“วัดอนงค์”..“วัดสมเด็จย่า” หลวงปู่นวม เกจินักประชาธิปไตย

ข่าว

    “วัดอนงค์”..“วัดสมเด็จย่า” หลวงปู่นวม เกจินักประชาธิปไตย

    รัก-ยม

      5 ก.ย. 2564 05:09 น.

      “วัดอนงคารามวรวิหาร” หรือที่รู้จักเรียกกันสั้นๆ ว่า “วัดอนงค์” เป็นวัดที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อครั้งอดีตวัดนี้เดิมทีมีชื่อว่า “วัดน้อยขำแถม” ตามชื่อผู้สร้าง ก็คือ...ท่านผู้หญิงน้อย ภริยาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค)

      เว็บไซต์ www.dhammathai.org บันทึกไว้ว่า สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นวัดคู่กันกับวัดพิชยญาติการาม ต่อมารัชกาลที่ 4 พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอนงคาราม”

      ใครที่แวะเวียนผ่านไปจะเห็นสถาปัตยกรรมที่สำคัญคือพระอุโบสถ ประดับลายปูนปั้นที่หน้าบัน ซุ้มประตูหน้าต่าง ถือได้ว่างดงามมาก

      พระประธานในพระวิหารนั้นเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย หล่อด้วยโลหะปิดทอง ได้รับถวายพระนามว่า “พระจุลนาค” สองข้างพระวิหารกระหนาบด้วยพระมณฑปข้างละ 1 หลัง...สวยงามแปลกตา กล่าวคือหลังทิศตะวันออกประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์จำลองแบบมาจากวัดราชาธิวาส

      ส่วนหลังทิศตะวันตก ประดิษฐาน “พระพุทธบาทจำลอง” หล่อด้วยโลหะ

      ศิลปวัตถุที่งดงามที่น่าสนใจอีกอย่างคือ “ตู้พระไตรปิฎก” ฝีมือช่างอยุธยาตอนปลาย เขียนลายทองเป็นรูปขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคและชลมารค

      บานประตูด้านหน้าเขียนเป็นเรื่องพระมโหสถตอนข้าศึกมาล้อมเมือง

      นอกจากนี้ยังมี “ตุ๊กตาอับเฉา” หรือ “อับเฉาเรือ”...ตุ๊กตาหินแกะสลักเทพเจ้าชาวจีน หรือรูปปั้นชาวจีนที่จะเห็นวางเรียงรายอยู่ในวัดเก่าแก่และที่วัดอนงคารามก็มีเช่นกัน เหตุที่เรียกชื่อเช่นนี้สืบเนื่องมาจากในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 ประเทศ “สยาม” ค้าขายกับประเทศจีนด้วยการขนส่งทางเรือสำเภา

      เวลาไปก็มีสินค้าไทยบรรทุกไปเต็ม แต่เวลากลับไม่สามารถเดินทางกลับด้วยเรือเปล่าๆได้ เพราะจะไม่ปลอดภัย เรือจะไม่สมดุล ถ้าเรือเบายามเจอคลื่นลมฝ่ามรสุมจะจมได้ง่าย จำเป็นต้องถ่วงเรือให้มีน้ำหนักไม่ให้เบาจนเกินไป จึงได้ซื้อตุ๊กตาจีนแกะสลักจากหินบรรทุกกลับมาด้วย

      โดยนำไปไว้ที่ห้องใต้ท้องเรือ... ที่เรียกกันว่า “ห้องอับเฉา” สันนิษฐานว่าชื่อนี้มาจากด้วยเหตุที่ว่าห้องนี้ไม่มีใครลงไปอยู่ มีแต่ความเงียบเหงา ทั้งยังมีถังอับเฉาที่เอาไว้เติมน้ำเพื่อถ่วงเรือให้กินน้ำลึกมากขึ้นเวลาออกเรือจะได้แล่นอย่างเต็มที่ท้าคลื่นลมได้อย่างสมดุล

      เมื่อกลับถึงประเทศไทย ไม่รู้ว่าจะนำ “ตุ๊กตาจีน” ไปใช้ประโยชน์อะไรก็เลยนำไปถวายวัดใช้ตกแต่งสถานที่

      N N N N

      “เรียม” อายุ 57 ปี เจ้าพนักงานทำความสะอาด กทม. ทำงานอยู่ในละแวกนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว เล่าให้ฟังว่า เธอมีศรัทธาต่อวัดอนงคารามอย่างมาก โดยเฉพาะหลวงพ่อที่ประดิษฐานภายในพระอุโบสถ

      “ทุกครั้งทุกวันที่มาแวะพัก รวมพลกันอยู่ริมคลองใกล้กับกำแพงวัด จะหันหน้าพนมมือ ตั้งจิตอธิษฐานขอให้ทำงานราบรื่น การงานดี”

      ไม่ได้ขอเรื่องโชคลาภ เรื่องหวยรวยเบอร์หรอกนะ แต่ขอในสิ่งที่เรากำลังทำ ที่เป็นไปได้ อย่างน้อยๆเราทำแล้วก็เกิดความสบายใจ มีความสุขปีติกับสิ่งที่เรามีศรัทธา

      ไหว้แล้วก็อธิษฐานขอให้ทำงานแล้วลุล่วงไปได้ด้วยดี ใจก็สบายได้ไหว้พระ ไม่คิดมาก โรคภัยไข้เจ็บยุคนี้ยิ่งร้ายก็ไม่กลัว ไม่ใช่เพราะเรามีของดี หากแต่เพราะเรามีสติ ดำเนินชีวิตทุกอย่างด้วยเหตุผลนั่นเอง

      ที่บอก...ไม่กลัว จึงมีที่มาที่ไปจาก “สติ” เพราะที่บ้านลูกชายติดโควิด พอลูกชายหายแล้ว...ลูกสะใภ้ก็เป็นตาม แต่เราก็ไม่ติด

      ทุกวันเป็นวันทำงาน เสาร์อาทิตย์ก็ไม่หยุด เริ่มงานตีห้า ทำงานสาละวนกันไปกว่าจะเลิกก็บ่ายโมง ชีวิตก็ดำเนินไปอย่างนี้ เราหยุดไม่ได้หรอก หยุดไปใครจะทำ

      สิ่งที่เคารพศรัทธานอกเหนือจากที่กล่าวไปแล้วก็จะเป็น “เจ้าไข่” แฟนสั่งเช่าบูชามา ไม่อยากจะพูดก็ต้องพูด ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ...ตั้งแต่รับมาปรากฏว่าก็ถูกหวยรวยกันมาหลายงวดแล้วจ้า

      “บางทีถูกล่างถูกบนเลยนะ” เรื่องทำนองอย่างนี้ไม่เจอกับตัวคงพูดไม่ได้ บูชาแล้วแค่งวดแรกก็ได้เลย ใจจริงก็มีความเชื่อในเรื่องแบบนี้อยู่บ้างเป็นพื้นฐานแต่ก็ไม่ได้ถึงกับเชื่อแบบงมงายหัวปักหัวปํา

      “สิ่งสำคัญเพราะเราดำเนินชีวิตอย่างมีสติ เป็นเหตุเป็นผล ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท ทุกย่างก้าว” เรียม ว่า “ช่วงนี้พระอุโบสถปิด ถ้าจะเข้าไปไหว้ เดินชมบรรยากาศแล้วก็เข้าไปกราบร่างเจ้าอาวาส (พระเทพรัตนโมลี) ในศาลาการเปรียญหลังใหญ่ เพื่อเป็นสิริมงคลก็ได้”

      จะว่าไปแล้วหากจะกล่าวถึง “วัดอนงค์” คนไม่น้อยต้องนึกถึง “หลวงปู่นวม” เกจิดังในอดีต ที่สมเด็จย่านับถือ

      N N N N

      ปัจจุบัน “วัดอนงคาราม” เป็นที่รู้จักกันดีในนาม “วัดสมเด็จย่า” ด้วยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีนิวาสสถานเดิมอยู่ใกล้ เมื่อยังทรงพระเยาว์ได้เข้าเรียนที่นี่ ซึ่ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม พุทธสโร) เจ้าอาวาสในเวลานั้นได้จัดตั้งโรงเรียนสำหรับสตรีขึ้น

      เรียนได้ปีเดียวก็ทรงเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนศึกษานารี ซึ่งเป็นโรงเรียนในอุปการะของสมเด็จพระพุฒาจารย์เช่นกัน สมเด็จย่าทรงผูกพันกับชุมชนวัดอนงคารามเป็นอย่างมากเพราะสถานที่แห่งนี้ได้มีส่วนในการหล่อหลอมชีวิตของ

      พระองค์ท่านให้ก้าวไกลเกินสตรีในยุคนั้น อันสืบเนื่องจากการศึกษาเล่าเรียนนั่นเอง

      พุทธศักราช 2536 ทางการจึงได้จัดสร้าง “อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ตามพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพิพิธภัณฑ์เทิดพระเกียรติและพื้นที่สวนสาธารณะ

      กล่าวกันว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) คือ นักประชาธิปไตยรูปหนึ่ง มีความเฉียบแหลมในการดำเนินนโยบายอันเหมาะสมได้ทันสมัย ทันเหตุการณ์เสมอ ท่านมีลูกศิษย์ลูกหานับไม่ถ้วนเกือบทั่วเมืองไทย แน่นอนว่าในวงการวัตถุมงคล เหรียญท่านเป็นที่ศรัทธากันไม่น้อยโดยเฉพาะพุทธคุณในเรื่องเมตตามหานิยม

      “ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.

      รัก-ยม

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      วัดอนงคารามวรวิหารวัดอนงค์วัดน้อยขำแถมหลวงปู่นวมวัดสมเด็จย่าสมเด็จพระพุฒาจารย์รัก-ยมเหนือฟ้าใต้บาดาล

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เวลา 19:54 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์