เป็นรองเท้าวิ่งที่ดีมากที่สุด ดีที่สุดคู่หนึ่งในวงการ, ด้วยวัสดุคุณภาพชั้นยอด แต่หลายคนไม่รู้ว่าเมื่อลองมาทดสอบวิ่งจริงๆ แล้วมันจะเจ๋งแบบที่บอกเอาไว้หรือไม่ ไทยรัฐออนไลน์...!
กล่าวในฐานะนักวิ่งสมัครเล่นที่ชอบทดสอบรองเท้าวิ่งที่สบายๆ กับเท้ามากที่สุด เพราะการออกกำลังกายด้วยวิธีวิ่งเป็นระยะเวลานานๆ ถ้าได้รองเท้าที่หน่วงหนัก กัด ร้อน อับ กินแรงและไม่รองรับการบาดเจ็บของเท้า ก็จะทำให้การออกวิ่งกลายเป็นสิ่งที่เข็ดขยาดไปทันที
เจาะ 'ENERGY BOOST' ก่อนวิ่ง...!
ที่นี่มาเจาะดูรายละเอียดของรองเท้าวิ่ง น้ำหนักเบา หน้าตาหล่อเหลาที่ อาดิดาส ย้ำหนักย้ำหนาว่า ENERGY BOOST คู่นี้ เป็นการพลิกโฉม พื้นรองเท้าวิ่ง ที่สะเทือนวงการกีฬากันว่ามีดีอะไรบ้าง
เมื่อไล่เรียงไปแล้ว อธิบายได้ว่าสิ่งที่ทำให้ ENERGY BOOST แตกต่างจากรองเท้าวิ่งทั่วไปที่เคยมีมา คือนวัตกรรมเทคโนโลยี พื้นรองเท้าแบบใหม่ที่เรียกว่า BOOST (อาดิดาสบอกมีที่แบรนด์นี่ที่เดียวในโลก) นวัตกรรมที่ช่วยคืนพลังงานให้ผู้สวมใส่ ด้วยโฉมหน้าเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีมาก่อน กับ ENERGY CAPSULES ที่ทำให้พื้นรองเท้าของคุณสามารถเก็บพลัง งานและปล่อยพลังงานคืนกลับมาให้กับคุณในทุกย่างก้าวที่เคลื่อนไหว
"ไม่ว่าสภาวะอากาศแบบไหน BOOST ยังคงสามารถคงประสิทธิภาพไวได้อย่างเหนือกว่า ด้วยการทดลองที่พิสูจน์แล้งวว่า BOOST สามารถทนต่ออุณหภูมิได้มากกว่า พื้นรองเท้าแบบ EVA ได้มากกว่าถึง 3 เท่า"
นอกจากนี้ ENERGY BOOST คู่นี้ ยังนำเทคโนโลยีพิเศษอย่าง อาดิดาส เทคฟิต มาใช้กับบริเวณส่วนหน้าของรองเท้าเพื่อเพิ่มความสบายในการสวมใส่และช่วยกระชับรองรับเท้าของผู้สวมใส่ขณะเคลื่อนไหว
...
และที่สำคัญ ด้วยเทคโนโลยี ทอร์ชั่น ซิสเต็มส์ (Torsion system) ที่ช่วยรองรับส่วนกลางเท้า สร้างความมั่นคงให้กับเท้ามากขึ้น อาดิแวร์ (adiWEAR) คืออีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยลดการสึกหรอในส่วนพื้นเท้า และช่วยให้กระชับกับส้นเท้าให้ความสบายในการสวมใส่ยากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ENERGY BOOST ยังสามารถใช้ควบคู่กับไมโค้ส เพื่อช่วยวัดประสิทธิภาพในการสิ่งของคุณได้อีกด้วย
แกะกล่อง - สวมใส่...!
อย่าเพิ่งเพลิดเพลินกับข้อมูลของอาดิดาสข้างต้น มาลองลงสนามจริงทดสอบว่าจะเป็นอย่างไร, เริ่มแกะกล่องดูว่ารองเท้าสีดำขลับคู่นี้เป็นอย่างไร ทันทีที่เปิดกล่องสไตล์เก๋ไก๋หยิบจับออกมา ความรู้สึกแรกพบ ไม่แตกต่างไปจากการดูโฆษณาของสินค้าสุดเจ๋งตัวนี้เพราะว่าทั้งหน้าตา ความเบา เรียกได้ว่าคุณภาพคับแก้วสมกับราคา (5,590 บาท) เลยทีเดียว
และเมื่อลองสวมใส่ (แนะนำให้ใส่ถุงเท้ากันรองเท้ากัด - อีกเคล็ดลับโบราณก็คือคุณควรกัดรองเท้าก่อนเอาเคล็ด) ก็จะพบกับความกระชับเข้ารูป ที่มาพร้อมกับเบาสบาย ซึ่งก่อนออกวิ่งเราไม่ลืมที่จะวอร์มร่างกาย ยืดเส้นยืดสายพร้อมกับเป็นการทำให้รองเท้าใหม่ที่สวมใส่คุ้นเคยกัน
ซึ่งสิ่งที่น่าทึ่งและน่าให้คะแนนมากๆ ก็คือ
"ปฏิกิริยาตอบสนองของพื้นรองเท้ารุ่น ENERGY BOOST นี้ที่ให้พลังงานกลับคืนมาอย่างมาก พูดง่ายๆ ขนาดเดินยังรู้สึกถึงการตอบสนอง เด้งดึ๋งๆ ยิ่งเมื่อลองออกวิ่งแล้วอาการตอบสนองของพลังที่สะท้อนกลับ (คล้ายๆ อาการดีด) มาทำให้การวิ่งไม่เหนื่อยแรง อีกทั้งรูปทรงที่สร้างมาเหมาะสมกับรูปเท้าก็จะไม่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บขณะออกวิ่งเป็นเวลานานๆ"
เมื่อลองเปิดส่วนพื้นรองเท้าชั้นในตรวจสอบดูจึงถึงบางอ้อ เพราะหากสังเกตให้ดี บริเวณส่วนรองเท้าชั้นใน (Inner-Fit sock) ที่ลิ้นรองเท้าจะช่วยกระชับโอบเสมือนใส่ถุงเท้าอยู่ด้วยนี่เอง บริเวณป้องกันส้นเท้า (External heel counter) มันจะช่วยป้องกันเท้าให้มั่นคงลดอาการบาดเจ็บขณะวิ่ง ส่วนความเบาที่นักวิ่งแบบเราชอบ และให้คะแนนเต็มนั้นเป็นนวัตกรรมที่เรียกว่า ทอร์ชั่น ซิสเต็มส์ (Torsion system) เทคโนโลยีเฉพาะตัว ที่มีน้ำหนักเบาช่วยสร้างความมั่นคงให้กับเท้า เพิ่มการเคลื่อนไหวอย่างอิสระระหว่างเท้า ส่วนหน้าและเท้าส่วนปลาย เพิ่มประสิทธิภาพรองรับทุกสภาพผิว
...
"เรียกว่าถ้าคุณสมบัติของรองเท้าคู่นี้ไม่เพียงเหมาะกับการวิ่งระยะสั้น การวิ่งระยะยาวเป็นชั่วโมงๆ ก็ยิ่งเหมาะเพราะว่ามันสามารถผ่อนแรงการวิ่งได้เป็นอย่างดี"
สุดท้ายทุกๆ อย่างเจ๋งหมด ทั้งรูปลักษณ์ ผิวสัมผัส และคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ขณะสวมใส่วิ่ง ท้ายที่ต้องตั้งคำถามว่าเบา สบาย ใส่แล้วปลอดภัยไม่กินแรงแบบนี้แล้ว ความทนทานละจะมีแค่ไหน
"เราใช้นวัตกรรรมที่เรียกว่า อาดิแวร์ (adiWEAR)" เป็นคำอธิบายจากผู้ผลิตรองเท้า คำการันตีที่น่าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ส่วนคนอ้วนน้ำหนักเยอะหรือรูปเท้าที่ใส่รองเท้าแล้วเลยออกมาก็หมดปัญหา (เท้ามีปัญหาไม่รวมถึงความผิดปกติมากๆ เช่นเท้าบิดผิดรูป เป็นต้น) เพราะรองเท้าคู่นี้ตอบโจทย์ได้หมดจด
ถ้าคุณรักเท้า รักการวิ่ง ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ลอง 'ENERGY BOOST' ติดเอาไว้ที่บ้าน อ้อ..ถ้าจะให้ติสักหนึ่งอย่าง น่าจะมีรองเท้าที่มากกว่าสีดำมาให้เลือกแน่นอนแว่วๆ มาว่าอีกไม่นานจะมีสีเท่ๆ ออกมาให้เลือกเช่นกัน.