คำว่า "ปิดทองหลังพระ" เป็นสำนวนไทยที่คนคุ้นเคยกันดี มักใช้เปรียบเปรยถึงการทำความดีโดยไม่ต้องการชื่อเสียงหรือการยกย่อง แม้จะไม่มีใครเห็น แต่ก็ยังเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง
หลายคนอาจเคยได้ยินสำนวนนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่รู้หรือไม่ว่า ที่มาของคำว่า "ปิดทองหลังพระ" ไม่ได้เป็นเพียงคำเปรียบเทียบ หากมีรากฐานมาจากพิธีการปิดทองพระพุทธรูป ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานในสังคมไทย
เปิดที่มาคำว่า "ปิดทองพระ" คืออะไร
การปิดทองพระ คือการนำแผ่นทองคำเปลวมาปิดลงบนองค์พระพุทธรูป ถือเป็นการแสดงความเคารพและศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยเชื่อว่าเป็นการสร้างบุญและระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า
โดยทั่วไปแล้ว ผู้คนมักปิดทองในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย เช่น พระพักตร์ พระอุระ หรือพระหัตถ์ เพราะเข้าถึงสะดวกและเป็นจุดที่นิยมปิดทอง แต่ในบางโอกาสก็มีผู้เลือกปิดทองบริเวณ "ด้านหลังองค์พระ" แม้จะเป็นจุดที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
...
ความหมายของสำนวนไทย "ปิดทองหลังพระ" แปลว่าอะไร
สำนวน "ปิดทองหลังพระ" หมายถึง การทำความดี ทำหน้าที่ หรือช่วยเหลือผู้อื่น แม้ไม่มีใครเห็น ไม่มีคำชม หรือไม่ได้รับผลตอบแทนก็ตาม ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบกับการปิดทองไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลัง ล้วนมีคุณค่าทางจิตใจไม่แตกต่างกัน เพราะสิ่งสำคัญอยู่ที่เจตนาในการทำบุญ ไม่ใช่ตำแหน่งที่ปิดทอง
พระราชดำรัส ร.9 ที่ทำให้สำนวน "ปิดทองหลังพระ" เป็นที่รู้จัก
สำนวน "ปิดทองหลังพระ" เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นจาก พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงมีพระราชดำรัสว่า
“การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระ พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้”
พระราชดำรัสดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า งานที่อยู่เบื้องหลัง แม้ไม่มีใครมองเห็น ก็มีความสำคัญไม่แพ้งานที่อยู่เบื้องหน้า เพราะทุกส่วนล้วนช่วยให้งานหรือสังคมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ข้อคิดจากสำนวน "ปิดทองหลังพระ"
สำนวนนี้ไม่ได้สอนให้ทำดีเพื่อความเงียบงันเพียงอย่างเดียว แต่เตือนใจว่า "คุณค่าของความดีไม่ได้วัดจากจำนวนคนที่รับรู้ หากวัดจากความตั้งใจและประโยชน์ที่เกิดขึ้น" เพราะบางครั้งสิ่งที่สร้างคุณค่ามากที่สุด อาจเป็นงานเล็กๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แต่ขาดไปไม่ได้ เช่นเดียวกับทองคำเปลวที่อยู่ด้านหลังองค์พระ แม้จะไม่สะดุดตา แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้องค์พระงดงามและสมบูรณ์ทั้งองค์