ในแวดวงผู้นิยมสะสมพระเครื่อง วัตถุมงคล หรือผู้ที่ศรัทธาในเรื่องของคาถาอาคม สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกปลูกฝังและตักเตือนสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณคือ "ข้อห้ามคนเล่นของ" ที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการห้ามลอดราวตากผ้า ห้ามกินเนื้อสุนัข หรือการห้ามกินสัตว์เลื้อยคลาน แต่หนึ่งในข้อห้ามทางอาหารที่สร้างความสงสัยให้กับคนรุ่นใหม่มากที่สุดก็คือ ความเชื่อที่ว่า "กินฟักแล้วของจะเสื่อม"

ทำไมผักพื้นบ้านที่ดูไม่มีพิษมีภัยอย่าง "ฟักเขียว" ถึงกลายมาเป็นสิ่งต้องห้ามของวิชาอาคมไทย? แท้จริงแล้วเรื่องนี้มีคำอธิบายที่ซ่อนอยู่ ทั้งในแง่ของกุศโลบาย คัมภีร์แพทย์แผนไทย และวิทยาศาสตร์

เปิดที่มาความเชื่อโบราณ ทำไม "กินฟักแล้วของจะเสื่อม"?

ตามตำราไสยศาสตร์และศาสตร์แห่งการถือคาถาอาคมโบราณ มีความเชื่อว่า "ฟัก" หรือ "ฟักเขียว" เป็นพืชที่มีคุณสมบัติพิเศษในการล้างหรือถอนอาถรรพ์ ครูบาอาจารย์ในอดีตจึงมักสั่งห้ามศิษย์ที่สักยันต์หรือมีของดีประจำตัวรับประทาน เนื่องจากเกรงว่าพลังของฟักจะเข้าไปล้างหรือลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ของคาถาอาคมและเครื่องรางของขลังในตัวจนหมดสิ้น

นอกจากฟักแล้ว พืชตระกูลแตง เช่น แฟง หรือมะเฟือง ก็มักจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มข้อห้ามนี้ด้วยเช่นกัน โดยคนเล่นของเชื่อว่าหากพลั้งเผลอรับประทานเข้าไป อาคมที่เพียรเรียนมาหรือของดีที่บูชาไว้จะ "คัด" หรือเสื่อมถอยพุทธคุณลงไปทันที

กุศโลบายของคนโบราณ ฝึกจิตและการเคารพครู

หากมองผ่านเลนส์ของสังคมศาสตร์และพุทธศาสนา ข้อห้ามเรื่องการกินฟักถือเป็น กุศโลบาย ในการฝึกตนที่ชาญฉลาดของคนโบราณ

  • การทดสอบสัจจะและวินัย วิชาอาคมในอดีตเน้นย้ำเรื่องจิตที่นิ่งและมั่นคง การตั้งข้อห้ามเรื่องอาหารการกินเป็นอุบายในการฝึกให้ผู้เรียนมีสัจจะ มีความอดทน และรู้จักยับยั้งชั่งใจ
  • ความกตัญญูและการเคารพครูบาอาจารย์ การปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งครัดคือการแสดงออกถึงความเคารพต่อคำสั่งสอนของครู หากเรื่องง่ายๆ อย่างการเว้นกินผักบางชนิดยังทำไม่ได้ ก็ยากที่จะรักษาคุณธรรมขั้นสูงเพื่อควบคุมวิชาอาคมไม่ให้ไปทำร้ายผู้อื่น

มุมมองแพทย์แผนไทย "ฟัก" ผักฤทธิ์เย็นที่ล้างไข้และยา

ในคัมภีร์แพทย์แผนไทยมีการบันทึกเกี่ยวกับ สรรพคุณฟักเขียว เอาไว้อย่างชัดเจน โดยฟักเขียวจัดเป็นสมุนไพรที่มี "ฤทธิ์เย็นจัด" มีสรรพคุณเด่นในการขับความร้อน ลดไข้ ขับปัสสาวะ และถอนพิษ

จากคุณสมบัติในการถอนพิษและดับพิษร้อนนี้เอง ในตำรับยาไทยโบราณหากคนไข้ได้รับยาที่มีฤทธิ์แรงหรือยารสร้อน แล้วรับประทานฟักตามเข้าไป สรรพคุณของฟักจะเข้าไป "ล้างยา" หรือลดประสิทธิภาพของสมุนไพรตัวอื่นทันที จึงเป็นเหตุผลทางคลินิกแพทย์แผนไทยที่มักห้ามคนไข้กินฟักเวลารับประทานยาบางชนิด ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อทางไสยศาสตร์ว่าฟักมีฤทธิ์ในการ "ล้าง" สิ่งที่อยู่ในร่างกายนั่นเอง

ความเชื่อที่ว่า "กินฟัก ของเสื่อม" จึงไม่ใช่เรื่องงมงายที่ไร้เหตุผลเสียทีเดียว แต่เป็นองค์ความรู้ที่หลอมรวมระหว่างกุศโลบายการฝึกจิตใจให้มีวินัยของคนโบราณ ผสานเข้ากับข้อเท็จจริงทางคัมภีร์แพทย์แผนไทยในเรื่องการล้างยา และหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ฟักมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและถอนพิษร้อนในร่างกาย สำหรับผู้นิยมมูเตลู การปฏิบัติตามข้อห้ามด้วยความเข้าใจจะช่วยให้การถือศีลและวินัยมีความหมายและทรงคุณค่าอย่างแท้จริง