สำหรับคนไทยที่นิยมห้อยพระเครื่องหรือวัตถุมงคลติดตัว นอกจากจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ในทางโหราศาสตร์และความเชื่อโบราณยังเชื่อกันว่า วัตถุมงคลที่มีพุทธคุณสูงมักมีจิตรับรู้และสามารถส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าให้กับผู้สวมใส่ได้ ปรากฏการณ์หรือ ลางบอกเหตุจากพระเครื่อง ที่มักพบเจอเด่นๆ มีอยู่ 5 ประการ ซึ่งมีความหมายแฝงที่สายมูไม่ควรมองข้าม

เปิดความเชื่อโบราณ “ลางบอกเหตุจากพระเครื่อง” สิ่งศักดิ์สิทธิ์กำลังเตือนอะไร?

1. พระเครื่องแตก หรือ หัก โดยไม่มีสาเหตุ

หนึ่งในลางบอกเหตุที่ทำให้หลายคนตกใจมากที่สุด คือการที่อยู่ๆ องค์พระเนื้อผงเกิดร้าว หรือเนื้อโลหะเกิดหักชำรุด ทั้งที่ไม่ได้ตกหล่นหรือกระแทกกับสิ่งใด โบราณท่านว่าพระเครื่ององค์นั้นได้ “รับเคราะห์ใหญ่แทนเจ้าของ” ไปแล้ว อาจมีอุบัติเหตุรุนแรงหรือสิ่งอัปมงคลพุ่งตรงมาที่ตัวคุณ แต่พุทธคุณขององค์พระได้ช่วยกำบังเอาไว้จนองค์พระแตกหักแทน นอกจากนี้ยังอาจเป็นสัญญาณเตือนให้ระวังภัยร้ายแรงในช่วงนั้นด้วย

2. พระหมอง หรือ เปลี่ยนสี อย่างกะทันหัน

ปรากฏการณ์ที่พระเครื่องที่เคยสุกปลั่ง ใสสะอาด (แม้จะเลี่ยมกรอบกันน้ำอย่างดี) กลับดูหม่นหมอง ดำคล้ำ หรือสีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เป็นสัญญาณเตือนว่าผู้สวมใส่กำลังเข้าสู่ช่วง ดวงตก พลังงานลบหรือสิ่งอัปมงคลรอบตัวกำลังแผ่ขยายเข้ามาครอบงำ หรือเป็นลางบอกเหตุเกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วย จึงควรหันมาสำรวจสุขภาพและใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง

3. สร้อยพระขาด หรือ หลุดจากคอ

ในขณะที่กำลังเดิน เดินทาง หรืออยู่ดีๆ สร้อยพระที่สวมใส่มานาน (และยังแข็งแรงดี) กลับขาดสะบั้น หรือตะขอหลุดจนพระตกลงพื้น ถือเป็น ลางสังหรณ์ เตือนภัยในเรื่องการเดินทาง โบราณาจารย์มักทักว่าหากกำลังจะออกจากบ้านแล้วสร้อยพระขาด ให้หยุดรอสักครู่ หรือหากเลี่ยงได้ควรงดเดินทางไกลในวันนั้น เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุหรือภัยอันตรายระหว่างทาง

4. พระเครื่องหาย หาไม่เจอ แล้วกลับมาเอง

บางครั้งพระเครื่องที่เราวางไว้เป็นที่ระเบียบกลับหายไปเฉยๆ หาอย่างไรก็ไม่พบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะกลับมาวางอยู่ที่เดิมอย่างน่าอัศจรรย์ เชื่อว่าในช่วงที่พระหายไปนั้น ดวงชะตาของคุณอาจจะกำลังดีมากจนไม่ต้องมีสิ่งเกื้อหนุน หรือในอีกทางหนึ่งคือองค์พระท่าน “เสด็จ” ไปโปรดหรือไปดับทุกข์ภัยในที่อื่น และเมื่อหมดวาระจึงกลับมาคุ้มครองเราตามเดิม

5. รู้สึกร้อนวูบวาบเมื่อสวมใส่ หรือ ฝันเห็นองค์พระชำรุด

ลางบอกเหตุทางจิตวิญญาณ เช่น อยู่ๆ รู้สึกร้อนบริเวณหน้าอกที่ห้อยพระอย่างไม่มีสาเหตุ หรือนอนฝันว่าพระเครื่องที่ห้อยคออยู่หักพังทลาย เป็นการเตือนสติล่วงหน้าจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่ากำลังจะเกิดเรื่องขัดแย้ง การถูกหักหลัง หรือมีอุปสรรคเข้ามาในชีวิตการงานและการเงิน ให้ตั้งสติและห้ามประมาทเด็ดขาด

วิธีแก้เคล็ดดวงตก เมื่อเจอสัญญาณเตือนจากพระเครื่อง

หากคุณต้องเผชิญกับลางบอกเหตุเหล่านี้ และรู้สึกไม่สบายใจ สายมูสามารถทำตามวิธีแก้เคล็ดตามหลักโบราณเพื่อเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ดังนี้

  1. อัญเชิญพระที่ชำรุดไปบูชาอย่างเหมาะสม หากพระแตกหัก ห้ามนำไปทิ้งขยะเด็ดขาด ตามความเชื่อควรนำไปถวายไว้ที่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ในวัด หรือเก็บใส่พานบูชาไว้บนหิ้งพระในบ้านเพื่อแสดงความเคารพที่ท่านช่วยรับเคราะห์แทน
  2. ทำบุญโลงศพและปล่อยสัตว์ เน้นการทำบุญโลงศพ ผ้าขาวห่อศพไร้ญาติ หรือการปล่อยชีวิตสัตว์ (เช่น ปลาหน้าเขียง) เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ใหญ่และต่อชะตาชีวิต
  3. สวดมนต์ขอขมาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนบูชาพระ สวดมนต์บทคาถาชินบัญชร หรือคาถาบูชาพระเครื่องที่มีอยู่ พร้อมตั้งจิตขอขมาลาโทษหากเคยทำสิ่งใดล่วงเกิน และขอพรให้แคล้วคลาดปลอดภัย

ปรากฏการณ์ ลางบอกเหตุ จากพระเครื่อง แม้ในมุมหนึ่งจะสามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยทางกายภาพ เช่น สายสร้อยเสื่อมสภาพ หรือคราบเหงื่อทำให้พระหมอง แต่ในมุมของความเชื่อ สิ่งเหล่านี้ถือเป็น “กุศโลบายเตือนสติ” ชั้นดีที่ช่วยให้เราไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต หมั่นทำความดี รักษาศีล 5 เพราะท้ายที่สุดแล้ว พุทธคุณย่อมคุ้มครองผู้ที่ประพฤติตนอยู่ในกรอบของความดีงามเสมอ