Thairath Logo
กีฬา

ยางคือชีวิต วิธีเติมลมยางที่ถูกต้อง

Share :
line-share-logo

ยางรถยนต์แต่ละแบบแต่ละขนาด มีความเหมาะสมที่จะใช้แรงดันลมยางที่แตกต่างกัน การเติมลมยางให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานและประเภทของยางจึงมีความสำคัญต่อการใช้งานรถยนต์ของคุณ การเติมลมยางที่ไม่ถูกต้องนอกจากจะส่งผลต่อการขับขี่แล้วยังมีผลต่อความปลอดภัยบนท้องถนนอีกด้วย 

เมื่อใช้ยางขนาดมาตรฐานติดรถมาจากโรงงานและไม่ได้มีการบรรทุกหนักกว่าปกติ แรงดันลมยางควรมีอัตราที่เหมาะสมจากค่ากำหนดของบริษัทรถยนต์นั้นๆ หรือดูตามคู่มือประจำรถที่ไม่ค่อยจะถูกหยิบออกมาอ่าน แรงดันลมยางตามมาตรฐานจากโรงงานหรือบริษัทผู้ผลิตรถยนต์มักจะกำหนดค่ากลางๆ ที่เหมาะสมสำหรับการขับใช้งานทั่วไป 

เมื่อขับใช้งานรถยนต์ แรงดันลมยางมักขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ขับ อาจมีความแตกต่างผกผันจากข้อกำหนดของโรงงานผู้ผลิตบ้าง เนื่องจากค่าแรงดันลมยางที่กำหนดมานั้นเป็นค่ากลางๆ และใช้งานได้ดีพอสมควรเมื่อไม่ได้มีการบรรทุกหนักหรือขับขี่ด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ผู้ขับควรเริ่มจากค่ากำหนดของโรงงาน โดยทดลองขับและจับอาการของรถรวมถึงการสึกหรอของยางระหว่างการใช้งาน หลังจากนั้นลองเพิ่มหรือลดแรงดันลมยาง 1-2 ปอนด์ / ตารางนิ้ว จับอาการและการสึกหรอของยางว่า นุ่ม กระด้าง หรือเร่งแล้วหนืด เสียงดัง หน้ายางมีการสึกที่สม่ำเสมอหรือไม่ 

ในความเป็นจริง การกำหนดค่ามาจากโรงงานผู้ผลิตที่เป็นค่าแรงดันลมยางแบบกลางๆ แม้จะทราบน้ำหนักของรถ การกระจายน้ำหนัก และขนาดของยาง แต่ไม่ทราบว่ายางที่ใช้งานมีโครงสร้างอย่างไร รับน้ำหนักบรรทุกได้ขนาดไหน สภาพถนนที่ขับเป็นอย่างไร อุณหภูมิขณะใช้งานยางสูงหรือต่ำ รวมไปถึงการขับในลักษณะต่างๆ ที่มีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เช่น ขับบนถนนปกติ หรือขับเร็วในสนามแข่งหรือสนามทดสอบรถยนต์ 

สำหรับคนที่ไม่มีความรู้สึกไวพอในการจับอาการของยางเมื่อขับใช้งาน แนะนำให้เติมลมยางด้วยค่ามาตรฐานที่กำหนดมาให้ในคู่มือประจำรถ การขับขี่แบบปกติธรรมดา ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนดและไม่ได้มีการบรรทุกหนัก แรงดันลมยางตามค่ามาตรฐานจากคู่มือหรือแผ่นเพลตที่ติดอยู่บริเวณเสากลางบอกค่าแรงดันลมยางก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป 

การวัดแรงดันลมยางรวมถึงการเติมลมยางควรกระทำในขณะที่ยางยังคงเย็นอยู่หรือไม่ได้ขับมาไกลแล้วใช้ความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ก่อนตรวจเช็กลมยางไม่ควรวิ่งมาไกลเกิน 1-2 กิโลเมตร หากวัดแรงดันลมยางในขณะที่ยางมีอุณหภูมิสูงหรือวิ่งมาไกลในขณะที่ลมยางมีอุณหภูมิสูงจะทำให้ค่าของแรงดันลมยางเกิดความผิดเพี้ยนไปจากค่าที่แท้จริง หากมีความจำเป็นจะต้องวัดแรงดันลมยางเมื่อยางร้อนได้ที่แล้ว แรงดันที่วัดได้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3 ปอนด์ หรือมากกว่านั้นเล็กน้อยขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของยางในขณะนั้น  

การวัดแรงดันลมยางให้มีความถูกต้องแม่นยำควรใช้อุปกรณ์วัดลมยางที่มีมาตรฐาน มาตรวัดสาธารณะตามปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง หรือร้านยางทั่วไป รวมถึงมาตรวัดราคาถูกมักจะให้ค่าที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง 

ผู้ขับใช้งานรถยนต์ควรให้ความสำคัญกับแรงดันลมยางที่เหมาะสมและถูกต้องกับการใช้งาน ควรเพิ่มแรงดันลมยางให้มีความเหมาะสมกับสภาพถนนและการใช้ความเร็ว เมื่อขับรถทางไกลด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง หรือขับออกทางไกลพร้อมกับสัมภาระเต็มคัน ควรเพิ่มแรงดันลมยางให้มากกว่าค่ามาตรฐาน 1-3 ปอนด์ / ตารางนิ้ว เพื่อลดอาการบิดตัวของยาง ลดอุณหภูมิเมื่อขับเร็วอย่างต่อเนื่อง ลมยางจะได้ไม่ขยายตัวจนทำให้เกิดแรงดันที่สูงเกินไป 

ยางที่มีแรงดันลมยางอ่อนจะทำให้ยางบิดตัว เกิดความร้อนอย่างรวดเร็ว เมื่ออุณหภูมิของลมยางสูงขึ้น ยางจะขยายตัวทำให้แรงดันเพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อการระเบิดของยาง การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิแรงดันลมยางจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยางที่มีลมอ่อน มากกว่ายางที่เติมลมมาพอดีหรือเติมลมมามากกว่าค่ามาตรฐานเล็กน้อย เช่น ในยางรถยนต์ที่มีแรงดัน 30 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว แต่ยางมีแรงดันลมเหลือแค่ 28 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เมื่อยางร้อนจัดแรงดันลมยางจะเพิ่มขึ้นถึง 5.6 ปอนด์ เป็น 33.6 ปอนด์ หรือ 20% ของค่ามาตรฐาน ขณะเดียวกัน ยางที่มีแรงดันลมยางพอดีที่ 30 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว แล้วถูกเติมเพิ่มก่อนขับทางไกลอีก 2 ปอนด์ เป็น 32 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เมื่อขับจนยางร้อนจัด แรงดันลมยางจะเพิ่มขึ้น 5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว รวม 33.6 ปอนด์ แม้แรงดันจะเท่ากับยางที่มีลมอ่อนแค่ 28 ปอนด์ แต่อุณหภูมิของลมยางภายในจะสูงกว่ามาก มีโอกาสที่ยางจะระเบิดหรือทำให้โครงสร้างภายในของยางเกิดความเสียหายได้ 

เมื่อขับรถขณะฝนตก ผิวถนนมีลักษณะที่เปียกลื่นซึ่งอาจเกิดได้ทุกเมื่อในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น แรงดันลมยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะและรีดน้ำของยางลดลง เพราะหน้ายางตัดหรือรีดน้ำได้ไม่ดีเท่ากับยางที่เติมลมมาพอดีกับค่าที่กำหนด ควรตรวจสอบแรงดันลมยางเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง  พร้อมๆ กับสังเกตหน้ายาง แก้มยาง ว่าเกิดการแตกร้าวหรือไม่ ผลกระทบต่อการขับขี่ที่มีแรงดันลมยางไม่ถูกต้อง นอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแล้ว ยังทำให้ยางเกิดการสึกหรออย่างหนักอีกด้วย. 

สัญลักษณ์แทนความเร็วบนแก้มยางบอกอะไร 
ตัวอักษรที่ใช้แทนค่าความเร็วที่ยางสามารถรับได้ สอดคล้องกับดัชนีบรรทุกของยางเส้นนั้น
L ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
M ความเร็ว 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
N ความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
P ความเร็ว 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Q ความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
R ความเร็ว 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
S ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
T ความเร็ว 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
U ความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
H ความเร็ว 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
VR ความเร็วเกินกว่า 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
V ความเร็ว 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
W ความเร็ว 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Y ความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ZR ความเร็วเกินกว่า 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...
ยางยางรถยนต์วิธีเติมลมยางอาคม รวมสุวรรณ