ด้วยพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ที่ทรงมุ่งมั่นยกระดับ “ผ้าไทย” ให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล โดยทรงนำประสบการณ์จากการทรงงาน และทรงศึกษาผ้าทอพื้นเมือง ตลอดจนผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมพื้นบ้านในแต่ละภาค มาพัฒนาสร้างสรรค์ต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยให้ทันสมัย ทรงสอนให้ชาวบ้านรู้จักระบบการตรวจสอบคุณภาพ (QC) ที่ได้มาตรฐานสูงสุด ไม่ใช่เพื่อสร้างความลำบาก แต่เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับวงการผ้าไทย ผลลัพธ์จากความเข้มงวดและการให้ความสำคัญกับรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว ทำให้มาตรฐานของผืนผ้าไทยถูกยกระดับไปพร้อมกับหัวใจและศักดิ์ศรีของผู้สร้างสรรค์ เปลี่ยนน้ำตาแห่งความเหนื่อยล้า ให้กลายเป็นความภาคภูมิใจ และความสำเร็จอย่างยั่งยืน



ศักยภาพของช่างฝีมือไทยและแบรนด์แฟชั่นไทยได้อวดสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง สร้างความภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศเมื่อ “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ทรงใช้ผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือจากธรรมชาติของ “ดอนกอยโมเดล” โครงการพัฒนาผ้าทอย้อมครามพื้นถิ่นของกลุ่มทอผ้าย้อมครามดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ร่วมกับผ้าฝ้ายทอจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผสานซิลูเอตของแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” เพื่อรังสรรค์เป็นชุดพิธีการสำหรับทัพนักกีฬาทีมชาติไทยสวมใส่ในพิธีเปิดการแข่งขันมหกรรมกีฬา  Asian Games 2026 ครั้งที่ 20 ณ เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยชูแนวคิด “The Art of Unity” หรือ “ศิลปะแห่งความเป็นหนึ่งเดียว” ถ่ายทอดพลังความสามัคคีของคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก


เช่นเดียวกับนักกีฬาที่ต้องอาศัยระเบียบวินัย, ความมุ่งมั่น และการฝึกฝนจนชำนาญ ผ้าดอนกอยแต่ละผืนมีลวดลายและเฉดสีที่แตกต่างกันตามกรรมวิธีของช่างทอแต่ละคน ต้องอาศัยความเพียรพยายามและอดทนอย่างมาก กว่าจะได้ผลงานคุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล


“สิ่งหนึ่งที่ท่านหญิงต้องขอบคุณคือ ชาวบ้านดอนกอยจากจังหวัดสกลนครทุกคน ทุกหมู่บ้านที่เค้า ทอทั้งคืนตลอด 5–6 เดือนที่ผ่านมา เวลามีเอฟเฟกต์ปุ๊บปัดตก เอฟเฟกต์ปุ๊บปัดตก เอฟเฟกต์นิดเดียวปัดตก เค้าร้องไห้ทุกวันนะคะ แต่เค้าก็ทำ ผ้าอะไรที่มีเอฟเฟกต์ หรือที่ซักแล้วมีปัญหาปุ๊บเนี่ย เค้าก็จะเอาไปขายต่อ และขายหมดด้วยนะ หลังจากนั้นเค้าก็ทำใหม่ เค้าภูมิใจมาก”...บทสัมภาษณ์ดังกล่าวของ “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ที่ประทานแก่สื่อมวลชนไทย ระหว่างการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ณ เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น สะท้อนได้ดีถึงความใส่พระทัยและความชื่นชมที่มีต่อชาวบ้านดอนกอย ผู้อยู่เบื้องหลังผืนผ้าอันงดงามไร้ที่ติ ที่สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ




ชาวบ้านดอนกอย จังหวัดสกลนคร ได้พิสูจน์แล้วว่าการเดินตามแนวพระดำริ แม้จะต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา แต่สิ่งที่ได้คือความสำเร็จที่พลิกชีวิต เปลี่ยนความเพียรพยายาม และน้ำตา แห่งความเหนื่อยล้า ให้กลายเป็นความภาคภูมิใจ และความสำเร็จอย่างยั่งยืน


ในฐานะองค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ “SIRIVAN NAVARI” ยังทรงถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยสู่เวทีโลกให้ลือลั่น โดยนำเสน่ห์อันงดงามของ “ผ้าไทย” ผสมผสานกับงานออกแบบร่วมสมัย สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในมิลานแฟชั่นวีกล่าสุด ระหว่างนำเสนอโชว์คอลเลกชัน Spring-Summer 2027 ภายใต้แนวคิด “Soul of  an  Empire” ของแบรนด์  “SIRIVAN NAVARI” เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ Palazzo Moriggia ใจกลางมิลาน ประเทศอิตาลี




นอกจากจะถ่ายทอดแรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จเยือนประเทศอินเดีย ซึ่งนำมาสู่การสำรวจสีสัน, วัฒนธรรม, สถาปัตยกรรม และงานศิลปะ ผ่านมุมมองร่วมสมัย ผสมผสานกับมุมมองของอิสรภาพแห่งยุค  1970s  องค์ดีไซเนอร์ยังทรงนำผ้าไหมมัดหมี่จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯมาร่วมสร้างสรรค์คอลเลกชันล่าสุดได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะกางเกงผ้านุ่งอินเดียที่เรียกว่า “โธตี” (Dhoti) ถูกตีความใหม่ผ่านโครงสร้างที่ได้แรงบันดาลใจจากโจงกระเบนไทย เสริมด้วยงานคราฟต์จากลายภาพพิมพ์แกะไม้ (Woodcut) งานฝีพระหัตถ์ขององค์ดีไซเนอร์ ซึ่งถูกนำมาต่อยอดเป็นลวดลายบนเสื้อผ้าด้วยเทคนิคดิจิทัล พร้อมเพิ่มมิติความน่าสนใจด้วยงานปักมือที่ใช้ทั้งกระจก, ลูกปัด, พู่ และกระดุมโครเชต์




ปิดท้ายโชว์สำคัญ “สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ทรงสวมหมวก “CheerTeamThai” ผลงานทรงออกแบบที่รังสรรค์จากผ้าดอนกอยด้วยรายละเอียดผูกหาง ดังจะประกาศให้โลกรู้ถึงความเป็นเลิศของงานช่างฝีมือไทย และตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะยกระดับภูมิปัญญาไทย สู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืนตามมาตรฐานระดับสากล นับเป็นอีกย่างก้าวในการสานต่อพระราชปณิธานของ “สมเด็จย่า” สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อธำรงรักษางานหัตถศิลป์ไทยให้เป็นมรดกแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ และใช้แฟชั่นเป็นเครื่องมือการทูตอันทรงพลัง เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก.

ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ


อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่