พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ทรงฐานแซมนั้น เป็นพิมพ์ทรงที่มักพบเจอได้มากที่สุด ในบรรดาพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงมาตรฐานทั้งหมด มีจำนวนใกล้เคียงกับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงใหญ่ ด้วยจำนวนที่มีมากดังกล่าว แม่พิมพ์พระที่มีการแกะขึ้นมาจึงน่าจะมีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน นิรนาม แห่งนิตยสาร พรีเชียส ได้แบ่งกลุ่มพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้ออกเป็น 4 แบบ โดยพิมพ์ทรงย่อยที่ 1 นั้นมีความคล้ายกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 อย่างมาก โดยเฉพาะพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมองค์ที่มีเนื้อจัด
นิรนาม ยังบอกด้วยว่า ในพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงนี้นั้น มีการพบมวลสาร (เม็ดหินสีขาวหรือเม็ดพระธาตุ เม็ดแดงคล้ายชิ้นส่วนพระกำแพงซุ้มกอ ก้อนเทา วัตถุสีดำคล้ายขี้ธูป เศษไม้ ฯลฯ) ค่อนข้างมากด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงเส้นสายลายพิมพ์ ที่เกิดจากการแกะแม่พิมพ์ของพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงนี้นั้น ส่วนมากมักจะไม่คมลึกประณีตมากนัก แม้กระทั่งเส้นกรอบบังคับแม่พิมพ์ก็มักจะตื้นจนแทบจะมองไม่เห็น จนดูคล้ายกับว่าไม่มีกรอบบังคับพิมพ์ อาจารย์กิตติ ธรรมจรัส ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯอาวุโสอีกท่านหนึ่งบอกว่า “เป็นพระพิมพ์เดียวในกระบวนการวัดระฆังโฆสิตารามที่มีศิลปะแม่พิมพ์ที่ค่อนข้างตื้นและสะโอดสะองมาก ไม่ล่ำสันเหมือนพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์อื่นๆทุกพิมพ์”
เมื่อพิจารณาจากร่องรอยพยานหลักฐานอีกหลายอย่าง เช่น ลักษณะโดยรวมของพิมพ์ทรงที่มีลักษณะลอยตัว ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงอื่น หรือการนั่งสมาธิแบบขัดเพชร ที่พบในพิมพ์ทรงมาตรฐานพิมพ์ทรงนี้เพียงพิมพ์เดียว ถ้าพูดตามภาษาชาวบ้าน อาจจะบอกว่า พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงฐานแซมนี้ “ไม่เข้าพวก” กับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงอื่นเลยก็ว่าได้ น่าสนใจว่า พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมจึงมีลักษณะหลายอย่างที่แตกต่างออกไปจากพิมพ์ทรงอื่น
สมมติฐานหนึ่งที่มีความเป็นไปได้สูงก็คือ พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงฐานแซมนี้มีการสร้างคนละวาระกันกับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงอื่นอีก 4 พิมพ์ทรง ได้แก่ พิมพ์ทรงใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงเกศบัวตูม พิมพ์ทรงปรกโพธิ์ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากเส้นสายลายพิมพ์แล้ว ถึงแม้ว่าน่าจะสร้างต่างวาระกัน แต่น่าจะสร้างจากช่างคนเดียวกันหรือตระกูลช่างเดียวกันทั้งหมด และการที่พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมส่วนใหญ่ มีมวลสารผสมอยู่ค่อนข้างมากในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน ดังที่นิรนามตั้งข้อสังเกตไว้นั้น เป็นไปได้ว่าพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงนี้ทุกองค์น่าจะสร้างในวาระเดียวกันด้วย โดยมีการเตรียมเนื้อปูนตำให้เพียงพอในการสร้างให้เสร็จในคราวเดียว ถ้ามองตามหลักสามัญสำนึกทั่วไป การที่องค์พระพิมพ์ทรงนี้มีมวลสารค่อนข้างมาก น่าจะอนุมานได้ว่าในขณะสร้างมีเนื้อปูนตำและมวลสารที่เตรียมไว้อย่างเพียงพอ จึงน่ามีการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงนี้ก่อนพิมพ์ทรงอื่นใช่หรือไม่
ร่องรอยที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่า พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมนี้น่าจะสร้างก่อนพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงอื่นก็คือ การที่องค์พระมีลักษณะลอยตัว มีลักษณะชลูด ในขณะที่พระสมเด็จวัดระฆังฯอีก 4 พิมพ์ทรงนั้นเป็นลักษณะขององค์พระที่มีการทิ้งน้ำหนักตัวลงบนฐาน มีการย่อรับเป็นทอดๆ ลักษณะลอยตัวเช่นนี้มีความใกล้เคียงกับพระสมเด็จวัดเกศไชโยมาก รวมถึงลักษณะของพระกรรณหรือที่เรียกว่า “หูยาน” หรือแม้กระทั่งลักษณะของ “อกร่อง” มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า เมื่อช่างเริ่มออกแบบพิมพ์ทรงพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงมาตรฐาน ได้เริ่มจากการออกแบบพิมพ์ทรงฐานแซมก่อน โดยได้รับอิทธิพลจากพระสมเด็จวัดเกศไชโยที่มีลักษณะชลูดและมีฐานแบบ 5 ชั้น หรือ 7 ชั้น (ร่องรอยพยานหลักฐานต่างๆ อนุมานว่า พระสมเด็จวัดเกศไชโย น่าจะสร้างก่อนพระสมเด็จวัดระฆังฯ ดังที่ “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เคยนำเสนอไปบ้างแล้ว)
และเมื่อได้รับคติการสร้างจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตที่ให้ออกแบบพระสมเด็จฯแบบฐาน 3 ชั้น จึงนำไปสู่การออกแบบพิมพ์ทรงที่มีการคลี่คลายมาจากพระสมเด็จวัดเกศไชโย กลายมาเป็นพระสมเด็จวัดระฆังฯแบบฐาน 3 ชั้นแบบชลูด ที่มีเค้าโครงแบบวัดเกศไชโย จึงจำเป็นที่จะต้องมีการใส่เส้นแซม หรือ “ฐานแซม” เข้าไปเหนือฐานชั้นกลางและฐานชั้นบน เพื่อความสมดุลและความงดงามขององค์พระ หลังจากนั้นจึงมีการออกแบบพระสมเด็จแบบฐาน 3 ชั้นที่เหลืออีก 4 พิมพ์ทรง ที่มีการออกแบบพิมพ์ทรงอย่างละเอียดประณีต มีความพิถีพิถันกว่ามาก ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมช่างถึงออกแบบให้พระสมเด็จพิมพ์ทรงฐานแซม มีการนั่งสมาธิแบบขัดเพชร ซึ่งเป็นพุทธลักษณะของพระสำคัญในบ้านเมือง เช่น พระพุทธสิหิงค์ ในขณะที่พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงมาตรฐานพิมพ์อื่นออกแบบให้เป็นแบบขัดราบนั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจค้นคว้าหาคำตอบด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อาจารย์ ประกิต หลิมสกุล หรือ พลายชุมพล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้ให้ความรู้ว่า พระสมเด็จฯของท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตนั้น อาจมีพิมพ์ทรงอื่นที่มีการนั่งแบบขัดเพชรอีกได้ด้วยเช่นกัน
บทส่งท้าย
พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ฐานแซมนั้น ถือว่าเป็นพระสมเด็จที่มีลักษณะเฉพาะตัวหลายอย่างที่แตกต่าง หรือเรียกว่า “ไม่เข้าพวก” กับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์อื่นๆ การทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปในการสร้างพระพิมพ์นี้ ที่เป็นเหมือนจุดเชื่อมโยงในการออกแบบพิมพ์ทรงของพระสมเด็จฯทั้ง 3 วัด ตั้งแต่วัดเกศไชโย วัดระฆังฯ ต่อเนื่องไปถึงวัดบางขุนพรหม น่าจะช่วยให้เข้าใจถึงภาพรวมของการสร้างพระสมเด็จฯของท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ได้ไม่มากก็น้อยเช่นกัน
“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตส่งท้ายตอนนี้ด้วยการเรียบเรียงองค์ความรู้ในการพิจารณาพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 ที่คล้ายกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 มาก ของ นิรนาม เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ดังต่อไป
1. พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ฐานแซม ซุ้มครอบแก้วจะหนาและใหญ่ เหมือนพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ (ทุกพิมพ์ย่อย)
2. คำว่า “อกร่อง” นั้น ความเป็นจริงแล้ว จะไม่ปรากฏร่องลึกลงไป ลักษณะของพระอุระจะเป็น “อกตัน” แต่ถ้ากดแม่พิมพ์ได้คมลึกและติดชัด จะปรากฏเส้นสังฆาฏิแล่นจากกึ่งกลางพระอุระลงมาจรดพระนาภี ดูเผินๆคล้ายอกร่อง แต่ถ้าพิจารณาให้ละเอียดแล้วจะเป็นเส้นนูนขึ้นมา (ทุกพิมพ์ย่อย)
3. ขอบพระด้านบน (มัก) จะกว้างกว่าด้านล่าง (ทุกพิมพ์ย่อย)
4. พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม มองดูเผินๆ คล้ายกับไม่มีเส้นขอบบังคับพิมพ์ทั้ง 4 ด้าน เหมือนพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์อื่นๆ แต่โดยความเป็นจริงแล้ว เส้นขอบบังคับพิมพ์ทั้ง 4 ด้าน จะมีอยู่เหมือนพระสมเด็จวัดระฆังฯทุกพิมพ์ทรง เพียงแต่เฉพาะของวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม จะมีลักษณะลาดเอียงลงหาขอบตัดทั้ง 4 ด้าน ซึ่งต่างจากพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม ที่จะมีเส้นเป็นเส้นสันนูนลึกทั้ง 4 ด้าน (ทุกพิมพ์ย่อย)
5. พื้นนอกซุ้มครอบแก้วจะสูงกว่าพื้นในซุมครอบแก้วเล็กน้อย
6. โคนพระเกศเป็นลำโตกว่าพิมพ์อื่นๆ
7. มือที่ประสานกันจะเป็นรูปสามเหลี่ยมและชิดกับหน้าตัก
8. ปรากฏเส้นสังฆาฏิเป็นแผ่นนูน
9. หัวฐานชั้นที่หนึ่งด้านขวามือขององค์พระจะห่างจากซุ้มครอบแก้ว
10. ปรากฏลักษณะของเม็ดพระธาตุ
11. รอยพรุนของรอยรูเข็มอยู่ทั่วทั้งองค์พระสมเด็จ
12. ตำหนิแม่พิมพ์ด้านหลังของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม มี 3 แบบคือ พิมพ์หลังสังขยา พิมพ์หลังแผ่นเรียบ และพิมพ์หลังกระดาน โดยพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซมนั้น พิมพ์หลังกระดานจะหาดูยากมาก
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจ พระสมเด็จศาสตร์ โดย พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ และขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อรูปพระสมเด็จวัดระฆังฯ องค์ครูอีกองค์หนึ่ง เพื่อให้ความรู้ และขอขอบคุณท่านเจ้าของพระท่านปัจจุบัน พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 (นิรนามแบ่งออกเป็น 4 พิมพ์ย่อย โดยพิมพ์ย่อยนี้จะคล้ายกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 มาก) องค์ครูที่งดงามมากอีกองค์หนึ่ง สภาพผ่านการใช้พอสมควร มองแทบไม่เห็นเส้นสังฆาฏิ วรรณะขาวอมเหลือง เนื้อหนึกนุ่ม มีเม็ดพระธาตุปรากฏให้เห็น มีรอยรูพรุนเข็ม พื้นผนังองค์พระปรากฏรอยหนอนด้นที่เป็นเอกลักษณ์ของเนื้อพระวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงถูกต้องตามตำรา ปรากฏพระกรรณยาวเกือบจรดพระอังสาให้เห็นทั้งสองข้าง ขอบด้านบนกว้างกว่าด้านล่างเป็นลักษณะสอบลง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของพระพิมพ์นี้ (มีทั้งในวัดระฆังฯและวัดบางขุนพรหม) ซุ้มผ่าหวายใหญ่ (พระสมเด็จวัดระฆังฯมักมีซุ้มผ่าหวายขนาดใหญ่) มีคราบรักปรากฏตามหลุมร่องทั่วไปทั้งด้านหน้าและด้านหลังองค์พระ ตัดขอบพอดีกรอบบังคับแม่พิมพ์ มีรอยเว้าด้านขอบบนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์ ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบผสมสังขยา มีรอยปูไต่ (ขอบปริกระเทาะ) ที่แสดงถึงธรรมชาติความเก่า (พระสมเด็จวัดระฆังฯมักปรากฏรอยปูไต่ด้านหลัง) ปรากฏรอยยุบย่นโดยทั่วไป เป็นองค์ต้นแบบที่ดี เพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ ติดตามอ่านบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่คอลัมน์ ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ
ผู้เขียน พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
เพจเฟซบุ๊ก – พระสมเด็จศาสตร์