ร่วมขานรับนโยบายการเปิดเสรีเอเชียอาคเนย์ ผลักดันประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำแฟชั่นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ศูนย์การค้าสยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์ ผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมด้วยดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี เนรมิตพื้นที่พาร์ค พารากอน ให้เป็นรันเวย์แฟชั่นสุดอลังการ ภายใต้แนวคิด “Siam Paragon Bangkok International Fashion Week 2015” นำเสนอสุดยอดแฟชั่น 4 วัน 11 โชว์ สำหรับซีซั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2015 จากฝีมือสร้างสรรค์ 28 แบรนด์แฟชั่นแถวหน้าของวงการ นำขบวนโดย Siam Paragon 10th Anniversary : The Prismatic Phenomenon, TUBE GALLERY, SINGHA LIFE, FASHION VISIONARY, VATANIKA presented by Citi, FRI27NOV., chaigoldlabel, Absolute Siam presented by True, The Lounge 10th Anniversary presented by Harper’s Bazaar, NAGARA และ FLYNOW
ในฐานะแม่งานใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังไอเดียสุดบรรเจิด “มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์” บอกเล่าว่า จากความสำเร็จในการจัดงานตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ทำให้สยามพารากอนได้รับการยอมรับให้เป็นงานแฟชั่นโชว์ระดับโลก ที่แสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยได้อย่างน่าชื่นชม ถือเป็นการส่งเสริมและยกระดับวงการแฟชั่นไทยสู่ระดับสากล โดยมีดีไซเนอร์ ผู้ประกอบการธุรกิจแฟชั่นชั้นแนวหน้า ทั้งไทยและต่างประเทศ ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ความสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการผนึกกำลังร่วมกับดิจิตอลแฟชั่น วีค ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่าดีไซเนอร์ไทยได้แสดงพลังสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เป็นเสมือนก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้วงการแฟชั่นไทยพุ่งทะยานสู่ความเป็นผู้นำแฟชั่นระดับอาเซียนปีนี้พิเศษกว่าทุกปี เพราะเหล่าดีไซเนอร์ต่างทุ่มเทมันสมองสร้างสรรค์คอนเซปต์แฟชั่นยิ่งใหญ่อลังการ ไม่ว่าจะเป็น TUBE GALLERY สองดีไซเนอร์หนุ่มคู่หู “ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์” และ “พิสิฐ จงนรังสิน” นำเสนอไอเดีย “Passage Through the Lost Town” ได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางไปสัมผัสความงดงามของวัดเชียงทองในหลวงพระบาง ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นดั่งอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมของประเทศลาว มาประยุกต์และสร้างสรรค์เป็นรายละเอียดบนตัวเสื้อ
...
ด้าน SINGHA LIFE โดย “ชำนัญ ภักดีสุข” และ “โกวิทย์ พงษ์พันธ์เดชา” นำกลิ่นอายของสไตล์ Rockabilly ในยุค 50s และ 60s ผสมผสานกับสไตล์ของหนุ่มฮอตยุคนั้น เพื่อสร้างสรรค์ให้ทันสมัยเหมาะกับการสวมใส่ในยุคปัจจุบัน
ส่วนกลุ่ม Fashion Visionary ได้สองดีไซเนอร์มากพรสวรรค์ PAINKILLER และ Wonder Anotomie มานำเสนอไอเดียสร้างสรรค์แฟชั่นล้ำจินตนาการ โดยรายแรกได้แรงบันดาลใจจากศิลปะแนว OP Art หรือ Optical Art ที่ทำให้ภาพสองมิติ กลายเป็นภาพเคลื่อนไหว ส่วนรายหลังมาพร้อมลายพิมพ์แนว Street Experimental ได้อินสไปเรชั่นจากการเอาตัวรอดในสงคราม ด้วยลวดลายพราง และลายสิงสาราสัตว์ ที่นำมาผสมผสานกับแสงเงาในรูปแบบภาพ 3 มิติ
เสน่ห์ความลึกลับน่าค้นหาของหญิงสาวในทะเลดำ จุดประกายไอเดียให้ “วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” ในการสร้างสรรค์คอลเลกชั่นล่าสุดสำหรับ VATANIKA presen-ted by Citi ด้าน “ชนะชัย จรียะธนา” แห่ง FRI27 NOV. มาพร้อมคอลเลกชั่น “จิ๊กโก๋ November” นำเสนอคอนเซปต์การแต่งกายใหม่สำหรับหนุ่มๆ “แต่งตัวให้คิดตาม แต่ไม่แต่งตามที่คนอื่นคิด”
...
สำหรับ chaigoldlabel โดย “ชัย เจียมกิตติกุล” ภูมิใจเสนอคอลเลกชั่น Miss M ได้แรงบันดาลใจจากชุดเดรสสีขาวพลิ้วไหวสุดเซ็กซี่ของ “มาริลีน มอนโร” มาสร้างสรรค์เป็นไอคอนนิคเดรสสำหรับการออกแบบ พร้อมผสมผสานเทคนิคซิกเนเจอร์ของแบรนด์ อย่างการจับเดรปบนผ้าเครป-ผ้าไหม-ผ้านิตติ้ง ผสานกับผ้าเนื้อแข็ง เพิ่มลายกราฟฟิกหนามกุหลาบ เพื่อสร้างเสน่ห์น่าดึงดูดใจ
...
“Absolute Siam Presented By TRUE” รวมผลงานจาก 3 แบรนด์สุดเก๋ ที่มีเฉพาะสยามเซ็นเตอร์ ได้แก่ LALALOVE ผลงานของ “ลินดา เจริญลาภ” มาพร้อมคอลเลกชั่น “Birds of Paradise” บรรจงรังสรรค์ชุดว่ายน้ำด้วยความงดงามของธรรมชาติ ผสมกับเทคนิคการพิมพ์แบบพิเศษ ช่วยให้ลายพิมพ์สดใสคงทน แม้ผ่านการซักเป็นร้อยครั้ง ด้าน 77th โดย “พงษ์มนัส สวัสดิชัย” หยิบภาพประทับใจของคณะละครสัตว์ชื่อดัง Ringling Brothers มาสร้างสรรค์เป็นแฟชั่นสุดเก๋ไก๋ ขนมาครบทั้งผ้าม่านกำมะหยี่สีแดง, เต็นท์กระโจมผ้าใบสีขาวสลับสีแดงอมส้ม และสัตว์ต่างๆในละครสัตว์ ทั้งกระต่าย,กอลิล่า, เสือ, แมว, นกกระจอกเทศ รวมถึงนักมายากล ส่วน GIN AND MILK รวบรวมเครื่องแต่งกายชายหลากหลายแบรนด์ ทั้งจากดีไซเนอร์ไทยและต่างประเทศกว่า 30 แบรนด์ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ลุ่มลึกของหนุ่มๆ แฝงด้วยความขี้เล่นน่าหลงใหล
...
ขณะที่ The Lounge 10th Anniversary Presented by Harper’s BAZAAR โดย “สมพร ธิรินทร์” และ “พรเทพ หวังปาเต๊ะ” แฮร์กูรูของวงการแฟชั่นผมไทย ร่วมกันโชว์ฝีมือออกแบบทรงผมที่วิจิตรงดงามเพื่อฉลองครบ 10 ปี เดอะ เลาจน์ และนิตยสารฮาร์เปอร์สบาซาร์ดีไซเนอร์รุ่นใหญ่ในตำนาน “นคร สัมพันธารักษ์” แห่ง NAGARA ยังคงรักษาเอกลักษณ์ตามแบบฉบับนาการ่าไว้อย่างชัดเจน นำเสนอคอนเซปต์ Oriental ด้วยแรงบันดาลใจจากรูปลักษณ์ของกิโมโนดั้งเดิม ผสมผสานกับงานปักบนผ้าพลิ้วไหว
ส่วน FLYNOW โดย “สมชัย ส่งวัฒนา” และ “ชำนัญ ภักดีสุข” มาพร้อมคอลเลกชั่น “The Birds” หยิบความหรูหรากลามัวรัสของแฟชั่นยุค 50s มาถ่ายทอดใหม่ เพื่อนำเสนอความงดงามทั้งเส้นสาย, โครงสร้างและรูปทรงเพิ่มความพิเศษด้วยเนื้อผ้าสั่งทอเฉพาะ ทุ่มเกินร้อยเพื่อให้สมกับเป็นผู้นำแฟชั่นภูมิภาคเอเชีย.
ทีมข่าวหน้าสตรี