ญี่ปุ่นที่เรียกตัวเอง “นิปปงหรือนิฮง” ในอักษรคันจิ หมายถึง “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” แต่สากลเรียก “เจแปน” ส่วนไทยเรียก “ญี่ปุ่น” น่าจะมาจากจีนฮกเกี้ยนว่า “ยิดปุ่น” แต้จิ๋วเรียก “หยิกปิ้ง” แมนดาริน “รื่อเปิ่น” เกาหลีออกเสียง “อิลบน”

ส่วน...เวียดนามก็เรียกตามเสียงภาษาตนเอง “เหญิ่ตบ๋าน”

คนญี่ปุ่นเชื่อว่า...บรรพบุรุษตนอาศัยแผ่นดินนี้มาแต่ครั้งหินเก่าราว 30,000 ปีก่อน คริสตกาล ปรากฏหลักฐานในราชสำนักจีนสมัยราชวงศ์ฮั่น จึงรับเอาภาษาวัฒนธรรมมาประยุกต์ทั้งดุ้น

แปลกแต่จริง...คือไม่มีศาสนาบ่งบอกของตนเอง มีแต่รับเอาลัทธิชินโตโบราณที่เน้นเรื่องพิธีกรรมมานับถือกับศาสนาพุทธที่ไหลมากับชนบนหลังม้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือถึงได้มีการสร้างวัดพุทธเมืองนาระกับเกียวโตและคามากูระรองรับ

รู้ไว้ใช่ว่า...ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมประเพณีบางอย่างละม้ายบ้านเรา อย่าง “บั้งไฟริวเซ” จังหวัดไซตามะ ที่จุดบูชาเทวดาชินโต ไม่ใช่ “โอ้ เฮา โอ เฮา โอ่ เฮา โอ” ของคนอีสานรำขอฝนจากพญาแถน ทุกวันนี้ได้ผูกเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับจังหวัดยโสธร ม่วนซื่นโฮแซวกันทุกปีมิได้ขาด

...

อีกอย่างที่ทั้งเขาและเราต่างมีเช่นประเทศทั่วโลกมีคือ “วันเด็กแห่งชาติ” ที่ต้องการฝากสิ่งดีงามแก่เด็กๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีการของในแต่ละประเทศ...

บ้านเราปักหมุดยึดเอาเสาร์แรกหลังปีใหม่ สอนสั่งให้เด็กไทยรู้จักฮึกเหิมรักชาติ โชว์การแสดงแสนยานุภาพ รถถังรถสายพานหุ้มเกราะ เครื่องบินรบผาดโผน ฯลฯ

นับรวมไปถึงการสร้างค่านิยมให้ผลัดกันนั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศ ก็ถือเป็นการปลูกฝังที่ดี แก่เด็กๆ...ส่วนญี่ปุ่นนั้นก็มีการสร้างรูปรอยวันเด็กมาแต่สมัย “เอโดะ”

ย้อนไปในยุคการค้ารุ่งเรืองนั้นถือเป็นวันขอบคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกจนเจริญวัยแข็งแรง...เขาเรียกเทศกาลวันเด็กผู้ชาย...“โคโดโมะ โนะ ฮิ”

จัดขึ้นทุกวันที่ 5 พฤษภาคมทุกปี เป็น วันหยุดราชการช่วงโกลเด้นวีกที่ญี่ปุ่นมีเทศกาล ต่อเนื่องกันหลายอย่าง...โดยทุกครอบครัวพร้อมใจชักธงปลาคาร์ป “โคอิโนโยริ” เป็นสัญลักษณ์ไว้หน้าบ้าน เพื่อขอพรอธิษฐานให้ปลาทิพย์เหล่านี้ประทานความสุขทั้งร่างกายให้แข็งแรงแก่เด็กๆ

O O O O

วันเด็กผู้ชาย “โคโดโมะ โนะ ฮิ” ยังรักษาธรรมเนียมการสวมหมวกซามูไร “คาบูโตะ” ตามธรรมเนียมโบราณ โดยให้เด็กทำเอง เพื่อสื่อถึงการป้องกันสิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิดกับลูกหลาน

สำหรับธงทิพย์ปลาคาร์ป “โคอิโนโยริ” นั้น เสกสรร ศรีไพรวรรณ ผอ.การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานขอนแก่น ที่เคยเป็นผู้ช่วย ผอ.ททท.โอซากา 4 ปี และ ผอ.ททท.โตเกียว อีก 3 ปี เล่าให้ฟังว่าเป็นธงที่เกิด จากความเชื่อว่า...ปลาชนิดนี้คือกลุ่มปลาตะเพียนและปลาไน

พบในแหล่งน้ำจืดทั่วโลกเมื่อ 2 พันปีก่อนโดยจีน และญี่ปุ่นเห็นว่าเป็นปลาที่มีน้ำอดน้ำทน สามารถว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นไปกระโดดโลดเล่นยังน้ำตกได้...

...

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีตำนานเล่าอีกว่า “ปลาคาร์ป” เป็น “ปลาเทพเจ้า” ส่งมา มากมีด้วย อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เหนือหมู่ปลาทั้งมวล สามารถว่ายแหวกทวนกระแสน้ำเชี่ยวกราก ไปสู่ประตูมังกรสำเร็จ ตามคติความเชื่อจีนที่ญี่ปุ่นรับเอามาขณะปลาอื่นๆไม่มี

ด้วยเหตุนี้ญี่ปุ่นจึงเลือกปลาดังกล่าวเป็นสัตว์นำโชคในวัน “โคโดโมะ โนะ ฮิ” เพื่อมอบ สู่เด็กๆเป็นสิริมงคล และช่วยเสริมสร้างพลังแห่ง ความชาญฉลาดแหลมคม กับร่างกายแข็งแกร่งอดทนดุจปลาคาร์ปที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วน

O O O O

บรรยากาศวันดังกล่าวข้างต้นนี้ ตามมุมเมืองและบ้านเรือนทั่วประเทศญี่ปุ่นจะถูกประดับด้วย “โคยโนโยริ” ...หลากสี

โดยธงปลาคาร์ปสีดำหมายถึงปลาพ่อ “มาโงย”...ปลาคาร์ปสีแดงคือปลาแม่ “ฮิโงย” ...ปลาคาร์ปสีฟ้าหมายถึงลูก ต่างพากันปลิวไสวไปตามแรงลม ราวว่ายแหวกสู่เป้าหมายคือประตูมังกร...เปรียบได้เช่นปลาคาร์ปกำลังแสดงปาฏิหาริย์นำบุตรหลานไปสู่ความสำเร็จในชีวิต

...

“ธรรมเนียมปฏิบัติ...ยังรวมถึงการจัดอาหารเฉลิมฉลอง” เสกสรร ว่า “โดยใช้ขนมคาชิวะโมจิแบบโบราณให้เด็กกิน ได้แก่ เค้กข้าวเหนียวไส้ถั่วแดงห่อด้วยใบคาชิวะหรือใบโอ๊ก ด้วยเป็นใบไม้ร่วงยากแม้อากาศจะหนาวเย็นก็ตาม แต่ร่วงทันทีเมื่อใบใหม่โผล่มาแทนที่...”

นั่นหมายถึงบรรพบุรุษที่จากไปให้ลูกหลานได้เกิดมาสืบสกุลต่อไปนั่นเอง

แล้วก็มาถึง “วันเด็กผู้หญิง” หรือ “ฮินะ มัตสึริ” ซึ่งอดีตจารีตเก่าผู้หญิงญี่ปุ่นถูกกำหนดให้เป็นช้างเท้าหลัง ปัจจุบันช่องว่างนั้นได้จางลงรับสังคมคนรุ่นใหม่ โดยสมัย “เอโดะ”...

วันที่ว่าเป็นเช่นวันดอกไม้บาน พ่อแม่จึงตกแต่งตุ๊กตุ่นตุ๊กตา “ฮินะ” ให้งามงดแล้ววางประดับบ้านสักระยะ ก่อนนำไปลอยลงแม่น้ำให้จากไปพร้อมเคราะห์ร้าย

เหลือไว้แต่...“กรรมดี” ป้องกันตัว

อีกอย่างของความเชื่อคือไม่ควรเก็บ “ฮินะ” ไว้กับบ้านนานวัน เพราะจะส่อลางให้นาง “ขึ้น คาน” ในอนาคต กับไม่นิยมปลูกฝังให้เธอเติบโตเป็น “คาบูโตะ” ซามูไรนักรบไปต่อสู้กับผู้ใด

...

“ฮินะ มัตสึริ” เดิมทีจัดทุก 3 มีนาคมของปี เริ่มมีการแก้ไขเมื่อปี 1948 ที่ผู้นำยุคนั้นต้องการรวมวันสำคัญของเด็กผู้ชายและผู้หญิงไว้เป็น “โคโดโมะ โนะ ฮิ” 5 พฤษภาคมวันเดียวกัน

เหล่านี้คือความเชื่อของเหล่าลูกหลานพระอาทิตย์ “นิปปง–นิฮง” ที่มีพลังแห่งความเชื่อมั่นศรัทธา จนกลายเป็น “อิทธิฤทธิ์” ปน “ปาฏิหาริย์” ก่อให้เกิดมโนสำนึกคนญี่ปุ่นทุกคน ...โดยเฉพาะเด็กเจนวาย แซด...จึงไม่ควร “ลบหลู่” หลักการสอนเด็กญี่ปุ่นด้วยประการทั้งปวง

“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.

รัก-ยม

คลิกอ่านคอลัมน์ “เหนือฟ้าใต้บาดาล” เพิ่มเติม