อบอุ่น อ่อนหวาน อยู่แล้วมีความสุข คือสามสิ่งที่ประกอบรวมกันเป็นบ้านพักอาศัยของสองสามีภรรยานักธุรกิจ ซึ่งได้รับการรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นบ้านแสนหวานสไตล์วินเทจ อันมีจุดเด่นสะดุดตาตรงผนังประดับวอลล์เปเปอร์หลากลาย และสวนสวยน่านั่งที่ให้บรรยากาศสบายๆ คล้ายต่างจังหวัด
รีโนเวทบ้านเดิม เสริมงานวินเทจ
จุดเริ่มต้นของการรีโนเวทบ้าน มาจากบรรยากาศโดยรวมที่ทึบตันของบ้านหลังใหญ่ และกลิ่นอับชื้นในห้องครัว ผู้เป็นเจ้าของจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนบ้านที่พักอาศัยมานานนับ 10 ปี สู่คอนเซ็ปต์การตกแต่งแบบวินเทจ โดยมีสององค์ประกอบสำคัญของการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ คือ ผนัง และพื้น
“แบบเดิมของบ้านเป็นโครงการที่ตกแต่งสไตล์อิงลิชคันทรีกึ่งๆ โมเดิร์น มีผนังทึบ และบริเวณพื้นมีหลายสเต็ป พอนานๆ เข้าเราก็อยากได้ที่โปร่งๆ เพื่อระบายอากาศ โดยเฉพาะห้องครัวที่มีกลิ่นอับชื้นจนอยากจะทำใหม่” คุณพัชรี เจ้าของบ้านหญิง เล่าให้ฟังถึงที่มาของบ้านแห่งครอบครัว ซึ่งทึบตันในความรู้สึก แต่บัดนี้ได้รับการทุบผนังและติดตั้งหน้าต่างบานใหญ่จากวัสดุยูพีวีซี อันมีคุณสมบัติทนทาน ป้องกันน้ำรั่วซึมได้ดี มีอายุใช้งานที่ยาวนาน ส่วนพื้นปูด้วยหินเทียมลายคลาสสิก ซึ่งทางสถาปนิกได้ปรับเปลี่ยนให้เหลือเพียงสองสเต็ป เพื่อลดความเป็นเหลี่ยมเป็นมุม และเสริมบรรยากาศให้พื้นที่ภายในดูลื่นไหลมากยิ่งขึ้น
...
ทำให้พื้นที่บริเวณชั้น 1 ที่ปราศจากส่วนกั้นห้อง ไม่ว่าจะห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว และมุมนั่งเล่นเอกเขนก จึงมีอาณาเขตที่เชื่อมต่อถึงกัน ซึ่งไม่ว่าจะเดินไปทางมุมใดก็จะพบกับความสดชื่นของสวนนอกบ้าน และระรื่นตาไปกับวอลล์เปเปอร์ประดับผนังด้วยลวดลายดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้า ฯลฯ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นบ้านอย่างแท้จริง
ต่อเติมเพิ่มแต่ง พื้นที่ในส่วนใช้งาน
นอกจากความโปร่งโล่งและอยู่สบาย บางส่วนของบ้านยังถูกต่อเติมเพิ่มขยายพื้นที่ใช้สอยให้เป็นสัดส่วน อาทิ โรงจอดรถนอกบ้านซึ่งทุบใหม่เพื่อทำเป็นห้องนอนแขก และชั้น 2 ของบ้านต่อเติมโถงกลางเพิ่มขึ้นมาจากส่วนห้องนอน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ โดยส่วนทำใหม่มีความพิเศษตรงที่โครงสร้างหลักเป็นเหล็กและอิฐมวลเบาที่มีน้ำหนักเบา ไม่ต้องเจาะเสาเข็ม และเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกับโครงสร้างเดิมของบ้าน
“ห้องโถงที่ให้ทำเพิ่มขึ้นมานั้น เราใช้เป็นห้องดูหนัง และห้องพระ แต่ก็ดัดแปลงให้เป็นห้องปาร์ตี้ได้ด้วยประตูบานเลื่อนเปิดปิด ส่วนห้องนอนจากเดิมมี 2 ห้อง แต่บ้านหลังนี้อยู่กันแค่ 2 คน ห้องนอนเล็กจึงทำเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk in Closet ทะลุไปเป็นห้องน้ำซ่อนอยู่เพื่อความสะดวกเวลาอาบน้ำและแต่งตัว”
บันทึกความทรงจำผ่านภาพวาด และของตกแต่งจากการเดินทาง
ในส่วนของการตกแต่งภายใน ของใช้ของตกแต่งกระจุกกระจิกมากมาย ล้วนมาจากของสะสมที่ได้จากการเดินทางของคุณพัชรี และอีกส่วนหนึ่งเป็นภาพวาดที่เธอชื่นชอบมากเป็นพิเศษ ซึ่งต้องหาซื้อเก็บไว้ไม่ว่าจะไปยังประเทศใดก็ตาม
“ของพวกนี้มาจากเมืองนอกทั้งหมด เวลาเดินทางก็จะซื้อเก็บไว้เป็นความทรงจำของตัวเอง โดยเฉพาะภาพวาดสีน้ำหรือสีน้ำมันของเมืองต่างๆ ซึ่งจริงๆ แล้วของพวกนี้ไม่จำเป็นต้องแพงมาก แต่เราสามารถเลือกวัสดุมาใส่ให้มันดูโอเคก็พอ” คุณพัชรีหมายถึงภาพวาดที่เธอนำมาใส่กรอบสวยติดผนังกระจายอยู่ทั่วทุกมุมบ้าน
ส่วนเฟอร์นิเจอร์ภายในที่ดูเหมือนของใหม่ แต่แท้จริงเป็นของเก่าที่เธอนำไปบุผ้าหุ้มใหม่เกือบทั้งหมด ตลอดจนโคมไฟห้อยระย้า และผ้าม่านสีขาวจากเนื้อผ้าชั้นดีที่ประดับบานหน้าต่าง ล้วนบ่งบอกถึงความหลงใหลในงานวินเทจจนยากที่จะถอนตัว
...
ขอขอบคุณ Casaviva ฉบับเดือนพฤศจิกายน
คอลัมน์ residence
http://www.casaviva.in.th/