พระพุทธปัญญาสิทธิ์ ปาฏิหาริย์! พระหินทราย

ข่าว

    พระพุทธปัญญาสิทธิ์ ปาฏิหาริย์! พระหินทราย

    รัก-ยม

      26 ก.ย. 2564 05:28 น.

      “กฐิน”...เรื่องสำคัญ ที่ต้องทำให้ถูกต้อง...เจ้าภาพกฐิน ต้องเริ่มจากเจตนาของโยมพระจะไปเชิญชวนให้มาเป็นเจ้าภาพ ไม่ได้...

      หนึ่ง...พุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธา ที่ต้องการเป็นเจ้าภาพกฐินต้องไปแสดงเจตนาของตนเอง โดยติดต่อเจ้าอาวาส วัดที่ท่านต้องการเป็นเจ้าภาพทอดกฐินในปีนั้น

      สอง...พระภิกษุจะไปเชิญชวนบุคคลให้มาเป็นเจ้าภาพกฐินไม่ได้ ผิดต่อพระบรมพุทธานุญาต สาม...ในการขึ้นป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ จึงต้องใช้คำให้ถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับหลักพระธรรมวินัย

      สี่...ทางวัดจะใช้ข้อความเชิญชวนมาเป็นเจ้าภาพกฐินไม่ได้

      ห้า...ใช้ข้อความเชิญชวนในการร่วมอนุโมทนาบุญกุศล ในพิธีทอดกฐิน แบบนี้ทำได้ หากมีเจ้าภาพกฐินเรียบร้อยแล้ว

      หก...ทางวัดจะไปกำหนดวันทอดกฐินไม่ได้ แต่ให้เจ้าภาพเสนอวันที่สะดวก แล้วปรึกษาหารือ ให้เจ้าภาพเข้าใจและยอมรับได้

      “ร่วมกันรณรงค์ทำสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในพระพุทธศาสนา ญาติโยมสงสัย ต้องสอบถาม ปรึกษา ให้ดี เมื่อเข้าใจดี ทำได้ถูกต้อง ตามพระธรรมวินัย ย่อมเกิดเป็นบุญกุศล ที่ยิ่งใหญ่ อย่างแท้จริง”

      ...ไม่ได้มีเจตนามาต่อว่า ตำหนิผู้ใด แต่มาเริ่มต้นให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง...

      ถ้าผิดแล้วแก้ไข ความดีงามก็จะตามมา กราบขอบพระคุณทุกท่าน

      ข้อมูลข้างต้นนี้ โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊ก “ทองย้อย แสงสินชัย” 18 กันยายน 2564

      O O O O

      ปาฏิหาริย์ “พระพุทธปัญญาสิทธิ์” เรื่องราวนี้ต้นเรื่องมาจากปฐมดำริ ของท่านพระครูนนทวรกิจ เจ้าอาวาสวัดดอนสะแก อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่มุ่งหวังเผยแผ่และจรรโลงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

      ด้วยนำไปสู่กุศลจิตที่คิดจะช่วย วัดทองสุทธาราม แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ในการจัดสร้างลานปฏิบัติธรรมและพระพุทธรูปองค์ประธาน เพื่อประดิษฐานไว้เป็นที่สักการบูชา เป็นที่ตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นขวัญกำลังใจแก่คณะสงฆ์ สามเณร พุทธศาสนิกชนสืบไป

      ดร.ภูวิช ปัญญาสิทธิ์ น้อมจิตรับเนื้อนาบุญครั้งนี้ โดยมีแนวคิดจัดสร้าง “พระพุทธรูปปางสมาธิ” แกะสลักหินทราย ก่อนแจ้งความประสงค์กราบนมัสการเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธิ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และกรรมการมหาเถรสมาคม

      ซึ่งเจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงมีรับสั่งประทานนามว่า “พระพุทธปัญญาสิทธิ์”

      อย่างที่เข้าใจขั้นตอนการจัดสร้างพระพุทธรูปหินทรายสลักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

      มีตัวอย่างเล่าขานสืบมาก็มีให้รับรู้กันอยู่ไม่น้อย แม้กระทั่งองค์หลวงพ่อโสธร ซึ่งก็เป็นพระพุทธรูปหินทราย สมัยอยุธยาตอนต้น ต้องมีขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก ยิ่งขั้นตอนการแกะสลักพระพักตร์ต้องพิถีพิถันมีความละเอียดอ่อน

      หลังได้รับประทานนาม “พุทธปัญญาสิทธิ์” ได้ติดต่อช่างสลักหิน ทราย ที่ลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา ช่วงแรก...นายช่างได้

      เสนอแบบกลับมาเป็นการสร้างพระพุทธรูปหินทรายปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก 1 เมตร 26 เซนติเมตร หรือ 49 นิ้ว พอถึงวันรับพระหินทรายสลัก ได้เกิดเรื่องประหลาด...ไม่คาดฝัน

      เมื่อช่างไปสลักหินที่พระพักตร์บิ่น ทำให้พระพักตร์ขาดความสมบูรณ์สมส่วน ผิดพุทธลักษณะ...เป็นเหตุให้ต้องปฏิเสธไม่ขอรับองค์พระที่สลักโดนพระพักตร์บิ่น

      O O O O

      เดชะบุญอัศจรรย์ใจ...อาจจะด้วยว่าพอจะมีบารมีที่สั่งสมมาแต่ครั้งอดีตกาลกลับได้ไปประสบพบพระพุทธรูปหินทรายสลักอีกองค์ ตั้งตระหง่านอยู่กองด้านหลัง ซึ่ง “พระพักตร์”

      และ “หน้าตัก” ใหญ่กว่าองค์ที่พระพักตร์บิ่นจึงขอให้ช่างประยูร เปลี่ยนเป็นองค์ใหม่ ที่มีขนาดหน้าตัก 59 นิ้ว

      ทว่า...เรื่องราวนี้ยังไม่จบราบรื่นเพียงเท่านี้ มุมมองคนที่เชื่อ ศรัทธาเกี่ยวกับเรื่องทำนองอย่างนี้คิดตรงกันว่ายังเสมือนกับว่าได้เกิดปาฏิหาริย์อีกเป็นครั้งที่สอง ด้วยว่าพอถึงกำหนดวันส่งพระพุทธ รูปหินทรายสลัก เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ...กลับเกิดเหตุ สุดวิสัย เมื่อนายช่างเจ้าเดิมโทรศัพท์มาแจ้งว่ารถยกขอปฏิเสธการขนส่ง โชคดีที่ยังมีเพื่อนอยู่แถวปากช่องได้ส่งรถเฮี้ยบ ซึ่งเป็นรถยกขนาด 10 เมตร มีเครนอยู่ข้างบน ไปช่วยขนส่ง

      แต่...ก็ประสบอุปสรรคอีกจนได้ เนื่องจากทางเข้าวัดทองสุทธาราม ซอยกรุงเทพนนท์ 56 เป็นซอยเล็ก คดเคี้ยว รถเครนต้องค่อยๆคลานเข้ามาตีวงแล้วต้องใช้ความพยายามในการลอดใต้หลังคาเมรุ

      อีกทั้งเมื่อพระพุทธรูปหินทรายสลัก มาถึงแท่นประดิษฐาน ก็ไม่สามารถยกพระพุทธรูปหินทรายปางสมาธิ ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 2,500 กิโลกรัมได้ ทำให้เครนของรถยกเอียงจนเกือบจะหัก เจ้าของรถเครนใช้ความพยายามอยู่เกือบชั่วโมง...ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งได้มีการจุดธูปบอก กล่าว...องค์พระพุทธรูปหินทราย

      แล้วก็ทำการถมดินหินทรายตัวหนอน เพื่อที่จะให้รถเครนสามารถปีนขึ้นสู่แท่นประดิษฐานองค์พระพุทธรูป จึงสำเร็จในการยกพระพุทธรูปหินทรายแกะสลัก น้ำหนัก 2,500 กิโลกรัม ขึ้นสู่แท่นได้ โดยไม่มีสิ่งใดเสียหาย

      เชื่อกันเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องนี้...เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เป็นปาฏิหาริย์

      การจัดสร้างลานปฏิบัติธรรม...พระพุทธรูปหินทรายสลักองค์ประธาน ขอเชิญชวนศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญกุศลในครั้งนี้ได้โดยตรง วัดทองสุทธาราม เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในแขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันพระอธิการสงวน ทินนโชโต ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

      วัดแห่งนี้เดิมมีชื่อว่า “วัดทองกลางทุ่ง” หรือ “วัดทอง” สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2315 ในสมัยกรุงธนบุรี ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น

      วัดทองมหาเจริญ และเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดทองสุทธาราม” เมื่อ พ.ศ.2483

      เสนาสนะต่างๆในวัด อาทิ พระอุโบสถทรงจีน มีลักษณะเรือสำเภา กว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีตอนต้น ต่อมาได้ทำการดัดแปลงทำช่อฟ้าขึ้นมา ศาลาธรรมสังเวช 6 หลัง มีสังเวชนียสถาน 4 แห่ง ได้แก่ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรมจักร ปรินิพพาน

      “ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.

      รัก-ยม

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      กฐินพระพุทธปัญญาสิทธิ์วัดดอนสะแกพระหินทรายแกะสลักวัดทองวัดทองกลางทุ่งรัก-ยมเหนือฟ้าใต้บาดาล

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 01:29 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์