Thairath Logo
กีฬา

สายป๋ามาเต็มสูบ ลองของขลัง BMW M4CS

Share :
line-share-logo

BMW Group แบรนด์รถยนต์พรีเมีjยมเยอรมนี ปล่อยรถรุ่นพิเศษ M4 เวอร์ชั่น CS ในปี 2017 เป็นการสานต่อตำนานความโหดของยานยนต์ตระกูล M โดยวางตัวขั้นอยู่ตรงกลางระหว่าง M4 Competition Package และ M4 GTS ในรูปแบบการผลิตและขายด้วยจำนวนเพียงน้อยนิด หรือ Limited Edition การผลิตในจำนวนไม่มากสำหรับนักขับที่ต้องการความแตกต่างระหว่างรถ M รุ่นมาตรฐาน กับรุ่นพิเศษที่มีเรี่ยวแรงมากกว่า ทำให้ BMW M4CS กลายเป็นรถที่หายากและมีราคาแพงกว่า M4 รุ่นมาตรฐาน คุณจะเจอกับ M4 รุ่นปกติมากกว่าที่จะเห็น M4CS ตัวเป็นๆ วิ่งอยู่บนถนนในประเทศไทย มันเป็นรถคูเป้ที่เจริญรอยตามรถรุ่นพี่ทั้งสองรุ่น นั่นก็คือการเน้นชิ้นส่วนเนื้องานน้ำหนักเบาทั้งภายนอกและภายใน ลงลึกเปลือกตัวถังด้วยงานคาร์บอนไฟเบอร์ การปรับจูนช่วงล่าง เปลี่ยนล้อใหม่ให้ใหญ่ขึ้นพร้อมแอร์โรพาร์ทรอบคันที่ทำให้แอร์โรไดนามิกของรถดีขึ้น ช่างในแผนก M ยังลงมือจูนเครื่อง 6 สูบเทอร์โบคู่ให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้นเพื่อความสุดกับการแอบอิงกีฬามอเตอร์สปอร์ตด้วยการเป็นได้ทั้งรถบ้านและรถแข่งในคันเดียวกัน!! วันธรรดาคุณสามารถขับ M4 CS ไปทำงาน พอเสาร์-เอาทิตย์ก็คว้าหมวกกันน็อกลงไปขับในสนามแข่งแบบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มกับรถอีกแล้ว 

BMW M4CS เป็นรถสปอร์ตรุ่นพิเศษของ BMW M GmbH ถือเป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพในระดับสูงเกือบจะเป็นที่สุดในกลุ่ม M3-M4 โดยเป็นรองแค่ M4 GTS  ความแรงของเครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ ทวินเทอร์โบ ที่ปรับแต่งกล่องควบคุมใหม่รวมถึงการลดทอนน้ำหนักทำให้ CS มีแรงม้าสูงถึง 460 แรงม้า ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ไล่เรียงจากฝากระโปรง หลังคาและฝาท้ายที่ทำจากคาร์บอน แอร์โรพาร์ท เช่น ลิ้นหน้า ดิฟฟูเซอร์หลัง และครีบสร้างแรงกดส่วนท้ายบนขอบฝากระโปรงหลังทำจากคาร์บอน ไฟท้ายแบบใหม่ใช้เทคโนโลยีล้ำยุค (OLED) สว่างและเห็นได้ไกลกว่าเดิม

BMW M4 CS มีราคาเริ่มต้นที่ 11,439,000 บาท (สี San Marino Blue)

*ราคารถรวมแพ็กเกจ BSI Standard (การบริการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง)

แก่นแท้ของรถ BMW M ก็คือสมรรถนะในการขับขี่โดยเฉพาะการยึดโยงแนวคิดคล้ายกับรถแข่ง นั่นก็คือการปรับลดน้ำหนักส่วนเกิน ฝากระโปรงหน้า หลังคา ฝาท้าย ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ แชสซีของ M4CS ใช้โช้กอัพและสปริงที่มีการเซตค่าใหม่หมด เป็นการปรับความยืดหยุ่นของช่วงล่างให้ทำงานได้ดีกว่า M4 รุ่นมาตรฐาน ล้ออัลลอยลายใหม่สไตล์ก้างปลามีน้ำหนักเบาขึ้น ลวดลายของล้อนั้นล้างง่ายกว่าล้อลายซี่ถี่ของ M4 GTS และเป็นล้อสีเทาแบบพิเศษ Orbit Grey ล้อหน้าขนาด 9 J x 19 ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตประสิทธิภาพสูง (มาก) ยี่ห้อ Michelin รุ่น Pilot Sport Cup 2 ขนาด 265/35 ZR 19 98Y ส่วนล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อน ตามธรรมเนียมของรถแรงขับหลังก็ต้องยัดล้อหลังให้โตกว่าล้อหน้านิดๆ ล้อหลังของ M4CS มีขนาด 10 J x 20 ใส่ยาง Pilot Sport Cup 2 ไซส์ 285/30 ZR 20 99Y ใหญ่โตมโหระทึกเหมาะกับการเทม้าลงพื้นกันแบบสุดๆ ไปเลย ยางใหญ่ขึ้นก็ต้องสะเทือนมากขึ้นแต่ CS เป็นรถที่ออกแบบให้ใชัความเร็วสูง เมื่อขับเร็วมันจะลดอาการกระเด้งกระดอนลงอย่างน่าประหลาด

M4CS ถูกปรับจูนให้เป็นได้ทั้งรถบ้านในวันธรรมดา และเป็นรถแข่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยออกแบบให้ขับได้ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ช่วงล่างที่มีศักยภาพและมีความยืดหยุ่นสูงสามารถขับใช้งานบนถนน รวมถึงขับในสนามแข่งได้อย่างสบายๆ คนของ BMW แจ้งมาในวันเปิดผ้าคลุมที่สนามทดสอบของ BMW ในเมืองอินชอน เกาหลีใต้ ว่า การทดลองวิ่งก่อนขึ้นไลน์ผลิตนั้น วิศวกรของแผนก M ได้ปรับจูนประสิทธิภาพของระบบรองรับด้วยการทดลองวิ่งบนทางสาธารณะ บนพื้นถนนที่เปียกลื่นในขณะที่ยางยังมีอุณหภูมิต่ำ หลังจากนั้นจึงทดลองวิ่งในสนามแข่งเพื่อปรับตั้งค่าของช่วงล่างใหม่หมดโดยเพิ่มความแข็งของโช็กและสปริง ลดความสูงลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ M4 รุ่นมาตรฐาน เพื่อการทำความเร็วในโค้งได้เหนือกว่ารถคู่แข่ง ยางราคาแพง Pilot Sport Cup 2 เข้ามาแทนที่ยางจอมหนึบ Michelin Pilot Super Sport ที่ใส่ใน M4 รุ่นสแตนดาร์ด เมื่อสังเกตดูใกล้ๆ ในวันเปิดตัวเมื่อวันอังคารที่ 19 เมษายน 2560 ในเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ แก้มยางที่บางมากของ Pilot Sport Cup 2 ทำมุมกับขอบล้ออย่างดุดัน แก้มที่บางลงยังช่วยให้ยางตอบสนองได้ไวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย และเมื่อขับเต็มสูบในสนามแข่งมันจะสร้างความประทับใจให้กับเจ้าของได้อย่างที่ต้องการ ล้ออัลลอยลายก้างปลาถูกรีดจนเบาแต่แข็งแกร่ง ทำให้น้ำหนักใต้สปริงของ BMW M4 CS ลดลงแม้จะใส่ล้อหลังใหญ่ขึ้นจาก 19 นิ้วเป็น 20 นิ้ว ก็ไม่สร้างปัญหาให้กับระบบรองรับด้านหลัง

แดมเปอร์ของล้อหน้าและหลังแบะออกเล็กน้อย โดยที่ล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนจะมีมุมลบ หรือแบะออกมากกว่าล้อหน้า ทำให้แฮนด์ลิ่งเป็นกลางมากกว่า M4 รุ่นสแตนดาร์ด โดยส่งผลไปถึงพวงมาลัย ทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ก็คืนตัวกลับอย่างรวดเร็วมากกว่าเดิม สปอยเลอร์หน้าของ M ติดตั้งชายล่างหรือลิ้นที่ทำจากงานคาร์บอนโชว์ลาย จานเบรกแม้จะไม่ใช่คาร์บอนเซรามิกแต่รับประกันว่าเบรกอยู่อย่างแน่นอน คาร์ลิปเปอร์เบรกหน้า 4 พอต คาร์ลิปเปอร์หลังยังใช้แบบซิงเกิลพอตเหมือนเดิม หางหลังหรือวิงหลังติดตั้งครีบรีดอากาศทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีส่วนช่วยทำให้ท้ายรถดูดี แผ่นปิดใต้ท้องรถแบบเรียบและครีบ diffuser ใต้สปอยเลอร์หลังก็ยังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ รับหน้าที่สร้างแรงกดส่วนท้ายเมื่อทำความเร็ว ทำให้ M4CS มีประสิทธิภาพในด้านแอร์โรไดนามิกดีขึ้นกว่า M4 รุ่นปกติ คนของ BMW ยังคุยว่าค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานอากาศที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ รวมไปถึงชุดแอร์โรพาร์ตแบบใหม่ จะทำให้คนขับรู้สึกมั่นใจบนถนนที่เป็นสันเนิน หรือถนนที่มีผิวไม่เรียบ การขับรถ M นั้นต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าการขับ Series-3 แต่ M4CS นั้นหากมีถนนที่โล่งพอ คุณก็สามารถเหยียบคันเร่งได้อย่างต่อเนื่องทั้งวัน เป็นรถที่ถูกจูนมาให้นิ่งและขับได้สนุก เนื่องจาก BMW M ได้เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากกำลังของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง เกียร์และเบรกให้ผสมผสานกันออกมาอย่างดีที่สุด!!

BMW M4CS ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินแบบ 6 สูบเรียง M TwinPower Turbo อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่แบบ mono Scroll ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติแบบทวินคลัตช์ 7 สปีด M Double Clutch Transmission (M-DCT) กำลังถูกจูนจนมีม้าท่วมท้นเพิ่มขึ้นเป็น 338 กิโลวัตต์ หรือ 460 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงม้าของ M4CS มากกว่า M4 สแตนดาร์ดอยู่ 30 แรงม้า พร้อม Package Overboost แรงบิดสูงสุดทำได้ถึง 600 นิวตันเมตร หรือ 61.2 กิโลกรัม-เมตร ที่ 4,000-5,380 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 8.4 ลิตรต่อระยะทาง 100 กม. (11.9 กิโลเมตรต่อลิตร) อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.9 วินาที และ 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงวางตามยาวโดยร่นแท่นเครื่องแท่นเกียร์ให้เข้าใกล้กับจุดศูนย์กลางของรถเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี เครื่องยนต์ 6 สูบเทอร์โบคู่นั้นไม่มีระบบฉีดน้ำเข้าอินเตอร์คูลเลอร์เหมือน M4 GTS แต่มีกำลังแรงม้าเพิ่มมาให้อีก 30 ตัว แรงบิด 600 นิวตันเมตร เป็นรองซุปเปอร์คาร์บางรุ่นไม่มากนัก เป็นรถที่เร็วอย่างน่ากลัว และต้องใช้ความคุ้นเคยกันพอสมควรก่อนจะคิดปล่อยม้า 460 ตัวลงพื้นแบบเต็มๆ

พัฒนาการที่ดีขึ้นของ BMW M ส่งผลให้ M4CS อยู่ในอันดับที่ 2 รองจาก M4 GTS ห้องโดยสารดิบๆ แบบรถแข่งโดนใจพวกบีเมอร์อย่างแรง แผงประตูทำจากวัสดุน้ำหนักเบารีไซเคิล (แต่ดูแปลกตาคล้ายพลาสติกราคาถูก) ที่จับมือเปิดประตูด้านในทำจากเส้นใยไนลอนลาย M คล้ายมือจับที่เปิดประตูของ Ferrari F40 เบาะ M แบบเซาะร่องตรงกลางเพื่อลดน้ำหนักของตัวเบาะ หนังแท้และหนังกลับ Alcantara ประดับประดาอยู่บริเวณพวงมาลัยและคอนโซลกลาง เบาะของ M4CS มีน้ำหนักเพียงแค่ครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับเบาะของ M4 รุ่นสแตนดาร์ด เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน

BMW M ยังติดตั้งระบบปรับอากาศ ระบบนำทางด้วยดาวเทียม เครื่องเสียงชั้นดีและเซนเซอร์ถอยจอดเพื่อเอาอกเอาใจคนรวยที่ชื่นชอบความสบาย แถมยังมีตัวช่วยที่ทำให้มือไก่อ่อนสอนขัน กลายเป็นมือซิ่งระดับเทพอย่าง DSC (Dynamic Stability Control) system ที่ทำงานร่วมกับ M Dynamic Mode (MDM) เฟืองท้ายแบบพิเศษ Active M Differential ช่วงล่างปรับระดับได้ Adaptive M suspension ควบคุมผ่าน DSC และ Active M Differential เท่านี้ก็มันกันได้ทุกที่ทุกทางแล้วละครับ

BMW M4 CS เป็นจักรกลที่ดุเดือดเลือดพล่าน เหมือนสัตว์ร้ายที่แหกกรงขังออกมาอาวะวาดบนท้องถนน เป็นรถสปอร์ตสายโหดของแผนก M ที่สะกดคุณด้วยมนต์เสน่ห์แห่งการขับที่สุดยอด จากการตอบสนองของระบบขับเคลื่อน ความสมดุลของการควบคุมในย่านความเร็วสูง ความน่ากลัวของพลังแรงบิดที่ระเบิดออกมายามกดคันเร่งจนมิด ความพลิ้วของชุดบังคับเลี้ยวที่แม่นยำสอดรับกับทุกเส้นทางถ้าคุณมีฝีมือมากพอมันก็จะไปตามสั่งพร้อมๆกับอาการพยศที่สามารถควบคุมได้และทำให้รู้สึกสนุกพร้อมไปกับอาการเสียวสันหลัง มันทะยานผ่านโค้งสู่โค้งได้อย่างไหลลื่น  นอกจากรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของรถ M เจ้า CS ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่คอยประคับประคองคนขับที่ไม่เป็นมวยหรือพวกคนรวยมือใหม่ไม่ให้จบเห่เพราะแรงเกินไป 

การทดสอบในครั้งนี้ถือเป็นการขับรถเล่นในวันหยุดท่ามกลางธรรมชาติและความสวยงามของเส้นทาง ตัวเลขสมรรรนะเป็นแค่กระดาษที่สื่อถึงข้อมูลของตัวรถแต่ความสุดมันอยู่ที่การได้ควบ CS ในที่ที่รกร้างและห่างไกลจากรถคันอื่น นอกจากความเสถียรเมื่อทำความเร็ว BMW M4 CS ยังมีการเลี้ยวที่เฉียบคมถ้าคุณมีฝีมือมากพอและเปิดระบบช่วยทรงตัวมันจะเกาะเป็นตุ๊กแกพร้อมไปกับการทำลายเนื้อยางบริเวณแก้มด้านบนให้สึกหรออย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์ BMW M TwinPower Turbo มีม้ามากถึง 460 ตัว เป็นม้าสายพันธุ์เยอรมันที่ทั้งโหดและเต็มไปด้วยแรงฉุดลาก อาการทอร์คสเตียรเกิดขึ้นทันทีเมื่อกดคันเร่งลงจนมิดตอนออกตัว มันจะดึงที่พวงมาลัยหนักจนทำให้คุณตกใจ แต่ไม่ต้องกังวนแค่แก้คืนเล็กน้อยมันก็จะกระชากออกตัวเร็วจนมอเตอร์ไซค์ซุปเปอร์ไบค์บางรุ่นถึงกับไล่ไม่ทัน 

เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงเทอร์โบคู่ของ M มีศักยภาพหลากหลายด้าน โดดเด่นในเรื่องของความนิ่มนวลเมื่อใช้ความเร็วต่ำเสียงก็ไม่ได้ดังจนไปสร้างความหมั่นไส้ให้กับชาวบ้านร้านตลาดเมื่อวิ่งผ่านแบบย่องๆ มันก็จะเงียบเหมือนกับกำลังขับ BMW 430i M-Sport การเชื่อมต่อระหว่างแรงบิดกับแรงม้าในย่าน 5,500 รอบต่อนาทีดีงามสุดๆ เกียร์ M-DCT 7 สปีดทำหน้าที่ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวจนคุณตามมันไม่ทัน มันจะจัดเกียร์ที่เหมาะสมสำหรับการเลือกโหมดด้วยตัวของคุณเองและมีให้แค่ 3 โหมดสำหรับการตอบสนองตั้งแต่การทำตัวเป็นรถจ่ายกับข้าวไปจนถึงตัวแข่งสุดแรงในสนามทางเรียบ เมื่อขับเร็วขึ้น กลไกการทำงานต่างๆ จะเริ่มส่งเสียงดังออกมา และจะดังขึ้นถ้าคุณเลือกใช้ Sport + โหมดสูงสุดที่เปิดทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับการทำความเร็ว 

อัตราเร่งจาก 0-100 ที่ว่าเร็วแล้ว พอทะยานผ่าน 80 ไปจนถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเป็นช่วงเวลาพิเศษที่จะทำให้คุณรู้สึกตกหลุมรักเจ้า CS อย่างโงหัวไม่ขึ้น ช่วงล่างแบบ Adaptive Suspension ปรับความแข็ง-อ่อนตามสั่ง คุณสามารถปรับมันได้ถึงสามระดับตั้งแต่วิ่งในเมืองท่ามกลางรถติดไปจนถึงตอนที่กำลังไล่บี้ท้าย Porsche 911 GT3 ในสนามช้าง! ความแข็งของแชสซีไม่เหมาะกับพวกสูงวัยหรือคนที่ชอบรถสปอร์ตนิ่มๆ เมื่อขับเร็วขึ้นมันจะกลายเป็นรถที่มีทั้งความหนึบและความนุ่มแตกต่างจากการวิ่งในย่านความเร็วต่ำที่เแข็งขืนราวกับไม้กระดานตากแดด

M4CS มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะจากช่วงล่างและยางรถชั้นเยี่ยม ยาง Pilot Sport Cup ซึ่งทำออกมาสำหรับซุปเปอร์คาร์นั้นเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง แม้จะมีแก้มและดอกยางแข็งราวกับหินแต่การยึดติดกับผิวถนนนั้นถือว่าสุดยอด ต่อให้ขับอย่างบ้าระห่ำยางก็ยังคงรับได้โดยมีอาการสึกที่ขอบของแก้มยางด้านบนซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของรถที่มีแรงม้าเยอะเฉียดๆ 500 ตัว ลิมิเต็ทสลิปแบบ Limited Slip แบบ Acaptive ทำงานเร็ว ช่วยทำให้รถเกาะโค้งติดหนึบพร้อมอาการลื่นไถลเป็นจังหวะหากคุณยังไม่ยอมลดราวาศอกกับคันเร่งในโค้ง อาการท้ายกวาดเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้แก้ได้ง่ายไม่บานเร็วจนทำให้หลุดลงข้างทางถ้าไม่บ้ามากจนเกินงามก็จะไม่แถจนน่ากลัว ทำให้รสชาติของการขับเป็นไปในแบบที่ต้องการ 

มันเป็นรถที่มีประสิทธิภาพของการเบรกใช้ได้ แม้จะไม่ได้มาเต็บสูบด้วยออปชั่นเบรกคาร์บอนเซรามิกสีทองแบบ 6 พอต แต่เบรก M สีฟ้าแบบ 4 พอตก็เอาอยู่ถ้ารู้จักการกะระยะเบรกให้พอดี เมื่อกดแรงๆ เบรกจับจนหน้าทิ่มพร้อมกับโทรศัพท์ iPHONE ที่ปลิวหล่นจากเบาะลงไปกองอยู่บนพรมปูพื้น ด้าเบรกมือของ M4CS ให้ความรู้สึกที่ดีมากและใช้งารนได้จริงหากอยากทำการหมุนจนครบ 180 องศา ก้จงใช้งานเบรกมือให้เป็นแต่ควรหาที่ฝึกโล่งๆ มากกว่าจะมาลองกันบนทางแคบๆ ด้ามเบรกมือของ M4 ให้ความรู้สึกย้อนยุคแต่ใช้งานได้จริงซึ่งมีอยู่ในรถซิ่งและรถบ้านยุคเก่าที่นับวันจะหาทำยายากเต็มทน เนื่องจากบริษัทรถมักเปลี่ยนเป็นเบรกมือไฟฟ้ากันเกือบจะหมดทุกค่ายแล้ว 

พวงมาลัย M ใช้กลไกของชุดบังคับเลี้ยวที่ละเอียดละออ BMW M Electronic Servo Valve Power Steering ปรับตั้งน้ำหนักได้ตามใจชอบเริ่มจาก Comfort ที่มีน้ำหนักมากกว่ารถสปอร์ตทั่วไป Sport น้ำหนักปรับหน่วงมือมากขึ้นและ Sport+ ขึงตึงชุดบังคับเลี้ยวเพื่อการทำความเร็วทั้งบนถนนและในสนาม มันจะหน่วงน้ำหนักจนให้ความรู้สึกคล้ายกำลังหมุนพวงมาลัยไฮดรอลิกหนักๆ ในรถแข่ง M Electronic Servo Valve ทำให้พวงมาลัยไฮดรอลิกรุ่นเก่ากลายเป็นของที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์รถยนต์คลาสสิก การปรับตั้งมีสามโหมดการขับเคลื่อน Sport+ จัดน้ำหนักราวกับพวงมาลัยรถบรรทุกแต่เลี้ยวได้เฉียบคมสุดติ่งสำหรับการขับแบบเต็มเหนี่ยวในสนามแข่ง โหมด Comfort พวงมาลัยมีน้ำหนักที่สอดคล้องและพอเหมาะกับการขับแบบเรื่อยๆ ลื่นไหลตามข้อมือเมื่อหมุนจนสุดในลักษณะยูเทิร์นกลับลำ พร้อมการหมุนกลับคืนสู่จุดศูนย์กลางอย่างนุ่มนวลไม่ดีดดิ้น ความเที่ยงตรงนั้นเป็นหลักใหญ่ใจความของชุดบังคับเลี้ยวในรถสปอร์ตพลังสูง บนทางไฮเวย์ ความรู้สึกแรกมันจะหนักเกินกำลังไปนิดเพราะเคยชินกับน้ำหนักพวงมาลัยไฟฟ้าในรถบ้านมากกว่าที่จะมาสัมผัสพวงมาลัยในรถสปอร์ตสมรรถนะสูงแบบนี้ พอขับไปสักพักคุณก็จะเริ่มชินและปรับตัวกับน้ำหนักพวงมาลัยของ M4CS ซึ่งมีความละเอียดอ่อนที่ซับซ้อนเชื่อมโยงเป็นแกนเดียวกับช่วงล่างซึ่งส่งผลไปถึงไดนามิกที่ยอดเยี่ยมของตัวรถ เป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างน้ำหนัก แรงหมุน แรงต้าน การตอบสนองและความแม่นยำตรงไปตรงมา เหมาะกับการขับในทุกรูปแบบไม่ว่าจะย่องไปเรื่อยๆ เพื่อซื้อกับข้าว หรือท้ารบกับกระบะดันรางก็เหมาะทั้งนั้น 

BMW M4CS ให้ความสนุกในแบบดิบๆ คล้ายการเอารถแข่งมาวิ่งบนถนนสาธารณะ มันเลี้ยวจิกโค้งได้เร็ว เกาะหนึบราวกับทากาวเอาไว้บนยางและกระชากลากถูในจังหวะที่เปลี่ยนการจากตั้งรับมาเป็นการรุกเต็มสูบ มันมีแรงบิดที่ดึงได้ต่อเนื่องยาวนาน คาอยู่เกียร์ 7 แค่ลงคันเร่งนิดเดียวเกียร์ไม่ได้เปลี่ยนลงแต่ความเร็วกลับพุ่งพรวดๆ ไหลทะลักราวกับสายน้ำ อัตราเร่ง 0-100 แค่ 3 วินาทีปลายๆ เร็วเกือบจะเท่ากับซุปเปอร์คาร์อิตาลีบางรุ่นแต่ขับได้เนียนกว่าเยอะ เมื่อความเร็วเริ่มสูงขึ้นในโค้งมุมแคบ มันจะกวาดท้ายออกแค่พองามทำให้แก้อาการได้ง่ายหากไม่ใช่ไก่อ่อนสอนขันก็สามารถแต่งพวงมาลัยเพื่อดึงส่วนท้ายให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอย การดริฟต์ M4CS แค่ปิดระบบควบคุมการทรงตัว ไม่ว่าจะคาอยู่ในโหมดไหนคุณก็ดริฟต์มันได้ทั้งนั้น เมื่อเริ่มจับจังหวะของอาการอันเดอร์สเตียร์ได้ คุณจะสามารถบังคับรถให้มีอาการท้ายปัดเล็กๆ หรือดริฟต์แบบควันท่วมล้อล่อกันจนยางแหกโดยการปิด ESP ก็ได้ทั้งนั้น เป็นรถที่ยิ่งกดในโค้งก็ยิ่งออกอาการและเหมาะกับคนที่มีฝีมือมากกว่าจะมาอยู่กับคนที่ไม่มีทักษะในการควบคุมรถสปอร์ตแรงม้าเยอะ 

BMW M4 CS จบวันอย่างงดงามบนถนนสายหนองปรือ-เลาขวัญในเขตจังหวัดกาญจณบุรี มันเป็นรถสปอร์ตที่เกิดมาเพื่อการขับขี่ในสไตล์ M อย่างแท้จริง เป็นรถที่สืบสานเจตนารมย์ของ BMW M-Power ในสนามแข่งสู่ถนนปกติ มีพลังงานเหลือเฟือและกินเชื้อเพลิงเท่าที่จำเป็น ขับช้าก็ประหยัดใช้ได้ เมื่อขับเร็วก็กินตามรอบที่ใช้ไม่ได้ยกซดแบบดุดันจนเกินงาม แต่คนที่ซื้อรถสปอร์ตราคา 11 ล้านมักจะไม่แคร์ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองอยู่แล้ว ขอให้ขับสนุกโดนใจเท่านั้นเป็นพอ ซึ่ง CS ก็ทำได้ทุกอย่างตามที่ขอออกจะมากเกินไปด้วยซ้ำ ทำให้ต้องระวังไม่ปล่อยใจไปกับความเร็วที่มันพยายามนำเสนอ เป็นรถที่ชอบรบเร้าให้ขับเร็วขึ้นเรื่อยๆและขับได้ดีอย่างที่รถ M ควรจะเป็น มันแรงเหมือนรถแข่งแต่ขับได้ไม่ยากและไม่เคยทำตัวน่าเบื่อ ถ้าคุณต้องการรถสปอร์ตที่มีประสิทธิภาพรอบด้าน BMW M4CS คือคำตอบไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม.

2017 BMW M4 CS Specifications
Engine Location Front
Drive Type Rear Wheel
Production Years for Series 2013 -
Weight 3,483 lbs | 1,579.862 kg

Performance
0-60 mph 3.8 seconds.
Top Speed 174 mph | 279.966 km/h
Coefficient of Drag 0.36

VALVETRONIC; Double-VANOS
Engine Type : mono-scroll I6 3,000 cc | 183.1 cu in. | 3.0 L.
460 HP (338.14 KW) @ 6,250 RPM
442 Ft-Lbs (600 NM) @ 4,000 RPM
Bore : 89.6 mm | 3.528 in.
Stroke : 84.0 mm | 3.307 in

Transmission:
7 Speed Automatic M DCT with Drivelogic

Gear Ratios
1st Gear 4.806
2nd Gear 2.593
3rd Gear 1.701
4th Gear 1.277
5th Gear 1.000
6th Gear 0.844
7th Gear 0.671

Dimensions
Fuel Capacity 60.0 L
Seating Capacity 4
Doors 2

Exterior
Length 183.9 in | 4,672 mm.
Width 73.6 in | 1,870 mm.
Height 54.8 in | 1,392 mm.
Wheelbase 110.7 in | 2,812 mm.
Front Track 62.2 in | 1,579 mm.
Rear Track 63.2 in | 1,604 mm.
Ground Clearance 121.0 mm | 4.764 in.

Suspension
Suspension Front : Adaptive M suspension with aluminum double-joint spring-strut axle and M-specific elastokinematics
Rear : Adaptive M suspension with five-link axle in lightweight aluminum construction


Steering
Rack and Pinion EPAS
Turning Circle 12.2 m | 480.353 in. | 12200.966 mm.

Brakes
Front Brakes M compound, vented, with 6-piston fixed calipers
Rear Brakes M compound brakes, vented, with two-piston fixed calipers

Tires / Wheels
BMW M Wheels Light Alloy Orbit Grey 9 J x 19-f / 10 J x 20-r

Tires Michelin Pilot Sport Cup 2 F 265/35 ZR 19 98Y / R 285/30 ZR 20 99Y

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...
BMWBMW MBMW M4CSBMW GROUP THAILANDอาคม รวมสุวรรณ