MILIN

ในยุคโลกไร้พรมแดนแบบนี้ ต้องถือคติรวมกันเราอยู่แยกกันเราตาย...ถึงจะอยู่รอด!! ไม่เว้นแม้แต่วงการแฟชั่นเมืองไทย ซึ่งเหล่าดีไซเนอร์ไทย ทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ พร้อมใจกันประสานพลังเต็มพิกัด ร่วมกันกำหนดเทรนด์แฟชั่นในแต่ละซีซั่นให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมแฟชั่นเมืองไทย ท่ามกลางการแข่งขันขับเคี่ยวรุนแรง และอิทธิพลจากกระแสโลกที่วุ่นวาย


ภายใต้การนำของสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ หรือ BFS เหล่าดีไซเนอร์แถวหน้าของเมืองไทยจาก 17 แบรนด์ดังระดับท็อป นำโดย ASAVA, Curated by Ekthongprasert, DISAYA, GREYHOUND ORIGINAL, ISSUE, KLOSET, MILIN,  MUNCHU’S, PAINKILLER, PLAYHOUND   BY  GREYHOUND,   SANSHAI, SENADA, SOMTHING BOUDOIR, THEATRE, Tu’i, Tutti & Tutti Frutti และ VICKTEERUT ร่วมกันระดมสมองตีโจทย์ออกมาเป็น 4 เทรนด์แฟชั่นหลัก ประจำซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2013 พร้อมสร้างสรรค์คอลเลกชั่นใหม่ให้ได้ชมเป็นการพรีวิวล่วงหน้า ในรูปแบบ “เทรนด์ เอ็กซ์ฮิบิชั่น”

โดดเด่นน่าจับตามองต้องยกให้เทรนด์ “Happy Attitude” เปิดมุมมองต้อนรับสิ่งใหม่ๆ เผยเสน่ห์เย้ายวนใจ ด้วยการเน้นโชว์ส่วนโค้งเว้าเล็กน้อย ผ่านชุดเว้าหน้าเว้าหลัง ชุดคว้านช่วงเอว และเสื้อเอวลอยพอดีตัว ขณะเดียวกัน ก็แมตช์โทนสีและลายกราฟฟิกจัดจ้านออกมาในสไตล์โททัลลุค โดยเลือกหยิบลวดลายที่ดูขัดแย้งกันมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เกิดเอฟเฟกต์ที่โดดเด่นเกินจินตนาการ

เทรนด์ร้อนมาแรงยังรวมถึง “Beach Culture” การเดินทางท่องไปในสายลมฤดูร้อน นำกลิ่นอายชุดว่ายน้ำมาดัดแปลง เป็นชุดแคชวลสำหรับวันสบายๆ เพื่ออวดผิวสวยรับลมร้อน ชิ้นเด่นมีทั้ง ชุดจั๊มสูทยาว, เดรสเกาะอกสีสันสดใส และเสื้อสายเดี่ยว ขณะที่ชุดว่ายน้ำของแบรนด์แฟชั่นไทย ถูกเนรมิตขึ้นใหม่ให้มีลูกเล่นน่าสนใจกว่าเคย โดยเติมเทคนิคและสอดแทรกรายละเอียดต่างๆของเสื้อผ้าเรดี้-ทู-แวร์ เช่น การจับจีบเอว, การตัดต่อผ้า, ใช้ลวดลายกราฟฟิก แม้กระทั่งเสื้อเครปตัวจิ๋วที่ใช้คลุมในฤดูหนาว ก็ยังถูกหยิบมามิกซ์กับชุดว่ายน้ำหน้าตาเฉย

ถึงเวลาเดินหน้าสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ท้าทาย ตามคอนเซปต์ “Urban Invention” ฉีกกรอบความคิดเดิมเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ใหม่น่าทึ่งด้วยเทคนิคสารพัด ตั้งแต่การดัดแปลงแพตเทิร์นแบบชายหนุ่มให้เป็นคีย์ลุคสำหรับสาวๆ, แมตช์ชุดว่ายน้ำกับแจ็กเกต หรือกางเกงขาบาน และจับคู่ชุดเดรสสุดหรูกับเครื่อง ประดับแนวสตรีต  อีกหนึ่งเทรนด์หลักประจำซีซั่นที่ไม่น่าพลาดคือ “MakeOver” เติมเต็มความงามอันแตกต่าง เปิดโอกาสให้เหล่าดีไซเนอร์สร้างนิยามของความงามรูปแบบใหม่บนสัดส่วนเสื้อผ้าที่งดงามแปลกตา เช่นเดียวกับการนำลายพิมพ์ต่างๆมาทับซ้อนต่อทอเป็นผืนเดียวกัน เพื่อให้เกิดลวดลายใหม่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นน่าค้นหา

แอบกระซิบล่วงหน้าว่า ซัมเมอร์นี้ ยิ่งสั้นและยิ่งรัดรูปอวดเรือนร่างเท่าไหร่ก็ยิ่งอินเทรนด์ เช่นเดียวกับการเว้านิดเปิดหน่อย และใช้ผ้าโปร่งซีทรู เผยความเซ็กซี่ แต่ถ้าไม่พร้อมโชว์ความขาวอวบ แนะนำให้หนีไปพึ่งกระโปรงทรงเพนซิล และกระโปรงบานแบบปริศนา ก็อินเทรนด์ไม่แพ้กัน ส่วนสีเด่นประจำซีซั่นมี 2 เฉด 2 ขั้ว คือ โทนสีหวานแบบไอศกรีมเชอร์เบท เช่น ฟ้า, ชมพู และเขียวมินต์ กับโทนสีร้อนแรงซันนี่บีช เช่น แดง, น้ำเงิน, ส้ม และเหลือง ขณะที่ลายพิมพ์ประจำฤดูกาลนี้ยังหนีไม่พ้นลวดลายทรงเรขาคณิต, ลายดอก และลายพรางทหาร.

...