กิจกรรมค่ายศิลปะเยาวชนชวนงดเหล้า เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการ ตลาดสดชวนงดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีถวายในหลวง 84 พรรษา โดยมีน้องเยาวชน ซึ่งเป็นลูกหลานของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดกว่า 40 คนมาร่วมกิจกรรม...
ทางสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ได้จัดกิจกรรมค่ายศิลปะเยาวชนชวนงดเหล้าขึ้นที่ตลาดสดมีนบุรี ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการ ตลาดสดชวนงดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีถวายในหลวง 84 พรรษา โดยมีน้องเยาวชนซึ่งเป็นลูกหลานของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดกว่า 40 คนมาร่วมกิจกรรม
โดยความพิเศษของกิจกรรมดังกล่าวอยู่ที่มีครูสอนศิลปะคนดังอย่าง “อาจารย์ไข่” คฑาวุธ ทองไทย นักร้องนำแห่งวงมาลีฮวนน่า หรืออีกบทบาทหนึ่งคือครูสอนศิลปะที่มีลูกศิษย์มากมาย มาเป็นวิทยากรอาสาในการสอนศิลปะให้กับเด็กๆ พร้อมกับถ่ายทอดประสบการณ์ช่วงหนึ่งของชีวิตที่เคยติดเหล้าจนร่างกายทรุดโทรมและเกือบต้องจบชีวิตการเป็นศิลปินลง เพราะร้องเพลงไม่ได้
...
อาจารย์ไข่ เล่าถึงประสบการณ์การดื่มเหล้าให้ฟังว่า ตนดื่มเหล้ามาประมาณ 30 ปี ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นวัยรุ่น ด้วยความอยากรู้อยากลองและต้องการเข้าสังคมกับกลุ่มเพื่อนที่เป็นนักดื่ม ทำให้ต้องดื่มเรื่อยๆ ดื่มแทบทุกวัน บางวันดื่มตั้งแต่เช้ายันเย็น ส่งผลให้ชีวิตครอบครัวเกิดการสั่นคลอน มีปากเสียงกับภรรยาถึงขั้นรุนแรง เพราะควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ อีกทั้งยังมีปัญหาสุขภาพรุมเร้า ทั้งเจ็บคอ ไม่มีแม้แต่เสียงจะร้องเพลง ปวดขา ปวดข้อ ไขข้ออักเสบ จนทำให้ยืนหรือเดินแทบไม่ไหว ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเป็น “โรคเก๊าต์” ที่มีสาเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ ต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหลายวัน หลังจากนั้นจึงคิดได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เกิดจากการที่เรานำพาสิ่งที่ไม่ดีอย่างเหล้ามาทำร้ายตัวเอง รวมทั้งคนในครอบครัวด้วย และคงไม่ใช่เรื่องดีแน่หากเราต้องมาตายเพราะการดื่มเหล้า
ศิลปินคนดังยังบอกต่ออีกว่า ตอนนี้เลิกดื่มเหล้าได้อย่างเด็ดขาดมาประมาณ 8 ปีแล้ว ร่างกายที่เคยทรุดโทรมจากโรคภัยต่างๆ ก็ค่อยๆดีขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้น มีสติยั้งคิด การตัดสินใจดีขึ้น ไม่วู่วาม ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น ดังนั้นจึงรู้สึกดีที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านงานศิลปะให้กับเด็กๆในตลาดสดมีนบุรี ซึ่งเด็กทุกคนมีจินตนาการที่ดี เห็นได้จากภาพแต่ละภาพที่น้องๆร่วมสะท้อนออกมาตามความเข้าใจและความรู้สึก ทำให้ได้เรียนรู้ผลกระทบที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่ามีผลเสียเป็นอย่างไร ซึ่งในอนาคตเด็กเหล่านี้จะนำพาสังคมไปในทางที่ดีได้
สำหรับผลงานศิลปะที่น้องๆได้สะท้อนออกมาเกี่ยวกับผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านหัวข้อ “เห็นเหล้าแล้วนึกถึงอะไร” น้องๆส่วนใหญ่สะท้อนออกมาในมุมมองเดียวกันว่า เหล้าทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาท ครอบครัวแตกแยก ข่มขืนอนาจาร
เช่นเดียวกับ “น้องโจ้” หรือ นายกฤษณะ คงเมือง อายุ 17 ปี โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ หนึ่งในเยาวชนที่ร่วมกิจกรรม อธิบายเกี่ยวกับภาพของตนว่า ตนได้วาดขวดเหล้าขนาดใหญ่ไว้ตรงกลางภาพและตรงขวดเหล้านั้นก็ได้วาดหัวกะโหลกไขว้ไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่าอันตราย ส่วนรอบๆบริเวณขวดเหล้าก็จะวาดเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากการดื่มเหล้า เช่น รถชนกันจากการเมาแล้วขับ การทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน และปัญหายาเสพติด ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการดื่มเหล้า รวมทั้งเป็นปัญหาที่พบอยู่บ่อยๆในสังคมปัจจุบัน
“โดยส่วนตัวไม่เคยคิดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรืออยากลองดื่มเหล้าอยู่แล้ว เพราะผิดศีล 5 และคิดว่าเมื่อดื่มไปแล้วก็คงไม่มีประโยชน์อะไร แล้วยังอาจทำให้เสียอนาคต เสียชีวิตได้ง่ายๆ หรือดื่มไปนานๆ ทำให้สมองเสื่อมและอีกสารพัดโรค เอาเวลาที่จะไปดื่มเหล้ามาช่วยน้าขายของในตลาดดีกว่า อย่างน้อยก็ได้เงินค่าขนมวันละ 150 บาท เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาหรือซื้อของที่อยากได้ โดยไม่ต้องขอพ่อแม่” น้องโจ้ กล่าว
ส่วน “น้องเขต” หรือ ด.ช.สิรวิชญ์ สุขมี อายุ 9 ปี โรงเรียนบางชัน บอกถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า รู้สึกสนุก มีความสุขที่ได้มาวาดภาพระบายสี และร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ พี่ๆ รวมทั้งได้ความรู้เกี่ยวกับโทษของการดื่มเหล้าว่ามีผลเสียอย่างไรบ้าง โดยจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปบอกต่อกับพ่อแม่ ลุง ป้า น้า อา ที่ยังดื่มอยู่ พร้อมกับชวนให้เลิกดื่ม เพราะทำลายสุขภาพและสิ้นเปลือง ศิลปะคืออีกภาษาหนึ่งของมนุษย์ เป็นภาษาสากลที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของผู้สร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ผู้อื่นรับรู้ได้ ดังนั้นการนำความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาสอดแทรกไปกับงานศิลปะบวกกับจินตนาการของเด็กๆ อีกทั้งทำให้เด็กสร้างภูมิต้านทานสิ่งไม่ดีได้ด้วยตัวเอง จึงนับว่าเป็นการปลูกฝังและสร้างเกราะป้องกันให้เด็กห่างไกลจากน้ำเมาได้อีกทางหนึ่ง.
...