ท้าวเวสสุวรรณ เทพแห่งปี 2565 กระแสแห่งเทพของบรรดา “สายมู” ที่มาแรงในปีนี้

ถ้ากล่าวถึงไอ้ไข่ เป็นเทพแห่งปี 2564 ที่ใครต่อใครต่างเดินทางไปกราบไหว้ถึง จ.นครศรีธรรมราช จนทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดพลิกฟื้นขึ้นมาดีขึ้นหลังผจญกับวิกฤติโควิด-19

มาถึงปี 2565 ได้เกิดกระแสลักษณะเดียวกันที่ผู้คนต่างเดินทางเพื่อไปกราบไหว้ท้าวเวสสุวรรณ หลักๆของการสักการบูชา อธิษฐานขอพร คือ ขอให้ร่ำรวย ขอโชคลาภ ขอให้ขายที่ทางได้ ขอปัดเป่าภูตผี ภยันอันตราย และขอให้เดินทางปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ

เพราะท่านเป็นมหาเทพแห่งความมั่งคั่ง และท่านเป็นเทพแห่งอสูร ปกครองภูตผีปีศาจวิญญาณร้าย

พิกัดที่จะไปสักการะท้าวเวสสุวรรณมีหลายแห่งนักในประเทศไทย ใครที่นิยม “ท่องเที่ยว สายมู” และอยากตระเวนไหว้ท้าวเวสสุวรรณ โดยเฉพาะในช่วงวันปีใหม่ไทย 2565 เตรียมปักหมุดเดินทางกันได้เลย

องค์แรกในประเทศไทย

ท้าวเวสสุวรรณ แห่งองค์พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก นับเป็นองค์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น

...

เป็นเทวรูปหล่อด้วยโลหะสำริดโบราณ ลงรักปิดทองเหลืองอร่ามในท่าปางประทับนั่ง ถือคทาวุทธัง หรือกระบองวิเศษเป็นอาวุธ สถิตถวายอภิบาลอยู่ที่ฐานชุกชีรัตนบัลลังก์ ข้างพระชานุ (เข่า) ด้านซ้ายขององค์พระพุทธชินราช

คนในพื้นที่จะเริ่มต้นธุรกิจ ต้องมากราบไหว้ อธิษฐานขอพรจากท่าน จนปัจจุบันเป็นที่รู้จักของนักธุรกิจทั่วประเทศ

ด้วยการที่ต้องกราบไหว้ท่านอยู่ไกลๆ ทางวัดจึงมีพิธีพุทธาภิเศกเททองนำฤกษ์ หล่อเทวรูปท้าวเวสสุวรรณจำลอง ที่มีรูปเหมือนและขนาดเท่าองค์จริง เมื่อวันที่ 12-13 ธ.ค.2564 ที่ผ่านมา เพื่อให้สักการะใกล้ๆได้

เป็น “ยักษ์วัดใหญ่ นั่งยองกระบองเอียง” องค์หนึ่งอยู่ในพระวิหาร ฝั่งเดียวกับองค์จริงข้างพระพุทธชินราช อีกองค์อยู่ด้านนอกบริเวณศาลหลังหอกลอง

หลังพระอุโบสถ วัดสุทัศน์

“เมื่อถูกผีหลอก ก็ควรสร้างนายของผี อธิบดีของยักษ์ คือ ท้าวเวสสุวรรณ หรือท้าวกุเวร”

ดำริของพระมงคลราชมุนี สนธิ์ ยติธโร อดีตรักษาการเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม ในปี 2493 เมื่อมีชาวบ้านที่ไปช่วยสร้างโบสถ์ ศรีจอมทอง จ.สระบุรี มาแจ้งว่าถูกผีหลอก

จากนั้นในพิธีการสร้างพระเครื่องของวัดสุทัศน์ มีการสร้างท้าวเวสสุวรรณเป็นวัตถุมงคลขึ้นมา นำชนวนศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือจากการสร้างพระกริ่งวัดสุทัศน์ผสมลงไปด้วย เพื่อนำไปแจกให้ชาวบ้าน ปรากฏผลเมื่อนำท้าวเวสสุวรรณติดตัวก็ไม่ปรากฏถูกผีรบกวนอีกเลย

นี่คือมูลเหตุต้นตำรับท้าวเวสสุวรรณ วัดสุทัศน์

ต่อมาในปี 2562 เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์มีดำริว่า มีประชาชนที่นับถือศรัทธาท้าวเวสสุวรรณของวัดสุทัศน์ แต่บางคนไม่มีองค์บูชาองค์เล็ก หรือบางคนมีแล้วแต่อยากกราบท้าวเวสสุวรรณที่เป็นรูปบูชา ทางวัดจึงสร้างรูปท้าวเวสสุวรรณขึ้น และตั้งไว้ที่ด้านหลังพระอุโบสถ

เหตุผลที่ตั้งไว้ที่หลังพระอุโบสถ และไม่ได้สร้างเป็นองค์ใหญ่เหมือนวัดอื่น เพราะวัดสุทัศน์เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ การสร้างขนาดนี้จึงเหมาะสมแล้ว และเพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาทางด้านหน้าเพื่อสักการะพระพุทธตรีโลกเชษฐ์ พระประธานในพระอุโบสถก่อน แล้วออกทางประตูหลังไปสักการะท้าวเวสสุวรรณเป็นลำดับต่อไป

เมืองแห่งท้าวเวสสุวรรณ

...

วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม นับเป็นเมืองแห่งท้าวเวสสุวรรณ บริเวณภายในวัดมีเทวรูปท้าวเวสสุวรรณหลายปาง ได้แก่ ปางพรหมาสูติเทพ ปางจตุมหาราช ปางเทพบุตรสูติเทพ ปางมนุษย์ ปางยักษ์ และมีวัตถุมงคล ที่ล้วนเป็นองค์ท้าวเวสสุวรรณ

หลวงพ่ออิฏฐ์ เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี เล่าให้ไทยรัฐ นิวส์โชว์ ทางไทยรัฐทีวีฟังว่า ตอน 8-9 ขวบ ที่บ้านมีรูปท้าวเวสสุวรรณบนหิ้งพระ คุณย่าให้นำผลไม้ กล้วย น้ำชาไปบูชา มีอยู่วันเอานิ้วไปเขี่ยรูปเล่น พร้อมพูดว่า “ปู่ๆอยากรู้จักจังเลย เป็นยักษ์ใช่มั้ย แสดงว่าเป็นยักษ์ดีแน่ๆเลย ถึงอยู่รวมกับหิ้งพระได้” จนอายุ 10 กว่าขวบ แม่เสียชีวิต ก็ได้บวชเณรให้โยมแม่ และบวชเป็นพระจนถึงปัจจุบัน มีอยู่วันหนึ่ง ปี 2529 ฝันถึงยักษ์ที่บ้านโยมย่า บอกกับพระอิฏฐ์ “อีกไม่กี่วันจะมาหา” ตื่นขึ้นมายังงงๆ จะมาหาอย่างไร

ตอนนั้นหลวงปู่เนื่องยังเป็นเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี หลวงพ่ออิฏฐ์บอกว่า มีผู้ชายมาหาหลวงปู่เนื่องที่วัด ได้ยินประโยคสนทนาตอนหนึ่งของหลวงปู่เนื่องว่า “เดี๋ยว พ.ศ.2530 ฉันคงจะได้นอนสบายแล้ว” ก่อนที่โยมผู้ชายคนนั้นจะกลับได้เดินมาหาพระอิฏฐ์ พร้อมพูดว่า “มาหาแล้วนะ อยากรู้จักไม่ใช่เหรอ”

...

พระอิฏฐ์ก็งง แล้วผู้ชายคนนั้นก็พูดต่อว่า “ก็สมัยเป็นเด็ก ย่าให้เอากล้วยมาถวาย ยังเอานิ้วมาเขี่ย บอกอยากรู้จักไม่ใช่เหรอ”

จากนั้นพระอิฏฐ์ได้ไปศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน จนสามารถสนทนากับโยมผู้ชายคนนี้ได้อีกครั้ง ตอนนั้นเลยถามลักษณะท้าทายว่า “ถ้าท่านเป็นท้าวเวสสุวรรณ บอกมาให้ได้ว่า ทำไมวันนั้นหลวงปู่เนื่องจึงบอกว่าพอปี 2530 จะนอนสบายแล้ว”

ผู้ชายคนนั้นบอกว่า “เพราะหลวงปู่ เนื่องจะละสังขาร จะมรณภาพเวลา 6 โมงเช้า วันที่ 27 พ.ย.2530 แล้วพระอิฏฐ์จะได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสรูปต่อไป” ท่านก็ตกใจและบอกกลับไปว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง จะสร้างเทวรูปท้าวเวสสุวรรณ และวัตถุมงคลของวัดจุฬามณีทั้งหมดเป็นรูปท้าวเวสสุวรรณ ให้คนมากราบไหว้บูชา และขอให้ท่านดูแลช่วยเหลือผู้ที่กราบไหว้บูชาด้วย”

หลังจากนั้น เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริงๆ และหลวงพ่ออิฏฐ์ ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสในปี 2532 และได้จัดสร้างเทวรูปท้าวเวสสุวรรณขึ้นเป็นองค์แรกปางพรหมาสูติเทพ เป็นองค์ปูนปั้นประทับนั่งสีขาว

วัดจุฬามณี ในปัจจุบัน มีเทวรูปท้าวเวสสุวรรณจำนวนมาก องค์ใหญ่สุด สีทอง จัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2560 จากการร่วมกันของผู้ที่มากราบไหว้แล้วประสบความสำเร็จ

...

ปางปลดหนี้ วัดเถรพลาย

ที่วัดเถรพลาย อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี มีท้าวเวสสุวรรณ ปางพิสดาร หรือปางปลดหนี้ ไม่ถือกระบองเหมือนองค์อื่นๆ แต่ถือกระดานชนวน

เปรียบเหมือนดูบัญชีรายรับ รายจ่าย ชื่อท้าวปลดหนี้ มีรูปร่างหน้าตาต่างจากท้าวเวสสุวรรณวัดอื่นๆ เศียรด้านบนสุดเป็นหน้าพระพรหม

มีความเชื่อว่าช่วยปลดภาระหนี้สิน ใครอยากปลดจากหนี้จากการซื้อบ้าน ซื้อรถ เรียกว่าคลายทุกข์หนี้สิน ต้องมาไหว้ที่นี่มีหนึ่งเดียวในประเทศไทย

ภายในวัดนี้ มีท้าวเวสสุวรรณอีกองค์ ยืนถือกระบอง ชื่อ ท้าวโชคดี เศียรด้านบนสุดเป็นหน้าพระ พรหมเช่นกัน ผู้คนมากราบไหว้ขอความโชคดี

ทั้งสององค์ยืนประทับอยู่หน้าเจดีย์โบราณ ผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ อายุ 90 ปีขึ้นไปบอกว่า เกิดมาก็เห็นท้าวเวสสุวรรณอยู่แล้ว จึงประเมินว่าท้าวเวสสุวรรณทั้งสององค์น่าจะเกินร้อยปีขึ้นไป

สักการะ 24 ชั่วโมง วัดบางชัน

พระอาจารย์กฤษณะ แห่งวัดราชศรัทธาธรรม หรือวัดบางชัน รามอินทรา 109 ผู้ริเริ่มการจัดสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ ปางบารมีปู่ รูปหล่อขนาดใหญ่ประดิษฐาน อยู่บริเวณหน้าศาลาอนุสรณ์ 95

ผู้คนมักไปขอพรเรื่องโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น ปัดเป่าภัยจากสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น เป็นหนึ่งองค์ที่ถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มากในเขตกรุงเทพมหานคร ที่สักการะได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ปฐมบทของ “ยักษ์ท้าวเวสแห่งวัดบางชัน” ย้อนไปปี 2556 พระอาจารย์กฤษณะฝันว่า มียักษ์องค์สีแดง สูงแค่ 1 ศอก มายืนอยู่หน้าศาลา 95 ปี ซึ่งเป็นศาลาที่พระอาจารย์ใช้รับญาติโยม ในตอนนั้นยังไม่รู้ว่ายักษ์ตนนั้นเป็นใคร ท่านก็ไม่ได้ใส่ใจก็นึกว่าแค่ความฝัน หลังจากนั้นไม่นาน ท่านก็ได้นิมิตฝันซ้ำอีกว่า มียักษ์ร่างสูงใหญ่ นุ่งโจงกระเบนสีแดง ไม่สวมเสื้อ เขี้ยวยาวใหญ่ ถือกระบอง พูดกับพระอาจารย์ด้วยน้ำเสียงคนโบราณดังกังวานว่า

“พระคุณเจ้า ข้าชื่อเวสสุวรรณข้าจะขอมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ด้วย” พอสิ้นเสียง ท่านก็ได้สะดุ้งตื่น แล้วตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้ามีบุญบารมี ขอให้ได้พบเจอกับยักษ์ตนนี้ แล้วนำพามาสร้างความเจริญแก่วัดบางชันด้วยเทอญ หลังจากนั้น พระอาจารย์กฤษณะได้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติขององค์ท้าวเวสสุวรรณ และมีโอกาสพบเจอรูปปั้นของท่านที่อำเภอหนองโสน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเนื้อปูนปั้น ทำสี จึงได้เชิญมาตั้งไว้ที่วัด จากนั้นก็มีเรื่องราวให้ประหลาดใจตามมาอีกมากมาย

พลิกชีวิต วัดไผ่เงิน

วัดไผ่เงินโชตนาราม ซอยวัดไผ่เงิน กรุงเทพฯ มีองค์ท้าวเวสสุวรรณ ขนาดความสูง 2.90 เมตร ประดิษฐานอยู่บริเวณหน้าศูนย์วัตถุมงคลท้าวเวสสุวรรณนารายณ์ทรงครุฑ สร้างขึ้นในปี 2563 เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจให้กับชาวบ้านละแวกนั้น

มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นระหว่างลงเสาเข็ม ช่างเจาะเสาเข็มเท่าไหร่ก็เจาะไม่ลง จนต้องไหว้ขอก่อนจึงทำต่อไปได้

ชาวบ้านเชื่อว่า ท่านเป็น “เทพเจ้าแห่งเงินตรา ราชาแห่งโชคลาภ ปราบภูตผีปีศาจ” นิยมมาสักการะขอเรื่องของการค้าขาย การทำธุรกิจให้สุดปัง การอธิษฐานให้กอดตะบอง ก้มหัว แล้วอธิษฐาน สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ต้องขยันทำงาน ทำธุรกิจด้วย

“เจ๊เดือน ทะเลเดือด” เริ่มต้นร้านขายยำทะเล ในซอยวัดไผ่เงิน เปิดเผยต่อสาธารณะว่า จากเดิมที่แทบไม่มีกิน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน เพียง 1 ปี สามารถพลิกชีวิต ขายยำทะเลเดือดจนร่ำรวยมีแฟรนไชส์ 200 สาขา แม้ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ก็ไม่กระเทือน ด้วยความเชื่อมั่นว่าเกิดขึ้นจากการบูชาท้าวเวสสุวรรณ วัดไผ่เงิน มีเคล็ดให้อธิษฐานขอท่านทุกวันพระ

ในปี 2553 ที่วัดไผ่เงินโชตนาราม ซอยวัดไผ่เงิน กรุงเทพฯ เคยเป็นข่าวใหญ่โตพบศพเด็กที่ถูกทำแท้ง รวม 2,002 ศพ แม้มีการบำเพ็ญกุศลไปเรียบร้อยแล้ว บรรดาสายมูต่างเชื่ออย่างยิ่งว่า วิญญาณมากมายขนาดนี้

ถ้าไม่มีท้าวเวสสุวรรณคุมวิญญาณเด็กๆที่วิ่งเล่น และร้องไห้ ชาวบ้านรอบๆคงอยู่ไม่ได้แน่

เห็นผลทันตา วัดสุทธาราม

ที่วัดสุทธาราม กรุงเทพมหานคร ประดิษฐานท้าวเวสสุวรรณเนื้อโลหะใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดสูงกว่า 8 เมตร

พระพิศาลประชานาถ เจ้าอาวาส เล่าว่า ตั้งใจให้ยาเสพติดหมดไปจากละแวกนี้ให้ได้ ต้องดึงชุมชนเข้าวัด หาวิชาชีพให้ทำ จะให้งานมั่นคงได้จึงตั้งมูลนิธิศรีรัตนโกสินทร์ ขึ้นมาในปี 2520 และตั้งคลินิกรักษาพยาบาลโรคไตให้ชาวบ้านฟรี

อาคาร 7 ชั้นที่ตั้งคลินิกในปัจจุบัน เมื่อก่อนเป็นอาคาร 2 ชั้นคานเกิดหัก และพอได้รื้ออาคารจึงหล่อท้าวเวสสุวรรณขึ้นมา
เพื่อแก้เคล็ดที่สถานที่ตั้งของตึกเคยเป็นป่าช้าเก่า แต่ไม่มีที่ตั้งจึงนำท้าวเวสสุวรรณมาตั้งไว้ในวัด

พอปี 2548 ท่านได้ตั้งกระแสจิตบูชาขอให้ได้เงินสร้างโรงเรียนให้เด็ก 100 ล้านบาท จากนั้นปี 2550 กระแสองค์จตุคามรามเทพมา ทางวัดจึงสร้างองค์จตุคามรามเทพและประสบความสำเร็จได้เงินมา 120 ล้านบาท นำมาสร้างโรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม และจัดหาเครื่องมือแพทย์

จากนั้นพระพิศาลประชานาถได้ตั้งอธิษฐานจิตที่จะสร้างท้าวเวสสุวรรณองค์ใหญ่ขึ้นมาในปี 2550 สร้างเสร็จในปี 2552 โดยนำแบบรูปหน้ายักษ์มาจากท้าวเวสสุวรรณ แห่งองค์พระพุทธชินราช และสร้างเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น มีพระยอดธงตรงเกศ หมายถึงพระแห่งชัยชนะ

“ใครมากราบไหว้ต่างประสบความสำเร็จ ขอให้ตั้งจิตสงบแน่วแน่ กล่าวนะโม 3 จบ และว่าคาถา ตั้งกระแสจิตให้มั่นคงจริงๆ กล่าวกันว่า ภายใน 3 วัน 7 วัน จะเห็นผลทันตาเห็น”

หลวงพ่อทิ้งท้ายว่า เงินที่คนมาไหว้ท้าวเวสสุวรรณที่นี่ มาซื้อดอกไม้ธูปเทียน น้ำแดง ทางวัดไม่ได้นำเงินเข้าวัดเลย โดยนำไปช่วยผู้ป่วยโรคไตทั้งหมด

***********

สถานที่ไหว้ท้าวเวสสุวรรณยังมีอีกมากมายหลายแห่งจนนำมากล่าวไม่หมดในที่นี้ ใครที่อยากพลิกชีวิต ทำธุรกิจสุดปัง ขอเชิญร่วมจิตอธิษฐานองค์ท้าวเวสสุวรรณตามสถานที่ต่างๆ กันได้เลย.

ทีมเศรษฐกิจ