ไลฟ์สไตล์
100 year

มองจันทร์คืนวิสาขบูชา พลังราหู..กบกินเดือน

รัก-ยม
6 มิ.ย. 2564 05:03 น.
SHARE

ปีนี้...ลองมองจันทร์คืนวิสาขบูชากลางวันแสกๆ แม่ผมนั่งรถไปในเมือง รถไปติดอยู่ที่สะพานตรงสี่แยกวังบูรพา ...ทันใดนั้น ท้องฟ้าเริ่มสลัว แล้วมืดเหมือนกลางคืนอย่างรวดเร็ว นกร้องอย่างตกใจ บินกลับรังกันอย่างสับสน โรงภาพยนตร์คิง และโรงภาพยนตร์แกรนด์เปิดไฟหน้าโรงเหมือนตอนกลางคืน

นั่นคือกลางวันแสกๆ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2498 เป็นวันที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่กรุงเทพฯ

สมัยนั้นการสื่อสารยังไม่กว้างไกลเหมือนทุกวันนี้ ประชาชนจำนวนมากไม่รู้มาก่อนว่าจะมีสุริยุปราคาเต็มดวง จึงตกใจกัน

แม่จำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี และเล่าให้ผมฟังหลายครั้ง ทำให้ผมสนใจ ตื่นเต้น อยากเห็นบ้าง

ในเมืองไทยเราเคยมี “สุริยุปราคา” มาหลายครั้ง แต่ครั้งที่เห็นมืดสนิทในกรุงเทพฯในห้วงเวลาที่จำกันได้ก็ครั้งนั้นแหละ คนที่มีชีวิตในวันนี้คงจะไม่ได้เห็นสุริยุปราคาในกรุงเทพฯก่อนตาย เพราะครั้งหน้าที่จะมีสุริยุปราคาในกรุงเทพฯก็อีกเกือบร้อยปีโน่น

แต่ถ้าจะดูจันทรุปราคา หรือที่เรียกว่าราหูอมจันทร์ คือจันทร์มืด ไม่ต้องรอนาน พรุ่งนี้ก็ได้ดูแล้ว

ที่น่าสนใจคือจะเกิด “จันทรุปราคา” ในคืน “วิสาขบูชา” พอดี น่าเสียดายที่จะเริ่มบัง หรือเริ่มอมจันทร์กันตั้งแต่ราวๆเกือบสี่โมงเย็น ฟ้ายังสว่าง ดังนั้นก็จะไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจสักเท่าไร แถมยังมองยาก

ถ้าจะอยากดู ก็พอจะยังดูได้ช่วงหกโมงเย็นยาวไปถึงเกือบสองทุ่ม แต่ก็เลยจุดสำคัญไปแล้ว อาจมองเห็นได้เพียงว่าดวงจันทร์สีขุ่นๆ มัวๆ แล้วก็จะฉายแสงเจิดจ้ามากขึ้นตามลำดับหลังสองทุ่มเป็นต้นไป

ในทางโหราศาสตร์ก็ว่ากันไปตามตำรา และตามสำนัก ผมไม่ขอกล่าวถึง ขอพูดในฐานะผมเองดีกว่า คือผมมองว่า...“เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกปี บางปีก็หลายหน”

อย่างปีนี้สุริยุปราคาก็จะเกิดในเดือนมิถุนายนและธันวาคม แต่เราจะไม่เห็นในเมืองไทย จันทรุปราคาก็ยังจะเกิดอีกในปีนี้ ถ้าหากเกิดที มีเรื่องใหญ่ที ก็จะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นบ่อยจนไม่รู้จะเอาเรื่องอะไรมาเกิด

บางคนห่วงว่าแย่แล้วลัคนาอยู่ราศีพฤษภ พอมีจันทรุปราคาจะติดโควิดไหมเนี่ย ดวงจะซวยไหม

“ผมว่ามันไม่เห็นจะเกี่ยวกันตรงไหน ตอนนี้คนลัคนาราศีพฤษภ ราหูทับลัคนาอยู่ จะมีโควิดหรือควายวิด ชีวิตก็ไม่ค่อยจะราบรื่นอยู่แล้ว ต้องใช้ชีวิตอย่างระวัง โดยเฉพาะเรื่องเงิน”

ส่วนคนราศีพิจิกราหูเล็งลัคนาอยู่ก็มีเรื่องคู่ครองที่อาจทำให้วุ่นวายบ้าง มีคนมาชอบ หรือเราเองไปชอบใครบ้าง กลายเป็นสามเส้า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าห่วง เพราะจะเอาอย่างไร เราเลือกทางได้ เรื่องอื่นในชีวิตก็ยังดีอยู่ คนอื่นๆนอกจากสองราศีนี้ ราหูจะอมจันทร์หรือไม่อม ก็ไม่มีอะไรตื่นเต้น พรุ่งนี้ถ้าไปเวียนเทียนตอนหัวค่ำก็ลองแหงนมองดวงจันทร์ว่าต่างจากคืนอื่นไหม

ก็...คงไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

ม.ล.สิทธิไชย ไชยันต์ บันทึกเรื่องราวข้างต้นนี้ไว้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (พฤษภาคม 2564)

O O O

“กบกินเดือน : คติความเชื่อดั้งเดิมเรื่องจันทรคราสของคนไทที่ถูกลืมเลือน”

งานวิจัยของ สุภาพร คงศิริรัตน์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย คณะ มนุษยศาสตร์ ม.นเรศวร บันทึกเรื่องราวนี้ไว้น่าสนใจ ระบุว่า...“กบกินเดือน” หรือ “จันทรุปราคา” เป็นคติความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทก่อนที่พุทธศาสนาจะเข้ามาในแถบเอเชียอาคเนย์

นิทานและแบบเรื่องของนิทานเรื่องนี้นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ไทแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ไทต่างๆด้วย

“จันทรุปราคา” หรือ “จันทรคราส” เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรผ่านเข้าไปในเงาของโลก เราจึงมองเห็นดวงจันทร์ค่อยๆแหว่งมากขึ้นจนลับหมดดวงและกลับโผล่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยมักจะเกิดขึ้นในคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ...

คนสมัยโบราณเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า...“ราหูอมจันทร์” บ้าง เรียกว่า...“กบกินเดือน” บ้าง

O O O

นิทาน “กบกินเดือน” มาจากนารายณวตารปางหนึ่ง ซึ่งเป็นปางย่อยที่แทรกอยู่ในปางที่สองของ “กูรมาวตาร”...อวตารเป็นเต่า ด้วยว่า “เทวดา” กับ “อสูร” นั้นต้องการความเป็นอมตะ จึงยุติเทวาสุรสงครามการสู้รบกันชั่วคราว หันมาร่วมใจกันกวนน้ำอมฤต โดยใช้เกษียรสมุทรเป็นกระทะ ใช้ภูเขามันทระเป็นไม้พาย...และให้พญานาคเศษะขนดพันรอบเขาแทนเชือก โดยเทวดาจะจับส่วนหาง แล้วให้อสูรจับส่วนหัวของพญานาค

ปรากฏว่าเมื่อกวนไปๆ เกิดความร้อนพุ่งขึ้นมา พระนารายณ์เกรงว่าโลกจะทะลุ จึงอวตารเป็นเต่าไปรองรับเขามันทระไว้ เมื่อได้ “น้ำอมฤต” มาแล้ว เหล่าเทวดาก็เกรงว่าหากบรรดาอสูรได้ดื่มแล้วจะเป็นอมตะ พระนารายณ์จึงอวตารเป็นเทพอัปสรที่งดงามมาลวงหลอกให้เคลิบเคลิ้มงงงวย ปล่อยให้เทวดาดื่มน้ำอมฤตอยู่ฝ่ายเดียว แต่อสูรตนหนึ่งก็ฉลาดคือ “สุรินทรราหู” ได้แปลงกายเป็นเทวดาแฝงเข้าไปร่วมดื่มด้วย เผอิญพระอาทิตย์กับพระจันทร์ทราบเข้าจึงนำความไปบอกพระนารายณ์ จึงขว้างจักราวุธตัดตัวราหูออกเป็นสองท่อน

ทว่าราหูก็ไม่ตายด้วยฤทธิ์น้ำอมฤต ทำให้ร่างส่วนบนเป็น...“ราหู” ส่วนล่างเป็น...“พระเกตุ” หรือดาวเกตุนั่นเอง ราหูผูกใจเจ็บพระอาทิตย์และพระจันทร์จึงตามจองอาฆาตคอยกลืนกินกลายเป็นสุริยคราส... จันทรคราส...คติความเชื่อเกี่ยวกับจันทรคราสมี 2 ลักษณะด้วยกัน...ด้านบวก เมื่อเกิดจันทรคราสหรือกบกินเดือน จะบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านจะพากันตีเกราะเคาะไม้ จุดประทัด ฯลฯ...ขับไล่สิ่งชั่วร้ายต่างๆ

ส่วน...ด้านลบ กล่าวกันว่าการเกิดคราสจะนำมาซึ่งพิบัติภัยต่างๆ ทั้งยังมีคำทำนายด้วยว่า...ถ้ากบกินเดือน วันอาทิตย์ จะเกิดอุบาทว์แก่บ้านเมือง สัตว์สี่เท้าจะตาย...ถ้าเป็น วันจันทร์ คนอื่นจะพินาศ...

วันอังคาร ข้าวน้ำไร่นาไม่ดี...วันพุธ เกิดอุบาทว์ ขุนหอแสง หอเงิน หอคำ อุบาทว์ใหญ่...วันพฤหัสบดี เคราะห์กิ่วบ้านกิ่วเมืองมาก

วันศุกร์ น้ำใหญ่ ไฟแรง ลมหนัก คนกบฏ...วันเสาร์ น้ำมาก จะกบฏ เดือดร้อน

“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.

รัก-ยม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุริยุปราคาจันทรุปราคาวิสาขบูชากบกินเดือนจันทรคราสรัก-ยมเหนือฟ้าใต้บาดาล

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 11:00 น.