“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” มีพระปณิธานแน่วแน่ในการตามรอยเบื้องพระยุคลบาท สืบสานแนวพระราชดำริของ “สมเด็จย่า” สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการธำรงรักษางานหัตถศิลป์ไทยให้เป็นมรดกแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ และใช้แฟชั่นเป็นเครื่องมือการทูตอันทรงพลัง เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของความเป็นไทย

นับแต่ยังทรงพระเยาว์ “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ได้โดยเสด็จ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ไปทรงเยี่ยมสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ช่างทอผ้า และช่างหัตถกรรม ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ทรงซึมซับคุณค่าของผืนผ้าที่ถักทอด้วยความวิริยอุตสาหะ และความประณีตของฝีมือช่างหัตถกรรมไทย ถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า

ตลอดเวลาที่ผ่านมา “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ทรงเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่คู่แผ่นดิน ทรงนำความรู้และประสบการณ์การทรงงานด้านแฟชั่น ศิลปะ และการออกแบบ บูรณาการกับการศึกษาค้นคว้าภูมิปัญญาพื้นถิ่น เพื่อยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ไทยให้มีความร่วมสมัย อีกทั้งยังทรงนำทัพในการเผยแพร่คุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ ผ่านโครงการตามแนวพระดำริฯ, นิทรรศการ, การเสวนา และกิจกรรมที่มีภารกิจในการเผยแพร่ภูมิปัญญาผ้าไทยและหัตถศิลป์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในโลกยุคใหม่

ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมและให้กำลังใจช่างทอผ้าและช่างหัตถกรรมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ทรงส่งเสริมการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการต่อยอดภูมิปัญญาสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ทรงออกแบบผ้าลายพระราชทาน ทรงออกแบบต่อยอดลวดลายโบราณในทุกภูมิภาคที่ทรงศึกษาค้นคว้า พัฒนาสู่ลวดลายที่เปี่ยมไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ช่างทอผ้าและผู้ประกอบการต่างๆในการสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยที่มีคุณค่าทั้งในเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ

แนวพระดำริฯ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่ประทานผ่านกระทรวงมหาดไทย นำไปขับเคลื่อนและขยายผล ร่วมกับคณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ถือเป็นการขับเคลื่อนครั้งสำคัญ ที่ทำให้ผ้าไทยได้รับการยอมรับจากประชาชนทุกกลุ่มทุกเพศทุกวัย สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้หลากหลายโอกาส  ขณะเดียวกัน ได้มีการเชิญชวนผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผ้าไทย นักออกแบบแถวหน้า

ระดับประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และให้คำปรึกษาแก่กลุ่มช่างทอผ้า ผู้ผลิต และผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทย อีกทั้งยังทรงส่งเสริมให้ช่างทอผ้า นักออกแบบ และผู้ประกอบการ ต่อยอดภูมิปัญญาพื้นถิ่น ทั้งด้านลวดลาย สีสัน และรูปทรงในการออกแบบตัดเย็บ

ขณะที่  แนวพระดำริฯ “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมทุกกระบวนการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถกรรมไทยให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ซึ่งไม่เพียงจะปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้สวมใส่ แต่ยังสอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก โดยคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แจ่มชัด


ผลสำเร็จจากแนวพระดำริฯทั้งสองประการ ได้สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม ผู้ผลิต และผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคของประเทศ อีกทั้งสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัวและชุมชน ตลอดจนช่วยสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นถิ่นกับการต่อยอดองค์ความรู้ร่วมสมัย ทำให้ผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ไทยได้ก้าวสู่ตลาดสากล ภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน


พระวิสัยทัศน์และพระกรณียกิจที่สร้างประโยชน์อย่างมหาศาลนี้ แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัด และได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก นำโดย “นางโอเดรย์ อาซูเลย์” ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ได้ทูลเกล้าฯถวายการประกาศเชิดชูพระเกียรติ และถวายเหรียญสดุดีพระกรณียกิจ ด้านการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรม และการส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ รวมทั้งการขับเคลื่อนวัฒนธรรม ตลอดจนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ยังได้ถวายรางวัล “WIPO Award for Creative Excellence 2025” เพื่อประกาศเกียรติคุณพระอัจฉริยภาพทางด้านการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่น งานลิขสิทธิ์ และการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ยกระดับศักยภาพช่างฝีมือในชุมชนท้องถิ่น รางวัลระดับโลกนี้นับเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินและนักออกแบบทั่วโลก

เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งที่ “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ทรงเจริญพระชนมายุ 40 พรรษา ในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2570 สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงได้จัดทำ สมุดภาพเฉลิมพระเกียรติ 40 พรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “นารีรัตน์หัตถศิลป์” เพื่อเผยแพร่พระวิสัยทัศน์และพระกรณียกิจในการสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาการรังสรรค์ผืนผ้าและหัตถกรรมไทย ที่ส่งผลให้ผ้าไทยและหัตถกรรมพื้นถิ่นจากทุกภูมิภาคของประเทศ ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ที่สร้างประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ให้แก่ประชาชนชาวไทยและประเทศชาติ

“นารีรัตน์หัตถศิลป์” จึงไม่ใช่เพียงสมุดภาพบันทึกพระกรณียกิจ แต่ยังเป็นคลังความรู้และบันทึกการเปลี่ยนผ่านของผ้าไทยและหัตถศิลป์ไทย จากรากฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่แฟชั่นร่วมสมัย เศรษฐกิจชุมชน และตลาดที่กว้างขึ้น โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นถิ่นไว้ อีกทั้งสะท้อนให้เห็นว่าการสืบสานวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงการรักษาสิ่งเดิม แต่คือการทำให้ภูมิปัญญาดั้งเดิมยังมีชีวิต ใช้ได้ สร้างรายได้ และเดินต่อไปได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดฉบับดิจิทัลได้ที่ https://thailandotop.org/e-book/40-years

ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ