เป็นข่าวช็อกไปทั่วโลก เมื่อสื่อทุกสำนักต่างตีข่าวการฆ่าตัวตาย ของดีไซเนอร์จอมขบถสัญชาติอังกฤษ "อเล็กซานเดอร์ แมคควีน" ด้วยวัยเพียง 40 ปี นับเป็นการสูญเสียที่เทียบเท่ากับ ราชาเพลงป๊อป "ไมเคิล แจ๊กสัน" แห่งวงการแฟชั่นโลกก็ว่าได้ โดยศพของเขาถูกพบอยู่ในสภาพแขวนคอตายภายในบ้านพักสุดหรู ย่านเมย์แฟร์ ใจกลางกรุงลอนดอน เมื่อเวลา 10 โมงเช้า วันที่ 11 ก.พ. 2010 (ตามเวลาท้องถิ่น) เพียงแค่วันเดียวก่อนจะจัดงานศพให้แม่ ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา หลายกระแสคาดการณ์ว่าความทุกข์ระทมอย่างหนักจากการสูญเสียมารดาผู้เป็นที่รัก น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่อยู่เบื้องหลังการทำอัตวินิบาตกรรมในครั้งนี้!!
ตั้งแต่ช่วงแรกๆที่เข้าวงการแฟชั่น ชื่อเสียงของ "แมคควีน" เป็นที่เลื่อง ลือในเรื่องหัวคิดสร้างสรรค์ที่แปลก ใหม่ แหวกแนวไม่มีใครเหมือน เขาถือเป็นดีไซเนอร์จอมขบถ ที่มักแหกทุกกฎเกณฑ์ สร้างความ ช็อกและกระตุ้น ให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เผ็ดร้อนได้อย่างต่อเนื่อง จนได้รับฉายาว่า "เด็กนรกแห่งวงการ แฟชั่นโลก" ด้วยความแรงสุดโต่งนี่เอง ทำให้เขากลายเป็นเพื่อนซี้ปึ้กกับ 2 ซุปเปอร์โมเดลแบดเกิร์ล "เคท มอส" กับ "นาโอมิ แคมป์เบลล์" และยังรั้งตำแหน่งดีไซเนอร์คนโปรดของเซเลบริตี้โลก หลายต่อหลายคน ไล่ตั้งแต่นักร้องชื่อดัง เช่น ริฮานน่า, บียอร์ค, เลดี้กาก้า ไปจนถึงดาราแถวหน้าของฮอลลีวูดอย่าง นิโคล คิดแมน, เพเนโลเป้ ครูซ และซาราห์ เจสซิก้า พาร์คเกอร์ 

ชีวิตวัยเด็กของ "แมคควีน" ไม่ถึงกับปากกัดตีนถีบเท่าไหร่ เขาเป็นหนุ่มราศีมีนผู้อ่อนไหว เกิดวันที่ 16 มี.ค. 1969 เกิดในย่านเลวิสแฮมของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เติบโตมาในครอบครัวชนชั้นกลาง มีพ่อเป็นคนขับแท็กซี่ ส่วนแม่ชื่อว่า "จอยซ์" เป็นครูสอนด้านสังคมศาสตร์ เขาเป็นลูกชายคนเล็กสุดในจำนวนพี่น้อง 6 คน ตั้งแต่จำความได้ก็เริ่มแต่งเนื้อแต่งตัวให้พี่สาวทั้ง 3 คนแล้ว และประกาศจุดยืนชัดว่าโตขึ้นอยากเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ เขาเริ่มวาดรูปสเกตช์เสื้อผ้าตอนอายุแค่ 3 ขวบ โดยยืมวอลเปเปอร์ผนังบ้านเช่ามาเป็นกระดาษฝึกลายเส้น
ภาพความทรงจำอบอุ่นระหว่างแม่ลูก
หลังจากเรียนจบไฮสคูล "แมคควีน" ตัดสินใจออกตามหาความฝัน โดยสมัครเข้าฝึกงานกับ "Anderson & Sheppard" แบรนด์แฟชั่นสูทเก่าแก่ของอังกฤษ ที่ชำนาญเรื่องการตัดเย็บสุดเนี้ยบ ก่อนจะเปลี่ยนมาร่วมงานกับห้องเสื้อ "Gieves & Hawkes" และขยับขยาย ไปหาประสบการณ์จากการทำชุดคอสตูมให้ ละครเวที โดยช่วงที่เป็นเด็กฝึกงาน อายุเพียง 16 ปี "หนุ่มน้อยแมคควีน" มีโอกาสได้ทำ ฉลองพระองค์ชุดสูทถวายเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎ ราชกุมารอังกฤษ รวมถึงดูแลลูกค้าระดับวีไอพี เช่น อดีตประธานาธิบดี มิคาอิล กอร์บาชอฟ
เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ หลากหลายที่สุด "แมคควีน" ได้เบน เข็มหันมาสมัครเข้าทำงานเป็นติวเตอร์ฝึกสอนการทำแพทเทิร์น ที่เซ็นทรัล เซนต์ มาร์ตินส์ วิทยาลัยศิลปะและดีไซน์อันดับหนึ่งของอังกฤษ กระนั้น ด้วย หน่วยก้านที่ดี ประกอบกับประวัติการทำงานโดดเด่นน่าสนใจ ทำให้เหล่า คณาจารย์ช่วยกันโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนใจมาเป็นนักเรียนแทน ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สามารถเรียนจบจนคว้าปริญญาด้านแฟชั่นดีไซน์มาครองตามแรงสนับสนุน แถมยังโชคดีสุดๆ เพราะได้รับการแจ้งเกิดใน วงการแฟชั่น จากการปลุกปั้นของกูรูด้านแฟชั่น "อิซาเบลลา โบลว์" ซึ่งเป็นคนเกลี้ยกล่อมให้ "แมคควีน" เปลี่ยนชื่อต้นจาก "ลี" มาใช้ชื่อกลาง "อเล็กซานเดอร์" แทนชื่อจริง ตอนที่เปิดตัวคอลเลกชั่นแรกบนแคตวอล์ก

ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาพักใหญ่ ทำให้ประธานกลุ่มธุรกิจแฟชั่นแบรนด์เนมยักษ์ใหญ่ของโลก LVMH "เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์" ลงทุนทาบทาม "แมคควีน" ให้มารั้งตำแหน่งหัวหน้าดีไซเนอร์ประจำห้องเสื้อ Givenchy แทนดีไซเนอร์บ้าพลัง "จอห์น กัลเลียโน" เมื่อปี 1996 อย่างไรก็ดี ด้วยนิสัยขบถที่ไม่ชอบให้ใครมาคอยบงการ ทำให้ "แมคควีน" เปิดศึกน้ำลายกับนายทุนใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเดือน มี.ค. 2001 เขาได้ตัดสินใจลาออกจากค่าย LVMH โดยให้เหตุผลแทงใจดำว่า พอกันที สัญญาทาสที่คอยปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์!! 
ภายหลังเขาได้ออกมาเปิดห้องเสื้อเป็นของตัวเอง แต่ติดขัดปัญหาการเงิน จึงต้องดึงกลุ่มนายทุน Gucci เข้ามาถือหุ้นถึง 51% โดยเขายังคงรั้งตำแหน่งครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ ด้วยทุนหนาและสายป่านที่ยาวขึ้น ทำให้บูติกของอเล็กซานเดอร์ แมคควีน ขยายไปเปิดสาขาตามเมืองใหญ่ๆทั่วโลก ทั้งลอนดอน, นิวยอร์ก, ลอสแอนเจลิส, มิลาน และลาสเวกัส เขายังจับมือกับค่าย Puma แบรนด์แฟชั่นกีฬาดัง สร้างสรรค์ คอลเลกชั่นรองเท้าไลน์พิเศษสำหรับเอาใจคนรักแฟชั่น
ตลอดเวลากว่าทศวรรษที่คร่ำ หวอดอยู่ในวงการแฟชั่น ผลงานของ "แมคควีน" ได้รับการการันตี ถึงฝีมือมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน โดยเขาได้รับการยกย่องให้เป็นดีไซเนอร์อายุน้อยที่สุดที่คว้ารางวัลดีไซเนอร์ยอดเยี่ยมแห่งปีของอังกฤษ ต่อเนื่องกันเป็นเวลาถึง 4 ปี ตั้งแต่ปี 1996 ถึง 2003 เขายังได้รับรางวัลดีไซ-เนอร์ยอดเยี่ยมแห่งปีจากสมาคม แฟชั่นดีไซเนอร์นานาชาติ
สำหรับเรื่องความเป็นเกย์ คนแรงๆอย่าง "แมคควีน" ก็ไม่เคยเก็บงำเป็นความลับ เพียงแต่รอคอยเวลาเหมาะสมที่จะสำแดงตัวตนมากกว่า!! เขาเคยเปิดใจให้สัมภาษณ์ว่า "ผมรู้ตัวว่าเป็นเกย์ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ แต่ก็ต้องเก็บงำเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก่อน เพราะกลัวที่บ้านจะรับไม่ได้ จนกระทั่งอายุ 18 ปีเต็ม ถึงตัดสินใจเดินไปบอก ความจริงกับแม่ ตอนแรกทะเลาะกันบ้านแทบแตก เพราะแม่ ทำใจยอมรับไม่ได้ ก็คนมันเป็นเกย์ จะให้ทำยังไงได้ บอกตามตรง ผมรู้ตัวเองดีทุกอย่าง รู้ว่าชอบอะไร รู้ว่าตัวเองเป็นเพศไหน เลยไม่อยากตอแหล!!...คนอย่างผมตั้งแต่อุแว้ๆออกมาจากมดลูกของแม่ ก็รู้ตัวแล้วว่าต้องไปร่วมขบวนพาเหรดชาวเกย์ แน่ๆ ผมเลยเป็นลูกแกะสีชมพูของครอบครัวมาตั้งแต่นั้น" หลังจากครอบครัวยอมรับแล้ว เขาก็ประกาศให้โลกรู้ว่าเดี๊ยนเป็นเกย์ โดยจูงมือแฟนหนุ่ม "จอร์จ ฟอร์ซิธ" ผู้กำกับหนังสารคดี เข้าประตู วิวาห์อย่างไม่เป็นทางการเมื่อปี 2000 ก่อนจะเลิกรากันไปในอีก 2-3 ปีต่อมา 
ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ดีไซเนอร์จอมขบถเคยให้สัมภาษณ์ เป็นลางบอกเหตุว่า สิ่งที่ผมกลัวที่สุดในชีวิตคือ "ตายก่อนแม่"...คงเพราะอย่างนี้ เมื่อผู้หญิงที่รักที่สุดจากไปแล้ว เขาจึงไม่เหลืออะไรให้ห่วงอีก...!!
ทีมข่าวหน้าสตรี
...