ก็เพราะความโชคดี ความมั่งคั่ง ความหวัง และความรัก คือสิ่งที่คนทั้งโลกใฝ่ฝัน!! เมื่อถึงคราวที่ศิลปินสาวไฟแรง วัย 18 ปี “สรัย วัชรพล” จะสร้างสรรค์ผลงานดีไซน์เครื่องประดับคอลเลกชั่นแรกในชีวิต ภายใต้คอนเซปต์ “Summer Love” ร่วมกับแบรนด์จิวเวลรี่สุดฮิป “The Little Pink Rabbit” คุณหนูตระกูลดังจึงเลือกหยิบพรอันประเสริฐที่ทุกคนต่างปรารถนา เป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดจินตนาการ

ศิลปินสาวผู้มุ่งมั่นเล่าถึงเบื้องหลังของผลงานสร้างสรรค์ล่าสุดว่า คอนเซปต์ของงานคือ ความโชคดี “สรัย” เชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีใครไม่อยากได้ความโชคดีหรอก “สรัย” ทำงานคอลเลกชั่นนี้ โดยเริ่มจากการเขียนนิทานขึ้นมาก่อน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าหญิงองค์หนึ่งที่ไม่มีความสุข และหนีจากปราสาทเพื่อตามหาความฝัน เจ้าหญิงได้มาเจอกับม้ายูนิคอร์น ซึ่งเป็นตัวแทนของความโชคดีคูณสอง ม้ายูนิคอร์นพาเจ้าหญิงท่องโลกไปเจอสิ่งต่างๆ ไปเจอสายรุ้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ไปเจอลัคกี้โคลเวอร์ (ใบไม้นำโชค 4 แฉก) ตัวแทนของความโชคดี ไปเจอพ็อตออฟโกลด์ ซึ่งเป็นหม้อทองคำ ตัวแทนความมั่งคั่ง และเจอความรัก ที่ถ่ายทอดผ่านรูปหัวใจ “สรัย” อยากแชร์ความสุขให้ทุกคน เพราะใครๆก็อยากมั่งคั่ง โชคดี สมหวัง และมีความรัก เหมือนเจ้าหญิง

สำหรับขั้นตอนการทำงาน สาวน้อยคนเก่งเล่าว่า เริ่มจากการเขียนนิทาน และวาดเป็นสตอรี่บอร์ด ก่อนจะนั่งวาดดีไซน์เครื่องประดับ ใช้เวลาทำหลายเดือนค่ะ  ต้องปรับเยอะมาก  แรกๆยูนิคอร์นหน้าดุเกินไป ก็ต้องปรับจนกว่าจะพอใจ “สรัย” เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิสต์ ถ้าไม่สมบูรณ์แบบก็จะไม่ยอมให้ผ่านเด็ดขาด  ถ้าทำอะไรก็ต้องให้ดีไปเลย ไม่ใช่มาเตาะแตะๆ แหวนยูนิคอร์นซ่อมนานที่สุด ชิ้นอื่นๆคือ สร้อยข้อมือ, จี้ และต่างหู ยังผ่านง่ายกว่า

ถึงวินาทีนี้ “สรัย” ยืนยันว่า หลงรักศิลปะเข้าอย่างจัง และกำลังจะไปเรียนต่อด้านไฟน์อาร์ต ที่ “เซ็นทรัล เซนต์ มาร์ตินส์” มหาวิทยาลัยศิลปะชื่อดังของอังกฤษ...“สรัยเป็นคนชอบศิลปะมาก

คุณพ่อพูดเสมอว่า ถ้ายูได้เรียนในสิ่งที่รักจะทำอะไรต่อไปก็ทำได้อยู่แล้ว!! ทุกวันนี้ “สรัย” พยายามมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ เป็นไปไม่ได้ที่ทุกวันจะมีใบลัคกี้โคลเวอร์ 4 แฉก ลอยลงมา แต่รู้สึกตลอดว่า แค่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อแม่ก็โชคดีมากๆแล้ว!! เวลามีอะไรไม่ดีมากระทบ “สรัย” จะโทร.หาพ่อแม่ นั่นแหละใบไม้นำโชคของเรา!! “สรัย” เป็นคนเซนซิทีฟ เวลามีคนมาพูดอะไร อาจจะทำเป็นไม่สน แต่จริงๆแล้วในใจเจ็บลึกๆ พ่อแม่ก็เตือนว่าใครอยากพูดอะไรก็พูดได้ สิ่งที่เราต้องทำคือพิสูจน์ตัวเอง”

“สรัย” จะทนคนที่ดูถูกคนอื่นไม่ได้ ไม่ชอบคนที่ตัดสินคนจากภายนอก และตัดสินคนด้วยเงิน!! ถ้า “สรัย” ไม่เกิดมาเป็นลูกพ่อแม่ ก็ไม่มีทางมานั่งอยู่ตรงนี้ “สรัย”รู้ว่ามีโอกาสมากกว่าคนอื่นมาก แต่ก็โดนคนอื่นว่าตั้งแต่ประถมแล้วว่าได้ทำโน่นทำนี่ เพราะเป็นลูกดารา ลูกเจ้าของหนังสือพิมพ์ แต่ “สรัย” เชื่อว่ามันเป็นครู เป็นประสบการณ์ ถ้าไม่โดนตั้งแต่ตอนนั้น ชีวิตก็ไม่มีอุปสรรค “สรัย” ทนได้ เพราะมันก็แค่คำพูดคน เทียบไม่ได้เลยกับความโชคดีที่ได้รับ รู้สึกเลยว่าชีวิตนี้ดีมากที่เกิดมาเป็นแบบนี้ ในอนาคต “สรัย” ตั้งใจว่าจะกลับมาช่วยโพลีพลัส โดยใช้ความรู้จากศิลปะที่เรียนมา และอยากปรับเปลี่ยนให้โพลีพลัสร่วมสมัยขึ้น แต่ยังรักษากลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์

เมื่อถามถึงโรลโมเดลต้นแบบชีวิต  สาวน้อยตอบทันทีว่า  คุณพ่อ!! พ่อเหมือนไม่ค่อยพูด แต่ทำเลย!! ดูเหมือนไม่เซนซิทีฟ แต่พอคนในบ้านมีปัญหาปุ๊บ พ่อจะยื่นมือช่วยเหลือทันที ไม่มาพูดเยอะ ส่วนคุณแม่ “สรัย” ยกย่องท่านมาก คุณแม่เริ่มจากศูนย์จริงๆ “สรัย” ยกย่องคนทุกคนที่เริ่มจากศูนย์ คุณแม่บอกเสมอว่า ถ้าจะมองแม่เป็นโรลโมเดล ให้มองแม่ตอนอายุ 15 ปี วันที่ไม่มีอะไรเลย อย่ามองแม่ตอนนี้.

...