ผ่านพ้นกันไปแล้วกับงานแสดงนวัตกรรมแห่งเรือนเวลาระดับโลกครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี Siam Paragon Watch Expo 2014 งานนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" ได้มีโอกาสไปส่องนาฬิกาเรือนหรูภายในงาน ที่ต้องกระซิบว่าชาตินี้คุณควรมี!!

ทั้งนี้ก็ต้องดอกจันตัวใหญ่ๆ ไว้หน่อยว่าถ้าจะมีนาฬิกาเหล่านี้มาไว้ในครอบครองได้ เงินในกระเป๋าสตางค์ของคุณก็ต้องหนาอยู่พอสมควร เพราะแต่ละเรือนนั้น หรูชนิดที่อาจจะซื้อบ้านได้หลายหลังทีเดียว...

1. Bovet รุ่น DIMIER Recital 16 "Calibre Rising Star II (สนนราคา 12,800,000 บาท)

ประดิษฐกรรมเวลาชั้นสูงอันน่าทึ่งจากความตั้งใจและพากเพียรของช่างฝีมือ DIMIER Recital 16 "Calibre Rising Star II" คือหนึ่งในคอลเลกชั่น DIMIER ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Bovet โดยได้รับการพัฒนาในเชิงเทคนิคให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น ใช้ระบบกลไกไขลานด้วยมือ มาพร้อมความถี่ 21,600 โวลต์/ชั่วโมง สำรองพลังงาน 7 วัน ทูร์บิญอง 1 นาที กลไกทั้งชุดประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมดกว่า 595 ชิ้น หน้าปัดลงแล็กเกอร์ขัดเงาสีดำหรือขาวที่ฟังก์ชั่นชั่วโมง นาที และวินาที บอกเวลาประเทศที่ 2 และ 3 (Time Zone) โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ระบุชื่อเมืองไว้ถึง 24 เมือง พร้อมสถานะกลางวัน/กลางคืน และตัวบอกพลังงานสำรอง ตัวเรือนผลิตจากทอง 18K มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 46 มิลลิเมตร สายหนังจระเข้สีดำ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 20 เรือนเท่านั้น โดยเจ้าของสามารถตกแต่ง Récital 16 Triple Time Zone Tourbillon ได้ตามความพึงพอใจระหว่างแบบฝังเพชรกลมหรือเหลี่ยมบาแก็ตต์

...

2.Zenith รุ่น El Primero Tourbillon (สนนราคา 8,635,000 บาท)

นาฬิกาแนวสปอร์ตที่แฝงความหรูหรา และซับซ้อนของกลไก เซนิธ เอล พริเมโร่ ทูร์บิญอง เป็นนาฬิกาที่มีความเที่ยงตรงสูง ทั้งยังมีระบบโครโนกราฟแบบผสมผสาน ทำให้นาฬิกาโครโนกราฟเรือนนี้มีตัวเรือนที่บางกว่านาฬิกาโครโนกราฟทั่วไป ตัวเรือนโรสโกลด์ เจิดจรัสด้วยเพชรถึง 1,133 เม็ด น้ำหนักกว่า 7.7 กะรัต สะท้อนความคลาสสิกเรียบหรูสมฐานะของผู้สวมใส่ และไฮไลต์สุดท้ายของนาฬิกาเรือนนี้คือทูร์บิญองที่มีเข็มบอกวันที่ พร้อมตัวเลขแสดงวันที่ โดยการหมุนเดินบนทัวร์บิยองที่ซับซ้อนนี้

3.Breguet รุ่น Classiques 5717 Hora Mundi (สนนราคากว่า 3,000,000 บาท)

ยังคงสะท้อนตัวตนของแบรนด์ Breguet ไว้อย่างดีในคอลเลกชั่นนี้ Classiques 5717 Hora Mundi ทำจากวัสดุเรดโกลด์ 18K หรือ แพลตตินั่ม 950 พร้อมแกะสลักอย่างวิจิตรให้เห็นเป็นทวีปต่างๆ ได้แก่ อเมริกา, ยุโรป, แอฟริกา, เอเชีย และโอเชียเนีย มีให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่น ทีมช่างนาฬิกาของ Breguet ทุ่มเทเวลาถึง 3 ปีในการออกแบบ พัฒนา รูปแบบกลไกลอันสลับซับซ้อน สามารถสลับการบอกเวลาในแต่ละประเทศไปมาได้ และนี่คือกลไกพิเศษที่โดดเด่นถูกใจนักเดินทางเพราะสามารถดูเวลาได้ง่ายดาย เพียงแค่กดปุ่มการเปลี่ยน time zone ซึ่งไม่เพียงบอกเวลาเท่านั้น แต่ยังสามารถปรับเวลาตามปฏิทินโดยแสดงสัญลักษณ์ กลางวัน กลางคืนได้อย่างแม่นยำและง่ายดาย ใช้วัสดุที่มีความพิเศษ อาทิ หน้าปัดลงรัก เครื่องเงาแบบกึ่งโปร่งแสง ทำให้เกิดความสวยงาม ถูกใจสำหรับนักเดินทาง

4.CARL F. BUCHERER รุ่น Alacria Royal (สนนราคา 7,212,000 บาท)

เบรอม็องค์ แบรนด์นาฬิกาชื่อดังสัญชาติอังกฤษ ได้จับมือร่วมกับ มาร์ติน-เบเกอร์ บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเก้าอี้ดีดตัวสำหรับนักบินที่ทั่วโลกต่างไว้ใจ เพื่อคิดค้นนาฬิกาที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านความทนทาน ความสามารถในการรักษาระดับต่อโปรแกรมอันเข้มข้นและสุดโหด ท่ามกลางการกระแทก การสั่นสะเทือน อุณหภูมิขีดสุดต่างๆ รวมทั้งผ่านการทดสอบด้วยหมอกเกลือ แต่ยังให้ความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ โดยรุ่น MB III ได้เพิ่มฟังก์ชั่นพิเศษบอกเวลาประเทศที่ 2 เพื่อตอบสนองการใช้งานของนักบิน และนักเดินทางผู้สวมใส่

...

5. Century รุ่น Dragon Stone (สนนราคา 2,250,000 บาท)

อัญมณีแห่งกาลเวลาเรือนนี้ เป็นผลงานที่เปี่ยมไปด้วยความประณีตจาก คอลเลกชั่น Master Imperial ของ Century: Dragon Stone ที่แสดงพลังและความงดงามที่โดดเด่นสะดุดตาด้วยข้อต่อตัวเรือนที่ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ตัวเรือนทรง 12 เหลี่ยมบางเฉียบในเฉดสีน้ำตาลเจียระไน 36 เหลี่ยม อยู่บนทองคำชมพู 18k ประดับเพชรน้ำงามรอบตัวเรือนและข้อต่อสาย 206 เม็ด น้ำหนัก 1.85 กะรัต หน้าปัดเป็นหอยมุกธรรมชาติกระจกแซฟไฟร์ มาพร้อมกับสายทองคำชนิดเดียวกับตัวเรือน

6.PARMIGIANI FLEURIER รุ่น Tonda 1950 Diamond Set (สนนราคา 984,000 บาท)

...

หนึ่งในผลงานที่ได้รับความนิยมสูงสุด กับดีไซน์เรียบหรูคลาสสิก รุ่น “ทอนด้า 1950 ไดมอนด์ เซ็ต” ที่มาพร้อมดีไซน์หรูหราด้วยการประดับเพชรรอบขอบตัวเรือน บรรจุกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ PF701 สำรองพลังงานได้นานถึง 42 ชั่วโมง พื้นหน้าปัดดีไซน์สะอาดตา พร้อมจัดวางฟังก์ชั่นแสดงเวลาชั่วโมง นาที โดยแยกหน้าปัดย่อยแสดงวินาทีมาไว้ที่ 6 นาฬิกา แสดงเวลาผ่านเข็มชี้ทรงสามเหลี่ยมเคลือบสารเรืองแสงคู่กับเครื่องหมายบอกชั่วโมงขัดเงางาม มาพร้อมหน้าปัดที่มีให้เลือกระหว่างสีขาว หรือสีดำ ส่วนตัวเรือนมีให้เลือกหรูทั้งในแบบโรสโกลด์ หรือไวท์โกลด์ ประดับเพชรรอบขอบตัวเรือนจำนวน 84 เม็ด (หนัก 0.65 กะรัต) จับคู่มาพร้อมสายหนัง อัลลิเกเตอร์ จากแอร์เมส พร้อมหัวเข็มขัดรัดสายวัสดุเดียวกัน

7.Glashutte Original รุ่น Panomatic Lunar (สนนราคา 487,000 บาท)

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 40 มิลลิเมตร กลไกออโตเมติก in-house ผลิตในโรงงานของตนเอง (in-house) มาพร้อมช่องบอกวันที่ขนาดใหญ่ และช่องแสดงข้างขึ้นข้างแรม แสดงเวลาที่หน้าปัดและหน้าปัดย่อยในตำแหน่งเยื้องศูนย์ อันเป็นลักษณะเฉพาะของแบรนด์ กระจกแซฟไฟร์คริสตัล ฝาหลังเผยให้เห็นการทำงานของตัวเครื่อง มาพร้อมสายหนังจระเข้นูบัค

...

8.TAG Heuer รุ่น Carrera Calibre 1887 Jack Heuer Edition สนนราคา 300,000 บาท

แทค ฮอยเออร์ คาร์เรร่า คาลิเบอร์ 1887 แจ็ค ฮอยเออร์ อิดิชั่น ตัวเรือน 45 มิลลิเมตร ได้รับการออกแบบตามรูปแบบคาร์เรร่า ไมโครเกอร์เดอร์ 10’000 ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ Aiguille d’or ที่กรังด์ปรีซ์ เดอะ โฮโรเจอรี เดอะ เจนีวา (Grand Prix d’Horlogerie de Geneve) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสองหลักการทำงานสำคัญของนาฬิกาจับเวลา (Stop Watch) ของฮอยเออร์ ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยใช้ในหลายๆ สนามแข่งขันความเร็วระดับมืออาชีพทั่วโลก รายละเอียดเชิงเทคนิคประกอบไปด้วยการรวบรวมเอาความลํ้าสมัยของเทคโนโลยีและการออกแบบจากทีมโวดาฟอน แมคลาเลน เมอร์เซเดส ฟอร์มูล่า วัน (Vodafone McLaren Mercedes Formula 1)

9. Montblanc รุ่น Montblanc TimeWalker ChronoVoyager UTC (สนนราคา 220,000 บาท)

มงต์บลองค์นำเสนอตัวเรือนที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างมากถึง 43 มิลลิเมตร กับขอบตัวเรือนที่ออกแบบให้แคบอย่างตั้งใจ เพื่อทำให้มีพื้นที่เหลือกว้างมากที่สุดสำหรับหน้าปัดขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะนั่นทำให้มีผลลัพธ์ในการเพิ่มความเข้าใจ และความถนัดในการมองเห็นการแสดงผลของฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันทั้ง 8 อย่างได้สูงสุด ขาต่อตัวเรือนทั้งสี่ตามแบบฉบับของ TimeWalker ยังช่วยเสริมให้นาฬิกาเรือนนี้ยิ่งงามสง่ามากกว่าที่ใครจะคาดว่านาฬิกาข้อมือที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างมากขนาดนี้ทำได้

10.Maurice Lacroix รุ่น Pontos S Supercharged (สนนราคา 210,000 บาท)

มอร์รีส ลาครัวซ์ มาพร้อมกับนาฬิกาโคโนกราฟแนวสปอร์ตตัวเรือนขนาดใหญ่ 48 มิลลิเมตร บ่งบอกตัวตนที่แข็งแกร่งของผู้สวมใส่ออกมาให้เห็นกันชัดเจน นี่คือเครื่องบอกเวลาสุดเท่ เสมือนรถแข่งบนถนนที่ทำขึ้นสำหรับบรรดาผู้เฟ้นหาสมรรถนะจาก ทุกแง่มุมของชีวิต ตัวเรือนสเตนเลสสตีลผ่านการแปรงและขัดเงา มีรายละเอียดเป็นสีเหลืองขาว พื้นหลังของหน้าปัดเป็นสีดำที่ดูตัดกัน เข็มบอกชั่วโมงและนาทีเป็นทรงเพชรเรืองแสง ระบบโครโนกราฟประกอบไปด้วยเข็มจับเวลาเป็นวินาที, 30 นาที และตัวนับเวลา 12 ชั่วโมงที่ตรงกลาง ส่วนบริเวณ 9 นาฬิกา มีเครื่องขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังของตัวเรือนที่มีการขันสกรูปิด