นิรนาม แห่งนิตยสาร “พรีเชียส” ได้แบ่งพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม ออกเป็น 3 พิมพ์ทรงย่อย โดยนอกจากพิมพ์ย่อยที่ 3 ที่คล้ายพิมพ์ทรงฐานคู่แล้ว พิมพ์ย่อยที่ 1 จะคล้ายพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 (วัดระฆังฯ มี 4 พิมพ์ทรงย่อย) ส่วนพิมพ์ย่อยที่ 2 นั้นจะเป็นพิมพ์ทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดบางขุนพรหมเอง

มีการกล่าวกันว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 นี้ เป็นพิมพ์ที่ทำให้นักสะสมพระสมเด็จฯมีความอึดอัดมากที่สุดอีกพิมพ์หนึ่ง นิรนาม แห่งนิตยสาร “พรีเชียส” ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส) พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ที่ 1 บางองค์ไม่มีคราบกรุ และผ่านการใช้มาบ้าง จนผิวกรอบของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมได้สึกหรอไป หรือชุ่มเหงื่อจนดูผิวพระอ่อนนุ่ม จะดูเป็นพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ฐานแซม... มีพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม หลายสิบองค์ที่ให้เช่าเป็นพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ฐานแซม...”

...

เชื่อว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักสะสมพระสมเด็จฯมีความอึดอัด ก็เพราะว่า มูลค่าเช่าหาของพระสมเด็จวัดระฆังฯ เมื่อเทียบกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม นั้นต่างกันมาก โดยในบรรดาพระสมเด็จฯคู่ที่มีความคล้ายกันนั้น พระสมเด็จฯคู่นี้ น่าจะมีความพยายามในการย้ายวัดข้ามคลองมากที่สุด กล่าวคือ ย้ายจากฝั่งพระนคร (วัดบางขุนพรหม) ไปอยู่ฝั่งธนบุรี (วัดระฆังฯ) โดยให้เหตุผลต่างๆ นานา ทำให้มีข้อถกเถียงในวงการพระเครื่องในอดีตเป็นอย่างมาก ว่าในบางองค์นั้น แท้จริงแล้วท่านอยู่วัดไหนกันแน่

แนวทางพิจารณาความแตกต่างของพระสมเด็จฯทั้งสองพิมพ์ทรงมาตรฐานดังกล่าว ของผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯแต่ละท่านนั้น ที่ผ่านมามีหลายแนวทาง มีทั้งที่ยึดถือตำหนิพิมพ์ทรงเป็นหลักเพื่อใช้ในการแยกวัด และมีทั้งที่อาจจะมีการผ่อนคลายทางด้านพิมพ์ทรงบ้าง โดยเน้นเรื่องเนื้อหามวลสาร ซึ่งล้วนแล้วแต่มีหลักการพิจารณาที่มาจากประสบการณ์อันยาวนานรองรับ อยู่ที่ว่าใครจะให้น้ำหนักในเรื่องใดมากกว่ากัน

“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เห็นว่า แนวทางพิจารณาสำหรับพระสมเด็จฯบางองค์ที่ดูค่อนข้างยาก โดยเฉพาะในองค์ที่เนื้อจัดมาก ว่าเป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 หรือเป็นพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 กันแน่นั้น สามารถพิจารณาได้จากร่องรอยของกระบวนการสร้างที่มีปรากฏอยู่บนองค์พระได้เช่นกัน โดยอาจจะมีแนวทางดังนี้

ลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งขององค์พระสมเด็จฯที่สามารถนำมาแยกแยะว่าสร้างจากแม่พิมพ์ของวัดระฆังฯหรือวัดบางขุนพรหมได้อย่างค่อนข้างมีน้ำหนัก ก็คือ “ขอบปลิ้น” โดยถ้ามีปรากฏขอบปลิ้นที่ด้านหน้าองค์พระแล้ว อนุมานได้ว่า พระสมเด็จฯองค์นั้นสร้างจากแม่พิมพ์ที่สร้างขึ้นใหม่ (ซึ่งน่าจะแกะจากไม้) เพื่อใช้ในการสร้างพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมเพื่อบรรจุในกรุพระเจดีย์ใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2413 โดยเฉพาะ และหมายถึงว่าพระสมเด็จฯองค์นั้นน่าจะต้องเป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม โดยแทบไม่ต้องไปพิจารณาถึงเรื่องอื่นๆ อย่างไรก็ตาม พระสมเด็จฯบางองค์นั้นมีการตัดขอบค่อนข้างชิด ขอบปลิ้นจึงถูกตัดออกไป ไม่ปรากฏให้เห็น จึงต้องมีการพิจารณาจากลักษณะอื่นๆประกอบด้วย (พระสมเด็จวัดระฆังฯนั้น มักจะไม่ปรากฏขอบปลิ้นที่ด้านหน้า และพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมนั้นมีจำนวนน้อยมากที่ปรากฏขอบปริที่ด้านหลัง ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้อธิบายได้จากการทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการสร้างพระ อ้างอิงจากทฤษฎีการพิจารณา “ขอบปริ ขอบปลิ้น”ที่ “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เคยนำเสนอไปบ้างแล้ว)

...

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ที่ไม่ปรากฏขอบปลิ้นนั้น อาจสร้างมาจากแม่พิมพ์ของวัดระฆังฯ (น่าจะแกะจากหินสบู่ หรือหินอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน) ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งกรรมวิธีการกดพระนั้น ไม่น่าจะทำให้เกิดขอบปลิ้น พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 กรุเก่า (นำออกมาก่อนเปิดกรุครั้งใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2500) องค์ที่เนื้อจัดๆ ที่สร้างจากแม่พิมพ์ประเภทนี้นั้น จะคล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 อย่างมาก

...

แม่พิมพ์ที่ใช้สร้างพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซมนั้น นอกจากใช้แม่พิมพ์ของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงมาตรฐาน (แกะจากหินสบู่ มักแกะด้วยความประณีต แต่เนื่องด้วยพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์นี้มีการสร้างเป็นจำนวนมาก จึงมีหลายบล็อกแม่พิมพ์ที่อาจจะไม่ค่อยประณีตนักเมื่อเทียบกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงอื่น) และแม่พิมพ์ที่มีการแกะขึ้นใหม่ (แกะจากไม้ มักแกะแบบไม่ประณีตนัก หรือแบบหวัด เนื่องจากเร่งรีบแกะเป็นจำนวนมาก) มีความเป็นไปได้เช่นกัน ที่อาจจะมีการแกะแม่พิมพ์พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมที่ทำจากหินสบู่ ที่ค่อนข้างมีความประณีตบรรจง ขึ้นด้วยเช่นกัน เรียกว่าเป็นแม่พิมพ์ประณีตเฉพาะสำหรับ พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม แต่น่าจะมีน้อยมาก เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการสร้างพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมนั้น ต้องการสร้างพระจำนวนมาก ในระยะเวลาที่จำกัด แม่พิมพ์ที่สร้างขึ้นใหม่ส่วนมาก จึงน่าจะทำด้วยความเร่งรีบ มีจำนวนมาก ซึ่งแม่พิมพ์ไม้นั้นเหมาะกับงานลักษณะนี้มากที่สุด อาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือพลายชุมพล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บอกว่า การสร้างพระสมเด็จฯในยุคต่อมาของลูกศิษย์ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตบางรูป เช่น หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหารนั้น มีร่องรอยของการนำแม่พิมพ์ไม้ของวัดบางขุนพรหม มาใช้ในการสร้างพระบางพิมพ์ทรงด้วยเช่นกัน

...

บทส่งท้าย

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 ที่คล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ที่ 1 นี้นับว่าเป็นพระสมเด็จฯที่คล้ายกันอีกหนึ่งคู่ ที่ทำให้เกิดข้อถกเถียงในวงการพระเครื่องมากที่สุดพิมพ์หนึ่งในอดีต สาเหตุมาจากคุณค่านิยมที่มีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างสองวัด แนวทางพิจารณาความแตกต่างของผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านที่ไม่เหมือนกันนั้น ขึ้นอยู่กับการให้น้ำหนักเหตุผลที่มาจากประสบการณ์ในการศึกษาพระสมเด็จฯของแต่ละท่าน แนวทางพิจารณาแยกแยะพระสมเด็จฯตามหลักวิชาการพิสูจน์หลักฐานโดยเน้นเรื่องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่องรอยที่เกิดจากกระบวนการสร้างพระสมเด็จฯ เป็นแนวทางพิจารณาอีกแนวทางหนึ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาเรื่องพระสมเด็จฯด้วยเช่นกัน

“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตส่งท้ายตอนนี้ด้วยการเรียบเรียงองค์ความรู้ในการพิจารณาพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 ที่คล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 มากของนิรนาม เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ดังต่อไปนี้

1. พื้นที่ด้านล่างขององค์พระจะตัดแคบกว่าพื้นที่ด้านบน ทำให้ด้านบนดูผายออก โดยเฉพาะเมื่อคว่ำพระดูจากด้านหลังจะเห็นชัดเจนเลยว่าด้านบนขององค์พระตัดกว้าง และสอบลงมาด้านล่าง บอกได้เลยว่าเป็นพระสมเด็จพิมพ์ฐานแซม เพราะมีอยู่พิมพ์เดียวเท่านั้นที่ตัดเป็นลักษณะพิเศษ (ปรากฏทั้งในของวัดระฆังฯและวัดบางขุนพรหม)

2. ซุ้มครอบแก้วจะหนาใหญ่เหมือนหวายผ่าซีก เหมือนซุ้มครอบแก้วของพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ใหญ่ หรือพิมพ์ฐานแซมพิมพ์ที่ 1

3. ขอบตัดทั้ง 4 ด้าน ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม จะปลิ้นขึ้น (บางองค์อาจปลิ้นแค่บางด้าน) ซึ่งต่างจากของวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม จะเป็นเส้นนูนคล้ายๆ เส้นซุ้มครอบแก้วเส้นเล็กๆ 

4. พระพักตร์เป็นรูปไข่เหมือนพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม โดยมีเส้นพระศอเชื่อมต่อจากคางลงจรดหน้าอก และลาดลงสู่พื้นเป็นลักษณะลำคอ

5. พระกรรณเป็นเอกลักษณ์หรือตำหนิสำคัญ โดยที่พระกรรณด้านขวาองค์พระจะโค้งเป็นรูปเหมือนบายศรี ส่วนบนจะผายออก พระกรรณด้านซ้ายองค์พระจะเป็นเส้นตรงและแนบชิดกับหน้ามากกว่าด้านขวา และยอดของพระกรรณด้านซ้ายองค์พระจะสูงกว่ายอดของพระกรรณด้านขวา โดยศิลปะพระกรรณทั้งซ้ายและขวาจะยาวแผ่วลงมาจรดบ่าขององค์พระ

6. พระกรรณของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม จะติดชัดกว่าพระกรรณของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม ซึ่งส่วนใหญ่จะติดรางๆ เท่านั้น

7. เนื้อบริเวณหัวไหล่ขวาขององค์พระจะหนากว่าเนื้อบริเวณหัวไหล่ซ้ายขององค์พระ 

8. หน้าอกขององค์พระจะผายกว้าง เหมือนพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม

9. เส้นสังฆาฏิในองค์ที่ติดชัดเจนมาก จะเป็นเส้นนูนยาวจรดฝ่ามือ เหมือนพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม

10. พระกรทั้งสองข้างจะทอดลงและกางออกเล็กน้อย โดยพระกรด้านขวาขององค์พระจะโค้งหักศอก ส่วนพระกรด้านซ้ายจะโค้งธรรมดา ศิลปะพระกรทั้งสองข้างจะเหมือนกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม

11. บั้นเอวขององค์พระจะผายออกเล็กน้อย เหมือนพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม

12. รูปหน้าตักกับพระบาทจะไขว้กันเหมือนเลข 8 ในทางแนวนอน ตรงกลางจะยุบลงเล็กน้อย เหมือนพระสมเด็จวัดระฆังฯ

13. เส้นแซมใต้ตักของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม จะลึกและคมชัดกว่าของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม หัวเส้นแซมด้านขวามือองค์พระจะยาวกว่าหัวเข่าเล็กน้อย หัวเส้นแซมด้านซ้ายองค์พระจะสั้นกว่าหัวเข่าองค์พระ

14. เส้นแซมใต้ฐานจะตื้นกว่าเส้นแซมใต้ตัก แต่ก็ยังคงลึกกว่าเส้นแซมใต้ฐานของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม 

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เพจพระสมเด็จศาสตร์ โดย พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ และขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อรูป พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมองค์ครู เพื่อให้ความรู้ และขอขอบคุณท่านเจ้าของพระท่านปัจจุบัน พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 ที่งดงามมากอีกองค์หนึ่ง (นิรนามแบ่งออกเป็น 3 พิมพ์ทรงย่อย โดยพิมพ์ย่อยพิมพ์นี้จะคล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 1 มากที่สุด) พิมพ์ทรงถูกต้องตามตำรา ขอบด้านบนกว้างกว่าขอบด้านล่าง (เป็นลักษณะสอบลงซึ่งมักพบเจอในพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้) พระกรรณติดค่อนข้างชัด (วัดบางขุนพรหมมักติดชัดกว่าวัดระฆังฯ) วรรณะออกเหลืองอ่อน มีคราบขี้กรุปกคลุมโดยทั่วไปทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังองค์พระ เส้นจีวรจะมีลักษณะผายออกไปทางซอกแขนทั้ง 2 ข้าง เส้นหน้าตักจะคล้ายเลขแปดตามแนวนอน (เป็นลักษณะสำคัญของพระสมเด็จฯตระกูลฐานแซม) ขอบพระด้านหน้าไม่ปรากฏขอบปลิ้นชัดเจนนัก ซึ่งขอบปลิ้นมักจะพบในพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบ มีรอยปริตามขอบ คล้ายหลังพระสมเด็จวัดระฆังฯ เป็นองค์ต้นแบบที่ดีเพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ติดตามอ่านบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่คอลัมน์ ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ

ผู้เขียน พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
เพจเฟซบุ๊กพระสมเด็จศาสตร์

อ่านคอลัมน์ ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ เพิ่มเติม