พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงฐานแซมนั้น มีปรากฏอยู่ในทั้งของวัดระฆังโฆสิตาราม และวัดบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส) พระพิมพ์ทรงนี้มีลักษณะเด่นที่เป็นที่มาของชื่อพิมพ์ทรงคือ การมีเส้นแซมอยู่เหนือฐานชั้นที่สอง และเหนือฐานชั้นที่สาม (เส้นใต้ตัก) สำหรับพระสมเด็จวัดระฆังฯนั้น พระพิมพ์ทรงนี้พบเจอได้มากที่สุด ส่วนของวัดบางขุนพรหมนั้นพบเจอได้ไม่น้อยเช่นกันแต่ไม่เท่ากับพิมพ์ทรงเส้นด้ายและพิมพ์ทรงสังฆาฏิ ที่พบเจอได้มากที่สุด
นิรนาม ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯ แห่งนิตยสารพรีเชียส ได้แบ่งพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม ออกเป็น 3 พิมพ์ทรงย่อย โดยพิมพ์ย่อยที่ 1 จะคล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมพิมพ์ย่อยที่ 1 (วัดระฆังฯมี 4 พิมพ์ย่อย) พิมพ์ย่อยที่ 2 จะเป็นพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดบางขุนพรหมโดยเฉพาะ ส่วนพิมพ์ย่อยที่ 3 นั้นเป็นพิมพ์ที่มีลักษณะแบบที่คนโบราณเรียกว่า “อกร่อง หูยาน ฐานแซม” อย่างชัดเจน คือเห็นเป็นเส้นสังฆาฏิที่เป็นร่องลึก ต่างจากพิมพ์ย่อยอีก 2 พิมพ์ที่เป็นลักษณะของเส้นที่นูนออกมาจากองค์พระ พิมพ์ย่อยพิมพ์ที่ 3 นี้ยังมีพระกรรณยาวกว่าอีก 2 พิมพ์ และศิลปะแม่พิมพ์จะคล้ายกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานคู่มากอีกด้วย
โดยถ้าพิจารณาแบบเร็วๆเพื่อแยกพิมพ์ระหว่างพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 3 กับพิมพ์ทรงฐานคู่นั้น อาจดูได้จากสามจุดหลักดังต่อไปนี้คือ
เส้นสังฆาฎิหรือเส้นร่องอก – พิมพ์ทรงฐานแซม ในองค์ที่ติดชัด เส้นร่องอกทั้ง 2 เส้นจะมีลักษณะผายออกไปทางซอกแขนทั้ง 2 ข้าง ส่วนพิมพ์ทรงฐานคู่ เส้นทั้ง 2 เส้นจะวิ่งขึ้นไปชนเส้นอกตรงๆและร่องอกจะเป็นเส้นค่อนข้างตรง ไม่พริ้วเหมือนเส้นร่องอกของพิมพ์ทรงฐานแซม
พระเศียรและพระวรกายโดยรวม – พิมพ์ทรงฐานคู่มักจะมีขนาดเล็กกว่าพิมพ์ทรงฐานแซม
...
เส้นหน้าตัก - พิมพ์ทรงฐานแซมจะคล้ายเลขแปดตามแนวนอน แต่มักไม่ชัดเจนเหมือนพิมพ์ทรงย่อยพิมพ์ที่ 1 กับพิมพ์ที่ 2 (บางตำราบอกว่าเหมือนไม้สากตำข้าวที่เว้าคอดตรงกลาง) ถ้าเป็นพิมพ์ฐานคู่เส้นหน้าตักจะเป็นเส้นตรง
การเว้าคอดตรงกลาง (โดยเฉพาะด้านขอบล่าง) ของเส้นหน้าตัก นี้นั้นถือว่าเป็น ตำหนิสำคัญ หรือ “จุดตาย” จุดหนึ่งในการดูพระสมเด็จฯตระกูลฐานแซม (ทั้งวัดระฆังฯและวัดบางขุนพรหม โดยของวัดบางขุนพรหมจะเว้าใกล้เคียงเลข 8 มากกว่า) โดยเป็นลักษณะของพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซม ที่เป็นแม่แบบในการแกะแม่พิมพ์ พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงฐานแซม (และมีอิทธิพลต่อการแกะแม่พิมพ์ของพิมพ์ทรงฐานคู่ด้วยเช่นกัน) โดยที่มาของการออกแบบพิมพ์ทรง ของพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซมนั้น มาจากพระพุทธรูปสำคัญ ที่มีการนั่งสมาธิแบบขัดเพชร เช่นพระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่, พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานในหอพระพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช, พระนิรันตราย พระพุทธรูปขนาดเล็กที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างขึ้นเพื่อครอบพระพุทธรูปทองคำโบราณองค์เก่าจากเมืองศรีมโหสถ ปราจีนบุรี
“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เคยนำเสนอว่า พระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงฐานแซม (รวมถึงพระสมด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม) นั้น องค์พระจะนั่งแบบขัดสมาธิเพชร ไม่เหมือนกับพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงมาตรฐานพิมพ์ทรงอื่นที่จะนั่งแบบขัดราบทั้งสิ้น สังเกตได้จากรอยคอดเว้าบริเวณใต้พระเพลาตรงกลางที่คล้ายกับการนั่งแบบขัดเพชรที่จะไขว้พระชงฆ์ (แข้ง) และหงายพระบาทขึ้นไปอยู่บนพระชานุ (เข่า) อาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือพลายชุมพล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้อธิบายขยายความด้วยองค์ความรู้เพิ่มเติมที่น่าสนใจในคอลัมน์ ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ ว่าพิมพ์ทรงที่มีการนั่งแบบขัดเพชร หรือพระเพลาขัดเพชรนั้น มีในพิมพ์ทรงอื่นด้วยเช่นกัน โดยอ้างอิงถึงตำราของตรียัมปวาย ที่แยกลักษณะพระเพลาเกศบัวตูมไว้ดังนี้ พิมพ์เขื่อง พระเพลาขัดราบ พิมพ์โปร่ง พระเพลาขัดเพชร พิมพ์สันทัด พระเพลาขัดเพชร พิมพ์ย่อม พระเพลาขัดราบ และพิมพ์เกศบัวเรียว พระเพลาขัดเพชร
จะเห็นได้ว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงที่ 3 ที่มีลักษณะคล้ายกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานคู่มากนั้น ในอดีต ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จฯหลายท่าน ได้จัดให้พระพิมพ์ทรงนี้อยู่ในกลุ่มเดียวกับพิมพ์ทรงฐานคู่ โดยอาจจะมาจากแนวทางพิจารณาที่แตกต่างออกไป อย่างไรก็ตาม “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตเสนอว่า ถ้าอ้างตามทฤษฎีข้างต้นนี้โดยให้น้ำหนักว่า การขัดสมาธิเพชรนั้นเป็นลักษณะเฉพาะของพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงฐานแซมแล้วนั้น องค์ที่ปรากฏรอยคอดเว้าด้านล่างค่อนข้างชัดเจน น่าจะนำไปจัดให้อยู่ในกลุ่มของ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 3 มากกว่าที่จะจัดให้อยู่ในกลุ่มของพิมพ์ทรงฐานคู่ ที่มีลักษณะของเส้นหน้าตักเป็นเส้นตรง
บทส่งท้าย
พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงฐานแซมพิมพ์ทรงมาตรฐานทั้งของวัดระฆังฯและของวัดบางขุนพรหมนั้น มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงอื่น คือการออกแบบพิมพ์ทรงมีที่มาจากพระพุทธรูปสำคัญที่มีการนั่งสมาธิแบบขัดเพชร ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องนี้น่าจะนำไปสู่การทำความเข้าใจในเรื่องพิมพ์ทรงของพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้ได้อย่างรวดเร็วขึ้น
...
“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตส่งท้ายตอนนี้ด้วยการเรียบเรียงองค์ความรู้ในการพิจารณาพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ย่อยที่ 3 ที่คล้ายกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานคู่มาก ของ นิรนาม เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ดังต่อไปนี้
1. เส้นขอบรอยตัดด้านบนขององค์พระสมเด็จจะกว้างกว่าเส้นขอบรอยตัดด้านล่าง ขององค์พระสมเด็จ
2. เส้นขอบแม่พิมพ์ทั้ง 4 ด้านจะนูนชัดกว่าพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม (วัดใหม่อมตรส) พิม์ฐานแซม พิมพ์ที่ 1 และพิมพ์ที่ 2
3. ซุ้มครอบแก้วจะเรียวเล็กกว่าซุ้มครอบแก้วของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ที่ 1 และพิมพ์ที่ 2
4. พระเกศจะเรียวยาวจรดซุ้มครอบแก้วเหมือนปลียอดพระเจดีย์
5. พระพักตร์เป็นรูปไข่ผ่าซีก
6. พระกรรณด้านขวาเป็นเส้นตรง จะอยู่สูงกว่าพระกรรณด้านซ้าย และจะยาวกว่าพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ที่ 1 และพิมพ์ที่ 2
7. พระกรรณด้านซ้ายจะเป็นเส้นตรงและจะยาวกว่าพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ที่ 1 และพิมพ์ที่ 2
8. ช่วงระหว่างพระพักตร์กับพระอุระจะยาวกว่าพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซมทุกพิมพ์และมีเส้นบางๆ เหมือนศิลปะลำคอ
9. เส้นจีวรเป็นร่องลึก เรียกว่า “อกร่อง” ลักษณะคล้ายกับพิมพ์ฐานคู่
10. เส้นหน้าอกจะผายไปต่อกับพระกรทั้ง 2 ข้าง
11. รูปหน้าตักขององค์พระจะเป็นรูปเลขแปด ตามแนวนอน (พิมพ์ย่อยที่ 3 อาจไม่ชัดเจนเหมือนพิมพ์ที่ย่อยที่ 1 และ 2)
12. พระบาทขวาจะทับพระบาทซ้าย
13. เส้นแซมเส้นที่ 2 หรือเส้นแซมใต้ตัก จะมีลักษณะใหญ่เล็กใกล้เคียงกับฐานชั้นที่ 3
14. เส้นแซมชั้นที่ 1 จะมีลักษณะใหญ่เล็กเกือบเท่าเส้นฐานชั้นที่ 2
...
15. รอยตัดของหัวฐานชั้นที่ 1 ทางด้านขวามือขององค์พระจะมีลักษณะป้าน
16. รอยตัดของหัวฐานชั้นที่ 1 ทางด้านซ้ายมือองค์พระจะมีลักษณะเฉียงปลายแหลมลงสู่ด้านล่าง
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจ พระสมเด็จศาสตร์ โดย พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ และขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อรูป พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมองค์ครู เพื่อให้ความรู้ และขอขอบคุณท่านเจ้าของพระท่านปัจจุบัน พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม พิมพ์ทรงย่อยที่ 3 ที่งดงามมากอีกองค์หนึ่ง (นิรนามแบ่งออกเป็น 3 พิมพ์ทรงย่อย โดยพิมพ์ย่อยพิมพ์นี้จะคล้ายกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ มากที่สุด) พิมพ์ทรงถูกต้องตามตำรา มีความคมลึก วรรณะออกน้ำตาล มีคราบขี้กรุปกคลุมโดยทั่วไปทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังองค์พระ เส้นจีวรจะมีลักษณะผายออกไปทางซอกแขนทั้ง 2 ข้าง (ถ้าเป็นพิมพ์ฐานคู่วัดบางขุนพรหม เส้นจีวรทั้ง 2 เส้นจะวิ่งขึ้นไปชนเส้นอกตรงๆ และพระเศียรและพระวรกายโดยรวมจะมีขนาดเล็กกว่าพิมพ์ฐานแซม) เส้นหน้าตักจะคล้ายเลขแปดตามแนวนอน (ถ้าเป็นพิมพ์ฐานคู่ จะเป็นเส้นตรง) ขอบพระด้านหน้าไม่ปรากฏขอบปลิ้นชัดเจนนัก อาจเกิดจากการตัดชิด ซึ่งขอบปลิ้นมักจะพบในพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบ มีคราบขี้กรุปกคลุมหนาเป็นลักษณะผสมผสานของคราบดินในกรุ ขี้กรุเม็ดทราย และขี้กรุฟองเต้าหู้ ด้านหน้าเห็นรอยขอบปลิ้นเล็กน้อยด้านซ้ายมือองค์พระ ซึ่งขอบปลิ้นมักจะพบในพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม เป็นองค์ต้นแบบที่ดีเพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ติดตามอ่านบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่ คอลัมน์ ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ
ผู้เขียน พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
เพจเฟซบุ๊ก – พระสมเด็จศาสตร์
...