การบูชาและแขวนพระเครื่อง ถือเป็นขนบธรรมเนียมและที่พึ่งทางใจที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างช้านาน ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของพุทธพาณิชย์หรือความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญะของการระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ เพื่อเตือนสติให้ผู้บูชาประพฤติตนอยู่ในกรอบของความดีงาม
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นบูชา หรือได้รับพระเครื่องมาใหม่ หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยว่าการนำ "พระเครื่องขึ้นคอครั้งแรก" มีขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติตามความเชื่อดั้งเดิมอย่างไรบ้าง ไทยรัฐออนไลน์แนะนำขั้นตอนวิธีอาราธนาพระเครื่อง เพื่อให้ผู้ศรัทธาสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเกิดความสบายใจสูงสุด
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนนำพระเครื่องขึ้นคอครั้งแรก
ตามคติความเชื่อโบราณ การจะอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือพระเครื่องมาประดิดประดอยไว้กับตัว ควรเริ่มจากการทำกายและใจให้สะอาดบริสุทธิ์ โดยมีขั้นตอนหลักที่นิยมปฏิบัติกันดังนี้
- ชำระร่างกายและทำจิตใจให้สงบ ควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด สวมใส่เสื้อผ้าที่สุภาพเรียบร้อย และทำจิตใจให้เป็นสมาธิ นิ่ง สงบ ไม่ฟุ้งซ่าน
- จัดเตรียมสถานที่และของบูชา นำพระเครื่องวางไว้บนพานหรือศาสนวัตถุที่เหมาะสมเบื้องหน้าโต๊ะหมู่บูชา หรือพระประธานในบ้าน หากสะดวกสามารถจัดเตรียมดอกไม้ (นิยมดอกมะลิหรือดอกบัว) น้ำสะอาด 1 แก้ว รวมถึงธูปเทียนตามความเหมาะสม เพื่อเป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงสุด
วิธีอาราธนาพระเครื่อง และบทสวดบูชาพุทธคุณ
เมื่อจัดเตรียมสิ่งของและตั้งจิตอธิษฐานเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการกล่าว บทสวดอาราธนาพระ เพื่อเป็นการอัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและบารมีของครูบาอาจารย์ผู้สร้างสรรค์พระเครื่ององค์นั้นๆ ให้มาแผ่เมตตาคุ้มครองรักษา โดยมีลำดับบทสวดดังต่อไปนี้
...
ขั้นตอนที่ 1 ตั้งนะโม 3 จบ
(เพื่อเป็นการแสดงความนอบน้อมต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า)
"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ" (สวด 3 จบ)
ขั้นตอนที่ 2 บทอาราธนาพระเครื่อง
"กะตาธิการัสสะ จะ พุทธะเสฏฐัสสะ, สรรพะอันตะรายะนิวารณัตถายะ, อาราธะนัง กะโรมิ"
หรือสามารถใช้ บทอาราธนาภาษาไทย (อย่างย่อ) ที่นิยมสวดกันในปัจจุบัน ดังนี้
"โตสิตัง ตัสสะ ภะคะวะโต อาราธะนัง กะโรมิ, พุทธัง อาราธะนานัง, ธัมมัง อาราธะนานัง, สังฆัง อาราธะนานัง"
หลังจากนั้นให้กราบระลึกถึงพุทธคุณ พร้อมกล่าวขอพรตามความปรารถนาที่เป็นสัมมาอาชีพ
สิ่งสำคัญที่สุดในการแขวนพระเครื่องขึ้นคอครั้งแรกไม่ใช่เพียงแค่พิธีกรรมภายนอก แต่คือ "มานุษยพยายาม" และการรักษาศีล 5 ของผู้สวมใส่ พระเครื่องจะส่งผลคุ้มครองและเป็นที่พึ่งทางใจได้ดีที่สุดเมื่อตัวผู้บูชามีความตั้งใจจริงในการละเว้นความชั่ว กระทำความดี และประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งถือเป็นการบูชาที่แท้จริงตามหลักแก่นแท้ของศาสนา