความหวานเปรี้ยวกลมกล่อม และมีสีสันที่สวยงามจากดอกกระเจี๊ยบ ปิดท้ายที่ พยอม เผยสูตรเด็ด Thai Dip ว่าเคล็ดลับของน้ำปลาหวานคือ มีปลากรอบและพริกป่นผสมลงไป เพื่อให้มีรสชาติอร่อยกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น.

...