ลักษณะของผิวร่วงโรยจะปรากฏชัดแค่ไหนขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงตามบริเวณต่างๆ ดังนี้
Wrinkly Skin
รังสียูวี มลภาวะ และอนุมูลอิสระต่างๆ เป็นตัวทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นเพราะเนื้อเยื่อผิวไม่มีตัวช่วยพยุง ริ้วรอยเล็กๆ ที่เกิดจากผิวแห้งสามารถลดเลือนได้ด้วยสกินแคร์ แต่ถ้าเป็นริ้วรอยลึกที่แม้ทำหน้าเฉยๆ ก็ยังเห็นรอยเส้นอยู่สามารถแก้ไขด้วยทรีตเมนต์ทางการแพทย์
Sunken Eyes
เมื่อไขมันใต้ตาเริ่มเสื่อมสลายทำให้ผิวระหว่างใต้ตากับแก้มสูญเสียวอลูม ดวงตาเลยดูโหลจนเป็นหลุมเงาทำให้ดูหมองคล้ำลง ส่วนคนที่มีไขมันที่ผิวรอบดวงตาเยอะอยู่แล้วอาจเจอปัญหาหนังตาตกและถุงใต้ตาบวม
Saggy Jawline
แนวคางจากที่เคยคมชัดเริ่มคล้อยลงทำให้ใบหน้าโดยรวมดูใหญ่และเหนื่อยล้า ปัญหานี้มักเห็นชัดสำหรับคนที่มีเนื้อไขมันบนใบหน้าเยอะ บางคนดูเหมือนมีคางสองชั้น สกินแคร์ยังพอช่วยได้ในกรณีที่ผิวคล้อยลงมาแค่เพียงเล็กน้อย แต่ถ้ามากกว่านั้นจำเป็นต้องรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
Bone Changes
เมื่ออายุมากขึ้น ความหนาแน่นของมวลกระดูกจะน้อยลงทำให้ไม่สามารถพยุงผิวได้อีกต่อไป ผลที่ตามมาคือผิวใต้ตาเริ่มโหล แก้มเริ่มตอบ แนวคางเริ่มคล้อยและไม่ได้รูป
Loss of Volume
สังเกตหรือไม่ว่าเมื่อดูรูปสมัยวัยรุ่นจะเห็นว่าใบหน้าเราดูอวบอิ่ม ชุ่มชื่น และเต่งตึง ทั้งนี้ก็เพราะไขมันธรรมชาติที่อยู่ใต้ผิวยังไม่หายไปไหน แต่พออายุมากขึ้นไขมันก็สูญสลายไปตามธรรมชาติ ใบหน้าจึงดูตอบและร่วงโรยโดยเฉพาะตั้งแต่ผิวแก้มลงไป
...
ที่มา - Vogue Thailand