สำหรับเรา เวลาที่อยากทำความรู้จักกับใครสักคน มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ถูกใจเป็นพิเศษ ซึ่งแวบแรกที่เห็นเธอคนนี้ใน Instagram แบบแรนดอม ก็ต้องขอใช้คำว่า...ผู้หญิงคนนี้ดึงดูดเรามากในเรื่องของสไตล์การแต่งตัว นี่ก็เลยต้องออกตามหา ชวนเธอมาพูดคุยแบบเน้นๆ ตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้า รองเท้า ยาวไปถึงแอตติจูดกันซะหน่อย...และนี่คือ ‘อั๊ง – ภีมฑกร พันธุ์เจริญศิลป์’ น้องสาวหน้าใหม่ ไฟแรงหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่แต่งตัวสนุกแรง! 

ดีใจนะที่ได้เจอ

ALL ABOUT ‘ANK’

“ก่อนหน้านี้ อั๊งเรียนจบปริญญาตรีที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แล้วก็ทำงานเป็นสถาปนิกอยู่หนึ่งปี ก่อนที่จะเรียนต่อปริญญาโทที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และกำลังเริ่มทำงานใหม่อีกครั้งในตำแหน่ง Interior Stylist ค่ะ...

“ถ้าถามว่า ทำไมเราถึงชอบการเรียนสายนี้ มันเป็นเรื่องที่ตลกมากค่ะ คือตอนเด็กๆ  อั๊งจะไปบ้านยายทุกอาทิตย์ ซึ่งเราจะนั่งรถผ่านตึกช้างเสมอ วันหนึ่งอั๊งก็หันไปบอกแม่ว่า โตขึ้นอั๊งจะสร้างตึกเป็นรูปหมีบ้าง! (หัวเราะสนุก) ไม่รู้ว่านี่คือความสนใจในงานสถาปัตยกรรมหรือเปล่านะคะ...จะเรียกว่าเป็นคนเป๊ะมั้ย ก็เป๊ะนะ เพราะอั๊งทำงานหลุดจากกรอบไม่เป็น ให้เป็นศิลปินที่วาดงานออกมาตามอารมณ์ตัวเองนี่ไม่น่าจะได้  หรืออะไรที่ควรพลิ้ว ก็ทำออกมาซะแข็ง แต่ไม่ใช่เพอร์เฟคชั่นนิสต์แน่ๆ เพราะห้องนอนตัวเองนี่รกเชียวแหละ! จะเป๊ะแค่การแต่งหน้าแต่งตัวมากกว่า...

...

“ส่วนเรื่องการแต่งตัว อั๊งก็สนใจมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนกัน คิดว่าน่าจะซึมซับสิ่งนี้มาจากแม่ เพราะแม่ชอบพาอั๊งไปซื้อเสื้อผ้า แต่ดูในรูปตอนเด็กๆ อั๊งจะไม่มีพวกชุดการ์ตูน ไม่มีสีชมพู หรือเจ้าหญิงหวานแหววเลยนะ จะออกแนวเอิร์ธโทน คือคลุมโทนไปเลย ไม่เลอะเทอะ เคยถามแม่ว่าเราไม่มีโมเมนต์อยากเป็นนางฟ้าบ้างเลยเหรอ แม่บอกว่า ไม่มีนะ (หัวเราะ) สงสัยเราจะไม่มีอินเนอร์สวยๆ แบบนั้นจริงๆ พอโตขึ้นอั๊งก็ลองแต่งตัวมาทุกแบบแล้วนะ ไม่ว่าจะหวานสุด เปรี้ยวสุด ไปจนถึงพังสุด!

...แต่เอาจริงๆ อั๊งว่าสไตล์การแต่งตัวของเรา มันก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ผ่านมานะ  เหมือนกับเรื่องการทำงาน ที่ต่อให้เรียนเยอะแค่ไหน แต่ปัญหาที่เจอในการเรียน มันก็ไม่เหมือนปัญหาที่เราเจอในชีวิตจริงหรอกค่ะ เพราะฉะนั้น ‘ประสบการณ์’ สำคัญกว่าอย่างอื่น ไม่แน่นะ อนาคตอั๊งอาจจะเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวเป็นแบบ Glam ไปเลยก็ได้ (หัวเราะ) แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปแบบไหน อั๊งก็ไม่ค่อยแคร์กับกฎเกณฑ์เท่าไร ขอแค่ได้ใส่อะไรที่มั่นใจ และสนุกไปกับการ Mix & Match แค่นี้ก็พอแล้ว

ANK’S SIGNATURE: อั๊งชอบใส่อะไรเรียบๆ และเป็น Oversized ช่วงนี้อินกับเสื้อคอเต่า มีเยอะมาก เพราะมันทั้งง่าย สุภาพ มิดชิด เรียกว่าเป็นลุคกันตาย โทนสีดำเป็นสีที่ชอบ อั๊งจะไม่มีความพาสเทล เพราะรู้สึกว่า ถ้าไม่ใช่คนที่ขาวมาก ใส่ยังไงก็ดูหมอง แต่งหน้าแมทช์ยาก เรียกว่ามาแนวหวาน อั๊งไม่รอด (หัวเราะ)

FAVORITE ITEMS: จะมีรองเท้ากับกระเป๋ามากที่สุด อย่างกระเป๋านี่ก็เนียนๆ ใช้กับแม่ได้ แล้วก็พวกต่างหู ใส่แล้วรู้สึกเฟรชดี วันไหนไม่มีแล้วรู้สึกแปลกๆ นอกนั้นก็พวก Outerwear ค่ะ

ME LOVE!: รองเท้ากับเครื่องสำอาง สองอย่างนี้อั๊งมีเยอะพอกัน ตั้งแต่ถูกยันแพง  อั๊งได้หมด

ALL TIME FAVORITE PEOPLE: แม่ค่ะ! ด้วยความที่อั๊งเป็นลูกคนเดียว อั๊งก็เลยสนิทกับแม่เป็นพิเศษ เราคุยกันได้ทุกเรื่อง ขนาดช็อปปิ้งยังไปด้วยกัน อย่างล่าสุดที่ไปญี่ปุ่นมา อั๊งประทับใจแม่มาก (หัวเราะ) มันจะมีรองเท้าที่อั๊งอยากได้ (Reebok Workout x Paccbet x Gosha Rubchinskiy) แต่ไม่มีไซส์ เลยบิ๊วแม่ให้ซื้อแทน วันแรกที่ไปถึงเลยมุ่งไปที่ Dover Street Market เพื่อจะไปเอารุ่นนี้ให้ได้ ลุ้นว่าจะมีไซส์เรามั้ย ก็พบว่าไซส์ที่วางอยู่คือ 25.5 cm ซึ่งเราใส่ 22 – 22.5 cm ตอนนั้นใจสลาย (หัวเราะ) ภาพตัดมาอีกที แล้วแม่ก็เดินมา/ แล้วแม่ก็หยิบไป/ แล้วแม่ก็ลอง/ แล้วแม่ก็ใส่ได้/ แล้วแม่ก็ซื้อ เราก็ เดี๋ยว...คู่นี้ลูกอยากได้มากนะแม่! พีคใจ!

...

MY BOO, MY SHOES: เมื่อก่อนใส่ส้นสูงทุกวัน แต่เป็นคนมีปัญหาเรื่องเข่ามาตั้งแต่เด็ก คุณหมอเลยไม่อยากให้ใส่ หลังจากนั้น ชีวิตก็เปลี่ยน เริ่มมองไปที่สนีกเกอร์ (หัวเราะ) ก็รู้สึกว่ามันน่ารักดีนะ เดินสบาย ใส่ได้ทั้งวัน ไม่ต้องหยุดจิบชาเพื่อพักเท้าเหมือนตอนใส่ส้นสูง (หัวเราะ) จำได้ว่าคู่แรกเป็น Converse All Star สีขาวแบบกลางๆ นี่ล่ะเพราะมันใส่กับอะไรก็ได้บนโลกนี้ หลังจากนั้นก็เริ่มเป็น Nike Air Force 1, Nike Air Max, Adidas Y-3 แล้วก็ลามไปคู่อื่นเรื่อยๆ เหตุผลหลักที่ตัดสินใจซื้อแต่ละรุ่นก็ไม่มีอะไรมาก คือ ถ้ามีไซส์ ก็เอาเลยไม่ต้องคิด เพราะเท้าเราเล็ก มีหลายรุ่นที่อยากได้ แต่ไม่มีวันได้มันมา ต่อให้กำเงินเตรียมไว้แล้วก็เถอะ! แต่อั๊งเป็นคนที่ไม่หวงรองเท้านะ ไม่ใช่สายเก็บ เพราะเราก็ซื้อมาใส่เนอะ บางคู่ก็เลอะได้  หรือถ้าวันไหนเราใส่คู่แพงๆ ออกมา ก็แค่อย่าไปลุยในที่ๆ ดูสมบุกสมบันก็พอ

...

FUN FACTS:

#1 มีช่วงเฟรชชี่ อั๊งพลาดไปดัดผมลอนเล็ก คือเศร้าเลย ลองนึกภาพตามคุณแม่ในการ์ตูนเรื่อง ‘The Simpsons’ คือใช่เลย (หัวเราะ) อินเนอร์ตอนนั้นคือ รู้สึกว่าผมตรงมากเลยอยากดัด

#2 งานบิ๊กอายก็ผ่านมาแล้ว! ตอนนั้นกลัวตัวเองอยู่นะ เพื่อนที่เป็นผู้ชายก็เริ่มไม่เก็ต  เลยกลับมาใส่ขนาดคนปกติดู อั๊งว่าถ้าเราเลือกสีดีๆ แล้วแมทช์กับการแต่งอายแชโดว์ มันก็เปลี่ยนลุคเราได้อยู่นะ

#3 มีช่วงที่มั่นใจมาก ใส่ส้นสูงทุกวัน แล้วก็แต่งตัวค่อนข้างโป๊ คือเป็นไรน่ะ! งงตัวเองมาก พอเราเริ่มสังเกตตอนที่โตแล้ว เห็นเด็กๆ มัธยมปลายแต่งตัวแบบนั้น เราก็คิดว่าบางทีมันก็ผิดกาลเทศะ มันรู้สึกได้ถึงความไม่เหมาะสม

#4 เป็นคนไม่ฟังเพลง จะฟังเฉพาะตอนที่เดินทางคนเดียวเท่านั้น ในชีวิตประจำวันนี่ไม่เปิดเพลงเลย จะเปิดแต่ทีวี มีแต่คนบอกว่าแปลกมาก

#5 อั๊งไม่มีสถานที่สำหรับการหาแรงบันดาลใจ เพราะแรงบันดาลใจมันหาได้รอบตัว  บทมันจะคิดออกมันก็คิดออก คิดไม่ออก ก็คือไม่ออก ต่อให้ไปนั่งที่ไหนสวยๆ ร้านกาแฟดีๆ ก็ตาม เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่จังหวะและคำว่า ‘Deadline’ ค่ะ! นี่คือเรื่องจริง!  ถ้าอั๊งไปเที่ยว ก็คือพักผ่อน จะไม่หยิบงานไปเที่ยวด้วย ถ้าต้องไปเพื่อคิดงาน อั๊งไม่ไปดีกว่า FOLLOW HER STYLE HERE: IG: @KAIPOK_ANK 

...

ที่มา - Cheeze
www.cheeze-looker.com 
www.facebook.com/cheezemagazine 
www.facebook.com/lookermag