“มันเริ่มมาจากมุมมองที่แตกต่างของเรา” วรรณศิริพูดขึ้น

วรรณศิริเอ่ยถึงภาพวาดของ Paul Jouve (ศิลปินที่เคยสร้างแรงบันดาลใจให้กับทั้งสองดีไซเนอร์ในคอลเลกชั่นฤดูหนาวปี 2013 ด้วยภาพวาดเสือดำอันโด่งดัง) ในช่วงปี 1930 ระหว่างเขากำลังท่องเที่ยวในแถบแอฟริกาและตะวันออกกลาง “ภาพเขียนพวกนั้นเหมือนจริงมาก จนแอบคิดไม่ได้ว่าจะรู้สึกอย่างไรถ้าเราได้เข้าไปอยู่ในนั้น”

“สีที่เขาเลือกใช้ดูทันสมัย มีพลัง และสัมพันธ์กันอย่างลงตัว ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจและความคิดริเริ่มในการใช้สี" วรรณศิริบรรยายถึงกลุ่มสีที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Midnight Blue, Carnelian, Elephant Grey, Ivory และ Emerald Green-

เจสเล่าว่า “ประทับใจในความชัดเจน พลัง และความสวยงาม ที่สื่อออกมาอย่างเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นโทนสี เรื่องราว และแลนด์สเคป จนคิดว่าจะนำสิ่งเหล่านี้มาถ่ายทอดผ่านการออกแบบให้เป็น Collection อย่างไร”

และเพื่อให้ Collection ล่าสุดของ BOYY สมบูรณ์ที่สุด ได้มีการค้นหาวัสดุอย่างพิถีพิถันเพื่อนำมาใช้สร้างสรรค์ BOYY FW14 Collection ไม่ว่าจะเป็นหนังลูกวัว ขนลูกวัว หนังกลับลูกวัว ขนสัตว์ หนังงู หนังปลากระเบน และอะไหล่ที่ออกแบบพิเศษทำจากทองเหลือง 100 เปอร์เซ็นต์

มากกว่า 1 ปีที่วรรณศิริ และเจสซี่ใช้เวลาคิดและออกแบบเวอร์ชั่นใหม่ให้กับ Signature ชิ้นสำคัญของแบรนด์อย่าง Slash “เราคิดว่าถึงวันนี้ ผู้หญิงในแบบของ Slash มีมุมมองที่แตกต่างจากเมื่อก่อน พร้อมจะตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิต แต่แน่นอนว่ายังมีจิตวิญญาณ และตัวตนชัดเจนเฉกเช่น Slash” วรรณศิริกล่าวถึงกระเป๋า Slash 2.0 (สแลชทูพอยท์โอว์) ที่ BOYY ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในการโชว์คอลเลกชั่น FW14 New York Fashion Week และ Paris Fashion Week ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจาก International Buyers และ Press ทั้งนี้ Slash 2.0 (สแลชทูพอยท์โอว์) จะเริ่มวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Bergdorf Goodman : New York, Lane Crawford : Hong Kong, Strom : Denmark และแน่นอนที่ BOYY Flagship Store Thonglor, BOYY Embassy Store และ BOYY Shop Central Chidlom.