ส่งท้ายฤดูร้อนกับแบรนด์สุดฮอตอย่าง 'ไอโซลด้า (ISOLDA)' ที่ล่าสุดได้คลอดคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2016 ในชื่อ 'ไอโซลด้า ป๊อป' มาเอาใจแฟนๆ ทั่วโลกกันแล้ว และแน่นอนว่า ไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดตามกระแส นัดคิวสองสาวดีไซเนอร์คนเก่ง 'จูจู อัฟฟอนโช่ เฟอร์เรียร่า (Juju Affonso Ferreira)' และ 'มายา โป๊ป (Maya Pope)' มาจับเข่าเม้าท์มอยถึงอินสไปร์คอลเลกชั่นนี้ รวมถึงความซี้ปึ๊กของพวกเธอให้แฟนๆ คนไทยได้ฟังกันก่อนใคร...

Q : แรงบันดาลใจคอลเลกชั่นล่าสุดได้มาจากไหน
เราได้มาจากงานอินทีเรียร์ ของออสการ์ นีเมเยอร์ (Oscar Niemeyer) และอองรี-มาทิสต์ (Henri-Matisse) ศิลปินชาวฝรั่งเศส ส่วนชื่อคอลเลกชั่นเสื้อผ้าที่เราตั้งให้นี้ ว่า 'ไอโซลด้า ป๊อป' ก็เพื่อให้เกียรติแก่ ซอนย่า เดอลอเนย์ (Sonia Delaunay) ซึ่งงานกราฟิก และจีโอเมตริกของเธอนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้กับเรา เพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชั่นที่สะท้อนและระลึกถึงผลงานของศิลปินชาวยูเครนที่เคยมีโชว์เคส ณ เทต โมเดิร์น มิวเซียมในปี 2015 ที่ผ่านมา

...

Q : แบรนด์ 'ไอโซลด้า' เกิดขึ้นมาได้ยังไง
Maya Pope : มันเกิดขึ้นจากการผสมผสานทางวัฒนธรรม จนกลายมาเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวความรักที่สวยงาม ชื่อของแบรนด์ได้ตั้งขึ้นจากความเคารพต่อ 'มาเรีย เทเรซ่า เดอฟาเรีย (Maria Tereza de Faria)' ซึ่งเป็นทวดของ จูจู อัฟฟอนโช่ เฟอร์เรียร่า

เราสองคนโตมาด้วยกันใน ฮอร์โต้ ฟลอเรสตัล (Horto Florestal) ที่ซึ่งแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ทำให้ตอนเด็กๆ เราสองคนได้ใช้เวลาไปกับนกบ้าง ลิงบ้าง และก็สัตว์ชนิดต่างๆ ท่ามกลางต้นมะม่วงหิมพานต์ ต้นมะม่วง และต้นฝรั่งในสวนฮอร์โต้ ฟลอเรสตัล และแล้วในปี 2011 ภาพอันสวยงามของป่าเขตร้อนที่ยังคงตรึงใจเหล่านี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เราสองคนเริ่มต้นทำแบรนด์ขึ้นอย่างจริงจัง โดยคอลเลกชั่นแรกสุดได้ใช้อินสไปร์จากธรรมชาติ พืชพันธุ์เขตร้อน และนำเสนอลวดลายของสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสือจากัวร์ นกเงือก หรือนกแก้วมาคอว์ ที่เราเห็นตอนเด็กๆ นี่ล่ะ

เราสองคนเดินทางไปทั่วโลก โดย จูจู ถือสัญชาติบลาวิลเลี่ยนกับอังกฤษ ส่วนเราถือสัญชาติบราซิลเลี่ยนกับญี่ปุ่น ด้วยการผสมผสานทางเชื้อชาติ และรากเหง้าทางวัฒธรรม ประกอบกับการเดินทางไปทั่วโลกนี้ ทำให้สิ่งต่างๆ ที่เราได้เจอกลายมาเป็นอิทธิพล และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต และเป็นดีเอ็นเอ-เอกลักษณ์ของแบรนด์ไอโซลด้าในที่สุด !

Q : ใครเป็นคนจุดประกายอยากทำแบรนด์ขึ้นมาก่อน
Juju Affonso Ferreira : เอาจริงๆ เราสองคนชอบแฟชั่นอยู่แล้ว อย่างช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เราจะสวมเสื้อผ้าที่เราทำขึ้นเอง ออกไปถ่ายวิดีโอตามที่ต่างๆ เป็นวิดีโอแฟชั่น ถ่ายตอนสวมใส่แล้ว หรือแม้กระทั่งการออกแบบ ขั้นตอนการตัดเย็บ จริงๆ แล้วแบรนด์นี้มีพี่สาวของเราด้วยนะที่ช่วยกันเริ่มต้นขึ้นมา

Maya Pope : เราสามคนทำหน้าที่ได้อย่างลงตัวทีเดียว พี่สาวของ Juju ดูแลในเรื่องของงานอาร์ต และเสื้อผ้า ส่วนเราดูแลในเรื่องของงานกราฟิกต่างๆ การคิดลายพิมพ์ หรือทุกอย่างที่เป็นกราฟิกเกี่ยวข้องกันกับแบรนด์ และ Juju ก็ดูแลในเรื่องของมีเดีย และโซเชียลมีเดีย เพราะ Juju เคยทำงานเป็นนักข่าวแฟชั่นให้กับโว้ค บราซิลมาก่อน

...

Q : แบรนด์ไอโซลด้าจัดเป็นเสื้อผ้าสัญชาติอะไร (ได้อินสไปร์จากบราซิล ทว่าเปิดตัวในลอนดอน)
Juju Affonso Ferreira : เราสองคนเกิด และเติบโตในบราซิล ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ฉะนั้นเรามีความเป็นบราซิลเลี่ยนติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ทว่าพอโตขึ้นเราสองคนไปใช้ชีวิตอยู่ในลอนดอน เรียนหนังสือที่นั่น ทำงานที่นั่น และก็เริ่มแบรนด์เสื้อผ้าของเราที่นั่น จะว่าไปสำหรับเราเองคงต้องบอกว่า เสื้อผ้าไอโซลด้ามีสองสัญชาติก็ได้ เสื้อผ้าของเราเกิดขึ้นมาได้เพราะเราสองคนคิดถึงบ้าน คิดถึงอากาศร้อน สีสันของที่โน่น และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในบราซิล ในขณะที่ผู้คนในลอนดอนล้วนสวมใส่เสื้อผ้าสีเดียวหม่นๆ อย่างสีดำ สีเทา และบรรยากาศก็ค่อนข้างหนาวเย็น เราเลยได้คิดที่จะนำสีสันแบบบราซิลเลี่ยนไปทำเสื้อผ้า และแตะแต้มสีสันให้กับลอนดอนเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน ซึ่งตรงนี้เป็นอะไรที่ใหม่มากสำหรับลอนดอนเอง ไม่ว่าจะเป็นลายพิมพ์สัตว์ ผัก หรือผลไม้ที่หาได้แต่ในบราซิลเท่านั้น ความพิเศษที่น่าสนใจตรงนี้ทำให้ไอโซลด้ากลายเป็นที่ชื่นชอบ และมีคนสนใจอย่างมากตั้งแต่คอลเลกชั่นแรกเลย สินค้าของพวกเราขายดีมากๆ ที่ร้านบราวน์

Maya Pope : ลอนดอนเป็นอะไรที่มีแฟชั่นล้ำหน้ามากนะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแฟชั่นแบบ Avant-Garde ซึ่งพวกเราได้เข้ามานำเสนอสีสัน และรูปแบบใหม่สไตล์บราซิลเลี่ยนให้กับเมืองลอนดอน ความเก๋ไก๋แบบล้ำยุคทำให้ผู้คนสนใจในงานของเรามาก ส่วนตัวเราคิดว่าแม้แบรนด์ของเราจะเริ่มต้นในอังกฤษ แต่ทว่ารากเหง้าของพวกเรา และตัวแบรนด์เองก็คือความเป็นบราซิลเลี่ยนอยู่ดี ฉะนั้นถ้าให้เราตอบว่าอยู่สัญชาติไหน เราคงตอบแบบไม่คิดเลยว่าเสื้อผ้าของเรา Made-in-Brazil แน่นอน !

...

Q : การเติบโตของแบรนด์ไอโซลด้าในประเทศไทยเป็นอย่างไร

Juju Affonso Ferreira : ไอโซลด้ากับเบจ (Beige) มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก เราเคารพซึ่งกันและกัน ตั้งแต่ที่เบจนำเสื้อผ้าของไอโซลด้ามาจำหน่ายในปี 2013 ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ นั่นเป็นคอลเลกชั่นแรกที่เบจจำหน่ายให้กับเรา ส่วนตัวเราไม่คิดว่าจะมีที่ไหนในเมืองไทยเหมาะไปกว่าแบรนด์นี้อีกแล้ว และพวกเราคิดว่าจะเติบโตไปด้วยกัน ในอนาคตน่าจะได้ทำอะไรมากขึ้น อย่างเช่น ทรั้งค์โชว์, แฟชั่นโชว์ หรืออีเวนต์ต่างๆ เพื่อนำเสนอคอลเลกชั่นของพวกเราให้กับเหล่าลูกค้า นี่แหละคือสิ่งที่คิดว่าเราจะได้โตไปด้วยกัน

Maya Pope : เราคิดว่าเสื้อผ้าของพวกเราเหมาะมากกับประเทศไทย เพราะที่นี่เป็นเมืองร้อนชื้น ซึ่งไม่ต่างกันกับประเทศบราซิลที่พวกเราเติบโต และใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก เสื้อผ้าของไอโซลด้าใช้ผ้าธรรมชาติ อย่างไหมกับฝ้าย ซึ่งความรู้สึกบางเบา มีสีสัน ใส่ง่าย และเป็นอะไรที่คนบราซิลเลี่ยนสวมใส่อยู่แล้ว ซึ่งวัสดุเหล่านี้ก็มีเช่นเดียวกับในไทย ดังนั้นมันจึงเป็นความลงตัวอย่างมาก และคิดว่าคงจะอยู่ในใจสาวไทยได้ไม่ยาก

...

Q : ในหนึ่งคอลเลกชั่นมีกี่ลายพิมพ์
Maya Pope : ปกติแล้วเราจะมี 4 ตระกูลลายพิมพ์นะ คือมี นกและสัตว์, ดอกไม้, ผักและผลไม้ ตรงนี้เราจะเรียกว่าลายออร์แกนิก และสุดท้ายคือลายกราฟิกที่เราคิดขึ้นมาเอง แต่จะมีการนำลายออร์แกนิกมาผสมกันกับลายกราฟิก เพื่อให้เกิดเป็นสไตล์ของเราอีกทีหนึ่ง แม้แต่บนชุด เราจะนำลายบางอย่างมาใช้ตกแต่งในบางส่วนของชุดต่างหาก ทำให้มันเกิดความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนลายพิมพ์อื่นๆ ที่มักจะพิมพ์เหมือนๆ กันทั้งชุด

Q : ไอโซลด้าแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่โดดเด่นด้วยลายพิมพ์ยังไงบ้าง
Maya Pope : ตรงนี้เรามองว่าแบรนด์เสื้อผ้าอื่นๆ ต่างก็เกิดจากการทำด้วยดิจิตอลด้วยกันทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ที่เห็นจะเป็นลวดลายกราฟิกที่มีความเป็นดิจิตอล และได้รับการปรับแต่งด้วยเอฟเฟกต์ต่างๆ ในคอมพิวเตอร์อย่างมากมาย ทว่าไอโซลด้าจะเริ่มด้วยการวาดภาพจากแรงบันดาลใจรอบๆ ใกล้ตัวก่อน (มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นกระแสแฟชั่นในปัจจุบัน) จากนั้นเราจึงจะนำมาสู่ขั้นตอนของดิจิตอลในคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนสแกน และนำมาปรับแต่งด้วยกราฟิกสไตล์ของไอโซลด้า ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่แตกต่างระหว่างแบรนด์ของพวกเรากับแบรนด์อื่นๆ ที่เราอยากจะนำเสนอจริงๆ งานพิมพ์ของเราจะเรียกว่างานศิลปะเลยก็ว่าได้ เพราะเราเริ่มจากงานวาดภาพ หรือเพ้นท์ด้วยมือ ทั้งด้วยสีน้ำ หรือสีน้ำมันก็ดี มันเป็นการผสมผสานระหว่างงานฝีมือ และดิจิตอลเข้าด้วยกัน ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ เป็นการใช้ทั้งภาพ และเอฟเฟกต์จากดิจิตอลของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด

Q : มาเยี่ยมเยือนเมืองไทยแล้ว ได้อินสไปร์อะไรใหม่ๆ กลับไปบ้างไหม
Juju Affonso Ferreira : ได้เยอะเลยล่ะ อย่างมาครั้งนี้พวกเราได้แวะไปพระบรมมหาราชวัง ได้ดูพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และนั่นก็มอบแรงบันดาลใจให้กับพวกเราเป็นอย่างมาก ทำให้พวกเราได้เห็นว่าพระมหาราชินีทรงสวมใส่อะไรในอดีต ซึ่งมันก็มีเสื้อแบบเปิดไหล่ด้วยเหมือนกัน การที่จะเอามาอแดปดีไซน์ให้เข้ากับยุคปัจจุบันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย นอกจากนี้ ทุกๆ ที่ในกรุงเทพฯ ที่เราไปก็ล้วนเป็นแรงบันดาลใจชั้นดี ทั้งผู้คน สถานที่ต่างๆ ที่สำคัญสุดเรามีทีมซัพพอร์ตที่ดีในบราซิลด้วยเช่นกันที่จะช่วยทำให้เสื้อผ้าของไอโซลด้าเป็นที่หลงรักได้ไม่ยาก

Q : ในฐานะดีไซเนอร์มีเทรนด์อะไรบ้างที่กำลังอยู่ในกระแสของโลกแฟชั่นตอนนี้
Maya Pope : อันแรกต้องเสื้อเปิดไหล่เลย ไม่เพียงแต่มันจะเป็นสไตล์ที่เราชอบมาก และทำกันมานานมากแล้ว ทว่ายังเป็นกระแสที่สาวๆ ทั่วโลกหันมาสวมใส่กันในขณะนี้ด้วย

Juju Affonso Ferreira : สอง…บอมเบอร์ (Bomber Jacket) และอาร์มี่ แจ็กเก็ต (Army Jacket) กำลังมาแรงมากๆ เดี๋ยวนี้สาวๆ ใส่ชุดเดรสยาวพลิ้วๆ กับแจ็กเก็ตแบบนี้กัน มันทำให้ไม่ดูหวานจนเกินไป แต่ทำให้ดูเท่ และมีสไตล์อย่างน่าประหลาด

Maya Pope : นี่เลย เสื้อโซลิดคัลเลอร์ (Solid Color) อย่างเชิ้ตขาวเรียบๆ เสื้อยืดสีเรียบๆ เป็นอะไรที่นำมาจับคู่กับชิ้นที่มีลายพิมพ์สวยๆ แล้วจะทำให้สไตล์ดูโดดเด่นขึ้น เรียกว่าเป็น Must have ที่สาวๆ ควรจะมีติดไว้ในตู้เสื้อผ้าเลยล่ะ

Juju Affonso Ferreira : เสื้อจัมป์สูท (Jump Suit) อันนี้ใส่ง่าย สบายตัว เป็นอะไรที่มาแรงมาก...ก และเทรนด์สุดท้าย รัฟเฟิลส์ (Ruffles) ที่เป็นระบายๆ พวกนี้ทำให้สาวๆ ดูสวย ให้ลุคอ่อนหวานขึ้น

Q : ด้วยเรื่องราวความซี้ปึ้ก อะไรที่ทำให้คุณสองคนมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น และคงมิตรภาพยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้

Maya Pope : ย้อนกลับไปตอนนั้นเราโตมาด้วยกันในคอนโดมิเนียมที่เมืองบาเฮีย Juju เพิ่งจะอายุ 5 หรือ 6 ขวบเองตอนที่เราได้รู้จักกัน จริงๆ แล้วเราเป็นเพื่อนสนิทกับพี่สาวของ Juju มาก่อน ดังนั้น เมื่อเราโตมาด้วยกัน ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันก็เลยทำให้มีความชอบอะไรคล้ายๆ กัน ใช้ของคล้ายๆ กัน แต่หลังจากนั้นพอเราโตขึ้น ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป Juju ย้ายไปอยู่ลอนดอน ส่วนเราเองไปอยู่เซาเปาโล นั่นก็ทำให้เราห่างกันไปพักใหญ่ๆ แต่ละคนก็ไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง แต่เราทั้งสองคนยังคงติดต่อกันอย่างต่อเนื่องเสมอๆ นะ จนสุดท้ายเราก็กลับมาเจอกันอีกครั้งในปี 2010 ที่ลอนดอน

Juju Affonso Ferreira : ตอนมาเจอกันอีกที Maya ก็แต่งงานกับหนุ่มชาวอังกฤษแล้ว ตอนนั้น Maya ทำงานให้กับบริษัทแบรนด์ดิ้งดีไซน์เอเจนซี่ ซึ่งทีนี้พอเราได้มาเจอกันอีกที เราก็เริ่มมาทำงานด้วยกัน ช่วยกันคิดถึงธุรกิจ เสื้อผ้า สไตล์ แบรนด์ไอเดนติตี้ต่างๆ จนเริ่มทำแบรนด์เสื้อผ้าจริงๆ ขึ้นมา ส่วนใหญ่แล้วเราสองคนจะใช้เวลาในช่วงสุดสัปดาห์ Brainstorming กัน ลองสวมใส่เอง ถ่ายวิดีโอเอง และนำเสนอลงผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ จนมีบล็อกเกอร์ถามถึง และสวมใส่เสื้อผ้าของพวกเรานั่นล่ะ มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ทำให้เราสองคนภูมิใจ และได้อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ อาจเพราะเราทั้งสองคนต้องทำงานด้วยกันค่ะ (หัวเราะร่า)

Q : มีเซเลบฯ-คนดังคนไหนบ้างที่เคยสวมใส่ไอโซลด้ามาแล้ว
Juju Affonso Ferreira : โห… เยอะมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหญิง บล็อกเกอร์ นักแสดง นางแบบ และนักข่าว อาทิ แคโรไลน์ อิซซ่า (Caroline Issa), เอลิซาเบธ เฮอร์ลีย์ (Elizabeth Hurley), เจ้าหญิงเม็ตเต้-มาริต แห่งนอร์เวย์ (Princess Mette-Marit of Norway), เฮเลน่า บอร์ดอน (Helena Bordon) และมิโรสลาว่า ดูม่า (Miroslava Duma) ก็ล้วนแต่เป็นสุภาพสตรีที่เคยสวมใส่ 'ไอโซลด้า' มาแล้วทั้งนั้น

Q : ปิดท้ายด้วยแหล่งช็อปไอโซลด้า มีขายที่ไหนบ้าง
Maya Pope : ถ้าที่บราซิลหาได้หลายช็อปเลย เยอะมากๆ มีทั้ง Allegra, Amiratti, Bazaar fashion, Capela, Claudete&Deca, Dona Santa, Fato, Gallerist, Guarda Corpo, La Bassetti, Madre Sandra, Mammoth, Mares, Mel Rosa, O Que Vestir, Quadra, Rock'n Closet, Twinset, Vanilla, Via Flores, Via Konceito และ L'allume

ส่วนถ้าเป็นประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็จะมีช็อปของอเมริกา Moda Operandi และ Shopbop, ช็อปที่อังกฤษ Matches และ Browns, ช็อปที่ไทย Beige, ช็อปที่กรีซ Freeshop, ช็อปที่อิตาลี Luisa Via Roma, ช็อปที่ซาอุดีอาระเบีย Aget Concept, ช็อปที่อิสราเอล Helga Design, และช็อปที่ไต้หวัน Artifacts สุดท้ายแล้วยังไงก็ฝากติดตามผลงานของพวกเราในคอลเลกชั่นต่อๆ ไปด้วยนะคะ