“ภูเขาสอนเราว่า ทุกการไต่ระดับเริ่มต้นจากข้างใน การเดินทางสำหรับเรา ไม่ใช่เพียงการค้นพบโลก แต่คือการค้นพบตัวตนของเราเอง เวลาท่านหญิงรู้สึกแย่กับชีวิต ท่านหญิงก็จะกลับสู่ธรรมชาติ และให้ธรรมชาติ Clean up your mind and start new creativity”...นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางจากภายใน สู่สนามทดลองใหม่ ไม่ใช่เพื่อหลีกหนีตัวตนเดิม แต่เพื่อท้าทายขีดจำกัด และทดสอบการปรับตัวเมื่อออกผจญภัย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังผลงานทรงออกแบบล่าสุดของ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” สำหรับคอลเลกชัน SIRIVANNAVARI Autumn– Winter 2026/27 “Echoes of Altitude”


ตอกย้ำแนวคิด “Earth First” ของ “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” องค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ “SIRIVAN NAVARI” ที่ทรงคำนึงถึงความยั่งยืนควบคู่ความงามและเอกลักษณ์ในการออกแบบ แฟชั่นโชว์ล่าสุด SIRIVANNAVARI Autumn– Winter 2026/27 “Echoes of Altitude” เนรมิตพื้นที่ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน เป็นผืนป่าใจกลางเมือง มีกิมมิกอยู่ที่การเลือกใช้เก้าอี้กระดาษและต้นไม้จริงที่สามารถนำไปทำประโยชน์ต่อหลังจบงาน นับเป็นการผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ


หัวใจของ “Echoes of Altitude” คือการสะท้อนการเดินทางจากภายในสู่การผจญภัยบทใหม่ ผ่านงานออกแบบที่หลอมรวมโครงสร้างสปอร์ตเข้ากับความหรูหราอย่างประณีต ทุกดีเทลตั้งแต่งานตัดเย็บ, วัสดุ, งานปัก ไปจนถึงแอคเซสเซอรี ล้วนถ่ายทอดความทรงจำ และร่องรอยของนักเดินทางผู้ไม่หยุดนิ่ง

ไฮไลต์บนรันเวย์โดดเด่นด้วยซิลูเอ็ตทรงบอลลูน ที่ได้แรงบันดาลใจจากร่ม Parachute, เสื้อแจ็กเกตและเอาต์ดอร์แวร์ จนกลายเป็นภาษาหลักของคอลเลกชันในชิ้นสำคัญสายสปอร์ต ไม่ว่าจะเป็น ชุดเดรสไนลอนตัวยาว, บอมเบอร์แจ็กเกต, เสื้อกันลมปกคอตั้ง โดยหยิบรายละเอียดของชุดปีนเขามาตีความใหม่ ผสานงานปักมือสามมิติของช่างฝีมือ “SIRIVANNAVARI Atelier & Academy” รวมถึงการนำผ้าไหมไทย และผ้าทอมือจากศูนย์ศิลปาชีพฯ พลิกเค้าโครงเดิมให้สดใหม่ ทั้งแจ็กเกตสปอร์ต และเดรสทรงบอลลูน สร้างสรรค์เป็นแฟชั่นร่วมสมัย เติมเต็มลุค ด้วยกระเป๋าดีไซน์ใหม่   อย่าง Altura Bag และ Bond Bag พร้อมเผยโฉม La Luna Bagรุ่นพิเศษจากหนัง Exotic Skin เป็นครั้งแรก ทั้งหนังนกกระจอกเทศ, หนังจระเข้ และ Himalaya ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 6 ใบ


แม้จะนำเสนอเสื้อผ้าของนักปีนเขา แต่ก็ผสมผสานความหรูหราและความประณีตในทุกดีเทลตามแบบฉบับของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” โดยองค์ประกอบสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นตัวแปรราวกับฤดูกาลที่เปลี่ยนได้ตลอดเวลา คือ “เชือกรูด” และ “คาราบิเนอร์” ตัวเกี่ยวเชือกสำหรับปีนเขาและโดดร่ม ซึ่งถูกตีความใหม่เป็นรูปตัวอักษร “S” สัญลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมสายรัดหน้าอกแบบนักโดดร่ม ที่กระชับลำตัวแต่ยังคงมอบอิสระ ผ่านการปลดปล่อยบนผืนไนลอน ร่วมด้วยผ้าซาตินดัชเชส, ผ้า Silk Taffeta, ผ้าไหมไทยสีม่วง และผ้าทอลายลูกแก้วจากศูนย์ศิลปาชีพ เกาะเกิด จ.พระนครศรีอยุธยา

อีกหนึ่งรายละเอียดโดดเด่นรวมถึงโทนสีพาเลตต์ของคอลเลกชันที่หลากหลายงดงามดุจการออกเดินทางเพื่อบันทึกภาพสีสันแห่งธรรมชาติตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไล่จากสีเอิร์ธโทนของผืนดิน แซมสีเขียวของผืนป่า สู่แดง-น้ำเงิน-ม่วง ที่สะท้อนความตื่นเต้นของการผจญภัย ก่อนค่อยๆดิ่งลงสู่ความนุ่มนวลของท้องฟ้ายามโพล้เพล้ “Vanilla Sky” ในเฉดชมพูและพาสเทลละมุนตา


คอลเลกชันนี้ยังเพิ่มความหรูหราด้วยงานปักสุดประณีต ฝีเข็มเปรียบเสมือนการตอกย้ำทุกย่างก้าวของการเดินทาง ตั้งแต่การเย็บบุนวม, การจัดวางชิ้นหนังสามเหลี่ยม ด้วยแรงบันดาลใจจากภูเขา ซึ่งปรากฏอยู่ในภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เป็นบันทึกความทรงจำขององค์ดีไซเนอร์ในทุกจุดหมาย สลับกับงานปักเดินเส้นและตัวอักษร S รวมถึงงานปักนูนรูปภูเขาด้วยเทคนิค “Embossage” เสริมสัมผัสพิเศษด้วยขนนกกระจอกเทศเย็บสลับผ้าออกันซ่าฉีกเป็นเส้น ขณะที่ความงดงามของวิวทิวทัศน์ธรรมชาติถูกรังสรรค์จากงานปักมือสามมิติด้วยวัสดุหลากหลายในเฉดสีเขียว ชวนให้หยิบกล้องบันทึกภาพและจินตนาการถึงมอสสีเขียวกับพืชพันธุ์ที่เกาะอยู่บนก้อนหินและต้นไม้กลางป่าเขียวขจี ดีเทลน่ารักรวมถึงการแต่งเติมงานปักดอก “Lily of the Valley” บนป้ายหนังด้านหลังของกางเกงยีนส์ขาบาน เสมือนการประทับความทรงจำ และเท่สุดยกให้ดีเทลอะไหล่ฟันเฟืองนาฬิกาที่ถูกใช้เป็นวัสดุในงานปัก เพื่อบอกเล่าบันทึกการเดินทางของใครสักคนที่เคยฝากรอยเท้าไว้

นี่คือบทบันทึกฤดูกาลใหม่ของ “SIRIVANNAVARI” ที่รวมความกล้า, หัวใจอิสระ และความงามร่วมสมัยไว้ด้วยกันอย่างสง่างาม.










ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ