ผ่านพ้นไปอย่างเรียบร้อยแล้วสำหรับคณะของทีมผู้ชนะสุดยอดอาจารย์อาชีวะสู่ระดับโลกที่ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลถึงนครปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อไปศึกษาดูงานด้านการผลิตอาหารและงานบริการ ในวันที่ 12 – 18 กันยายนที่ผ่านมา

หลังจากผ่านการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในโครงการ “สุดยอดอาจารย์อาชีวะสู่ระดับโลก” ที่จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ ดอง เบลอ ดุสิต,โรงเรียนสอนอาหารนานาชาติและห้องอาหาร เลอ โน้ต, ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องครัว และอุปกรณ์ค้าปลีกครบวงจร บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) จำกัด, สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อ.ส.ม.ท. และ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ พร้อมด้วย รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ นำทีมอาจารย์ผู้ชนะเลิศทั้ง 10 บินลัดฟ้าสู่นครปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อไปศึกษาดูงานด้านการผลิตอาหารและงานบริการ ในวันที่ 12 – 18 กันยายนที่ผ่านมา



ในการเดินทางครั้งนี้ ทีมสุดยอดอาจารย์อาชีวะสู่ระดับโลก มีโอกาสเข้าเยี่ยมชม โรงเรียนนานาชาติ เลอโน้ต (Le Notre) ชมการสาธิตการปั้นตกแต่งน้ำตาลจากเชฟมือรางวัลระดับยุโรป   อีกทั้งโรงงานเลอโน้ต โรงงานผลิตขนมปัง ช้อคโกแลต และเค้ก ที่ใหญ่ที่สุดของเลอโน้ต ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและจัดส่งทั่วประเทศฝรั่งเศส ชมและชิมอาหารจาก จากร้าน ZE KITCHEN GALERIE ร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์ฟิวชั่น (Fusion) ระดับมิชิลิน สตาร์ โดยฝีมือเชฟมิชิลิน วิลเลียม เลอเดีย ซึ่งเป็นเชฟฝรั่งเศสผู้ทำอาหารฝรั่งเศสประยุกต์ด้วยการผสมผสานสมุนไพรของไทยได้อย่างลงตัว

...

เนื่องจาก ฝรั่งเศสมีเมนูชีสอันเลื่องชื่อ คณะผู้จัดงานจึงได้พาอาจารย์อาชีวะทั้งสิบไปเยี่ยมชมและเรียนรู้เรื่องราว เกี่ยวกับชีสฝรั่งเศส จาก Philippe Olivier ร้าน ชีสชื่อดังระดับไฮเอนของฝรั่งเศสที่เปิดมากว่า 100 ปี ซึ่งขณะนี้บริหารงานโดยทายาทรุ่นที่ 4 เหล่าคณาจารย์ได้รับคำแนะนำต่างๆ ในเรื่องกรรมวิธีการทำชีส รายละเอียดลักษณะพิเศษของชีสแต่ละชนิดอย่างละเอียด รวมถึงประเภทของชีสที่มีกว่า 350 ชนิด โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลักๆคือ Bourgogne, Camembert, Comte, Auvergne, และ Decouverte Recente


ต่อจากนั้นได้เข้าชมและศึกษางานที่ร้าน OTH SOMBATH ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น ของเชฟอ๊อด เชฟไทยชาวมุกดาหารที่อาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศสมายาวนานถึง 23 ปี  ผู้เคยร่วมงานกับร้านบลูเอเลเฟ่นท์ และยังเป็นอาจารย์เชฟรับเขิญของสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ  เมนู อาหารของเชฟอ๊อดจะใช้เครื่องปรุงจากสมุนไพรของไทยและเอเชีย โดยคณะได้ชมวิธีปรุงอาหารไทยประยุกต์ในรูปแบบการนำเสนอในสไตล์อาหารระดับ 5 ดาว ไม่ว่าจะเป็นกุ้งซ้อสมะขามบนแพนเค้ก, ปลานึ่งมะนาว, ปลาเผาตะไคร้, แกงเขียวหวานไก่ย่าง และมูสช็อกโกแล็ตมะพร้าวกับเห็ดหูหนูแถมมีพริกขี้หนูเป็นส่วนผสม ซึ่งเป็นของหวานที่ได้รับความนิยมมาก



ซึ่งถือว่าคณะที่ไปดูงานในวันนั้นได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆจากเชฟไทยผู้ ที่ได้รับรางวัลการทำอาหารดีเด่นจากองค์กรต่างๆในปารีสมากมาย
มาถึงไฮไลท์ของการเดินทางสู่ปารีสในครั้งนี้ของทีมอาจารย์สุดยอดอาจารย์อาชีวะ คือการได้เข้าไปเป็นนักเรียนที่โรงเรียนสอนการประกอบอาหารเลอ กอร์ดอง เบลอ‘LE CORDON BLEU’ ต้นตำรับ ประเทศฝรั่งเศส  ซึ่งคณาจารย์ต่างได้เคล็ดลับสุดพิเศษเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็น เทคนิคการปรุงเนื้อสัตว์, การลวกดอกบัวฝรั่ง (Artichoke), การทอดมันฝรั่งให้สุกกำลังดี และการทำซอสสูตรต้นตำรับฝรั่งเศส ซึ่งสิ่งสำคัญที่สร้างความประทับใจให้อาจารย์ปลื้มกันมากคือ ทุกท่านที่เข้าอบรมได้รับประกาศนียบัตรจากเลอกอร์ดองเบลอ สถานที่ๆนับเป็นความใฝ่ฝันของนักปรุงอาหาร

...



ตลอด สัปดาห์ที่คณาจารย์ “สุดยอดอาจารย์อาชีวะสู่ระดับโลก” ได้เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานด้านอาหารตามสถานที่สำคัญๆในปารีส ได้เก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์อย่างเต็มที่ และในวันสุดท้ายของการเดินทางเหล่าคณาจารย์ก็ได้จัดโชว์ขั้นตอนและเมนูต่างๆ ที่ทีมได้รับรางวัลชนะเลิศมา ให้ชาวเอเชียที่มีถิ่นพำนักที่ฝรั่งเศสได้ชิมและชื่นชมผลงาน ซึ่งจากเสียงตอบรับและความชื่นชมก็เป็นที่ประจักษ์ว่า เมนูของไทยทุกเมนูที่ทีมอาจารย์นำเสนอนั้นสามารถดัดแปลงและต่อยอดในเชิง พาณิชย์ได้อย่างดีทีเดียว เพราะวัตถุดิบในการปรุงอาหารไทยทุกชนิดหาซื้อได้ที่ห้างตังแฟร์ ห้างค้าปลีกและค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดมีถึง 8 สาขาในประเทศฝรั่งเศส

...



คณาจารย์ จากอาชีวะของโครงการ “สุดยอดอาจารย์อาชีวะสู่ระดับโลก” ต่างพกพาความรู้ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และมุมมองใหม่ๆ กลับมาเพื่อมาถ่ายทอดสู่นักศึกษาในแวดวงอาชีวะและพัฒนาหลักสูตรให้ได้ มาตรฐานยิ่งขึ้น ให้ตอบสนองกับความต้องการของตลาดโรงแรมและร้านอาหารที่กำลังเติบโตของ ประเทศไทย โดยครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้จัดทำโครงการซึ่งนำโดย   รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ มีความยินดีและภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างเสริมศักยภาพให้แก่ การศึกษาในวงการอาชีวะไทยให้ก้าวไกลและพัฒนาไปสู่การยอมรับในระดับสากล