ในแวดวงพระเครื่องและความเชื่อของไทย นามของ “หลวงปู่ทวด” หรือ “สมเด็จเจ้าพะโคะ” ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับการเคารพบูชาสูงสุดในฐานะพระผู้ทรงอภินิหาร ยืนหนึ่งในเรื่องของ พุทธคุณหลวงปู่ทวด ด้านแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ยามเดินทางไกลที่คนไทยมักจะมีพระรูปเหมือนของท่านอาราธนาติดตัวหรือตั้งไว้หน้ารถเสมอ
ไทยรัฐออนไลน์ พาย้อนตำนานอันศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี พร้อมเปิดเผย คาถาหลวงปู่ทวด และ 5 อันดับ พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ รุ่นที่แพงและหายากที่สุด 2569 ที่เหล่านักสะสมพระเครื่องต่างเสาะแสวงหามาครอบครอง
ประวัติ "หลวงปู่ทวด" หรือ "สมเด็จเจ้าพะโคะ" (สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์)
ตามบันทึกประวัติศาสตร์โบราณ หลวงปู่ทวด มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ โดยเกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2125 (ตรงกับปลายรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช แห่งกรุงศรีอยุธยา) ณ เมืองสทิงพระ ปัจจุบันคืออำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ท่านมีนามเดิมว่า "ปู" เป็นบุตรของนายหู และนางจันทร์ ซึ่งเป็นข้าทาสในเรือนเบี้ยของเศรษฐีปาน
ในวัยทารก มีเรื่องเล่าอันน่าอัศจรรย์ใจว่า ขณะที่นางจันทร์ผูกเปลลูกทิ้งไว้ใต้ต้นไม้เพื่อไปเกี่ยวข้าว ได้มีงูจงอางตัวใหญ่มาขดพันอยู่รอบเปลทารก ทว่าเมื่อเศรษฐีและบิดามารดามาดู งูตัวนั้นกลับไม่ทำร้าย แต่ได้คาย "ลูกแก้วสารพัดนึก" ทิ้งไว้ให้ในเปล ซึ่งเศรษฐีปานได้ขอซื้อลูกแก้วนั้นไปแต่ก็ต้องพบกับภัยพิบัติในบ้าน จนต้องนำกลับมาคืนให้แก่ครอบครัวของหลวงปู่ทวด ปัจจุบันลูกแก้วนี้ได้รับการประดิษฐานอยู่ที่วัดพะโคะ จังหวัดสงขลา
...
เมื่ออายุได้ 15 ปี นายปูได้เข้าพิธีบรรพชาเป็นสามเณร และอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุครบ 20 ปี ได้รับฉายาทางธรรมว่า "สามีราโม" ท่านได้เดินทางไปศึกษาพระธรรมวินัยเพิ่มเติมที่กรุงศรีอยุธยา และสามารถไขปริศนาธรรมธรรมของพราหมณ์เมืองลังกา ช่วยกู้หน้าและรักษาเอกราชของกรุงศรีอยุธยาไว้ได้ จนได้รับการสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็น "สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์"
เปิดตำนานอภินิหาร "หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด"
ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์และปกรณ์ความเชื่อท้องถิ่น หลวงปู่ทวดเป็นพระมหาเถระในสมัยกรุงศรีอยุธยา ท่านมีภูมิลำเนาเดิมที่เมืองสทิงพระ (ปัจจุบันคือจังหวัดสงขลา) เรื่องราวอภินิหารที่สร้างชื่อเสียงให้ท่านเป็นที่รู้จักไปทั่วแผ่นดินคือ ตำนาน "เหยียบน้ำทะเลจืด" ในระหว่างที่ท่านเดินทางด้วยเรือสำเภาไปยังกรุงศรีอยุธยา เรือได้เกิดขาดแคลนน้ำจืดเนื่องจากพายุหลงทิศและจอดนิ่งอยู่กลางทะเลหลายวัน จนลูกเรือพากันสิ้นหวัง หลวงปู่ทวดจึงได้ตั้งจิตอธิษฐานแล้วหย่อนเท้าซ้ายลงไปแช่ในน้ำทะเล ปรากฏว่าน้ำทะเลบริเวณรอบๆ เท้าของท่านกลับกลายเป็นน้ำจืดสนิทที่สามารถดื่มกินได้ ความอัศจรรย์ในครั้งนั้นทำให้ท่านได้รับความเคารพเลื่อมใสนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
คาถาหลวงปู่ทวด สวดอย่างไรให้แคล้วคลาดปลอดภัย
สำหรับผู้ที่ต้องการกราบไหว้บูชาเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล เมตตามหานิยม และป้องกันภัยอันตราย ยามขับรถหรือเดินทางไกล วงการพระและพระอาจารย์สายตรงนิยมให้ตั้งจิตให้มั่น นึกถึงองค์หลวงปู่ทวด แล้วท่องคาถาดังนี้:
(ตั้งนะโม 3 จบ)"นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา"
คำแปล ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อเจ้ากูหลวงปู่ทวดผู้เป็นโพธิสัตว์ เป็นผู้มีโชคเด่นล้ำ และเสด็จมาในที่นี้
เคล็ดลับการสวด นิยมสวด 3 จบ, 9 จบ หรือ 108 จบ ก่อนออกจากบ้าน เพื่อเป็นเกราะคุ้มครองดวงชะตาและหนุนนำความร่มเย็นเป็นสุขให้แก่ชีวิต
ความเชื่อมโยง "วัดช้างให้" และสถิติความปลอดภัย
แม้ว่าหลวงปู่ทวดจะจำพรรษาและเดินทางไปหลายสถานที่ในอดีต แต่ "วัดช้างให้" (วัดราษฎร์บูรณะ) อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ถือเป็นสถานที่สำคัญที่สุดเนื่องจากเป็นสถานที่ฝังอัฐิของท่าน ในแง่สถิติจากเรื่องเล่าและประสบการณ์ของผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วประเทศ มีการบันทึกไว้ในกลุ่มผู้นิยมพระเครื่องว่า อุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนนหลายครั้งที่ยานพาหนะพังยับเยิน แต่ผู้ขับขี่ที่ห้อยบูชาพระหลวงปู่ทวดกลับรอดชีวิตได้อย่างปาฏิหาริย์ จนทำให้เกิดคำกล่าวในวงการว่า "ขึ้นชื่อว่าผู้ห้อยหลวงปู่ทวด จะไม่มีวันตายโหง"
...
อย่างไรก็ตาม การมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจต้องควบคู่ไปกับ "ความไม่ประมาท" การปฏิบัติตามกฎจราจร และการมีสติในการใช้ชีวิต จึงจะถือเป็นการบูชาพุทธคุณขององค์บูรพาจารย์หลวงปู่ทวดได้อย่างแท้จริง