แฟชั่นนิสต้าเมืองไทยตั้งตารอกันมานาน ในที่สุดแบรนด์สตรีทแฟชั่นอันดับหนึ่งของโลก H&M (Hennes & Mauritz) ก็ตัดสินใจเปิดแฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกในเมืองไทยแล้ว โดยเลือกศูนย์การค้าสยามพารากอนเป็นทำเลทอง เพื่อให้แฟนๆชาวไทยได้ช็อปปิ้งของดีมีคุณภาพในราคาเหมาะสม ไม่ต้องบินไปช็อปไกลถึงเมืองนอกเมืองนา

ในฐานะซีอีโอของ H&M “มร.คาร์ลโยฮาน  แพร์สสัน” เผยถึงความรู้สึกว่า ผมตื่นเต้นมากที่ได้นำแบรนด์แฟชั่นเครื่องแต่งกายคุณภาพในราคาเหมาะสม มานำเสนอแก่แฟชั่นนิสต้าชาวไทย ในสายตาผมแล้ว เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวขึ้น และความสนใจในด้านแฟชั่นของคนไทยก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มั่นใจว่าเราจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน โดยส่วนตัวผมเคยมาเมืองไทยหลายครั้ง ทั้งในฐานะนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว  คนไทยเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี อาหารไทยก็อร่อย ประเทศไทยถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆที่ชาวสวีเดนชื่นชอบ

สำหรับความโดดเด่นของแบรนด์ H&M อยู่ที่การนำเสนอแฟชั่นและเครื่องแต่งกายคุณภาพในราคาเหมาะสม ซึ่งทุกคนเข้าถึงได้!! ขณะเดียวกัน ก็มีความหลากหลายของสินค้าและสไตล์แฟชั่น ไม่เพียงเท่านั้น เรายังใส่ใจเรื่องคุณภาพของสินค้าและบริการด้วย เพราะเชื่อว่าทุกคนสามารถเลือกใส่ H&M ในสไตล์และคาแรกเตอร์ของตัวเอง นอกจากนี้ H&M ยังเป็นแบรนด์สตรีทแฟชั่นเจ้าแรก ที่ทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ชื่อดังและบุคคลที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลก มาตั้งแต่ปี 2004 เพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชั่นสุดพิเศษ ภายใต้โครงการ Collaboration Project ประเดิมด้วยดีไซเนอร์ชื่อก้องโลก “คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” ตามมาด้วย จิมมี่ ชู, เวอร์ซาเช่, กอม เดส์ การ์ซองส์, ลองแวง, มาร์นี, มาดอนน่า และผลงานล่าสุดที่กำลังจะวางขายต้นเดือนตุลาคมนี้ คือ โปรเจกต์สุดเปรี้ยวที่จับมือกับแฟชั่นไอคอนระดับโลกสัญชาติอิตาเลียน “แอนนา เดลโล รุสโซ” ที่ปรึกษาด้านครีเอทีฟประจำนิตยสารโว้ค นิปปอน ประเทศญี่ปุ่น

ความเร็ว ความแรง และล้ำเทรนด์แฟชั่น เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของแบรนด์ โดย H&M มีทีมดีไซเนอร์ถึง 200 คน ทำหน้าที่สร้างสรรค์ไอเดียแฟชั่นและผลงานดีไซน์ ภายใต้คอนเซปต์หลักของแบรนด์ในแต่ละซีซั่น ผู้บริหารของ H&M ไม่เพียงแต่จัดเตรียมสิ่งแวดล้อมในออฟฟิศให้เอื้อต่อการคิดไอเดียสร้างสรรค์  ยังสนับสนุนการเดินทางไปยังมุมต่างๆของโลกเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ รวมถึงการหาอินสไปเรชั่นจากสิ่งต่างๆรอบตัว ทั้งจากงานแฟร์

ด้านศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ และอาหารการกิน ปกติแล้ว ทีมดีไซเนอร์จะทำงานแฟชั่นพร้อมกัน 3 ซีซั่นรวด โดย 1 ปีล่วงหน้าทำงานเรื่องเทรนด์ สีสัน การเลือกใช้ผ้า รวมถึงคอนเซปต์และภาพรวมของคอลเลกชั่น จากนั้น 6 เดือนล่วงหน้าเป็นเวลาของการเตรียมคอลเลกชั่น  การจัดหาวัสดุ ตลอดจนการทำงานในซีซั่น เพื่อเพิ่มเติมดีไซน์ และอัพเดทเทรนด์ล่าสุดที่กำลังมาแรง

ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทของทีมงาน จึงไม่น่าแปลกใจที่ H&M จะครองใจแฟชั่นนิสต้าทั่วโลกมาได้อย่างต่อเนื่อง  ที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะช็อปปิ้งที่ยุโรป อเมริกา หรือประเทศไทย ลูกค้าทุกคนก็จะได้สัมผัสคอลเลกชั่นสินค้ามาตรฐานเดียวกันเปี๊ยบ ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ H&M ไม่ควรพลาด เปิดให้ช็อปปิ้งก่อนใครในคืน VIP Night ค่ำวันที่ 27 ก.ย.นี้ ก่อนจะเปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบ วันเสาร์ที่ 29 ก.ย.2555 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.

...