พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงสังฆาฏิ นั้นถือว่าเป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมที่ถูกพบเจอมากที่สุดพอๆกับพิมพ์ทรงเส้นด้าย  ที่มาของชื่อพิมพ์ทรง “สังฆาฏิ” นั้นมาจากเส้นนูนสองเส้นคู่กันคล้ายเส้นสังฆาฏิที่เห็นเป็นร่องลึกคมชัด วิ่งตั้งแต่ยอดพระอุระลงมาจรดพระหัตถ์ “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เห็นว่าพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงนี้ ได้รับอิทธิพลในการออกแบบมาจากคติการสร้างแบบทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาด้วยเช่นกัน โดยลักษณะของเส้นสังฆาฏินั้นยังคล้ายกับโครงพระวรกายที่ซูบผอม เป็นลักษณะที่คล้ายคลึงกับพระสมเด็จวัดเกศไชโย จังหวัดอ่างทอง ที่สร้างโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ด้วยเช่นกัน 

นิรนาม แห่งนิตยสารพรีเชียส ได้แบ่งพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงสังฆาฏิ ออกเป็น 4 พิมพ์ทรงย่อย ดังต่อไปนี้ 

พิมพ์ใหญ่ เป็นพิมพ์ทรงที่พบเจอได้ยากกว่าพิมพ์ย่อยอื่นๆ องค์พระจะค่อนข้างหนา มีความล่ำสันสง่างาม เค้าโครงพิมพ์มีความใกล้เคียงกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ มากกว่าพิมพ์ย่อยพิมพ์อื่น

พิมพ์ไหล่ตรง เป็นพิมพ์ทรงที่พบเจอได้มากที่สุด บ่าและไหล่กับยอดพระอุระจะขนานกันเป็นเส้นตรงอันเป็นที่มาของพระนามท่านว่า “พิมพ์ไหล่ตรง”

พิมพ์แขนกลมหรือพิมพ์สังฆาฏิ-เกศบัวตูม (ฏิ-ตูม) มีเค้าโครงศิลปะแม่พิมพ์ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างพิมพ์ทรงสังฆาฏิ และพิมพ์ทรงเกศบัวตูม พิมพ์เล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงเกศบัวตูม พิมพ์เล็ก ที่กดพิมพ์ไม่ลึกนักจะคล้ายกับพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงสังฆาฏิมาก (นิรนามแบ่งพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เกศบัวตูม ออกเป็น 3 พิมพ์ย่อย คือ พิมพ์ฐานสิงห์แคบ, พิมพ์ใหญ่ประทับนั่งห้อยพระบาท, พิมพ์เล็ก โดยที่พิมพ์เล็กจะพบเจอได้น้อยมาก)  

...

พิมพ์หูช้าง เป็นแม่พิมพ์ที่พระกรรณจะปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดที่สุด นิรนามบอกว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงสังฆาฏิ ทุกพิมพ์ทรงย่อยนั้นจะมีพระกรรณ เพียงแต่องค์ที่ติดไม่ชัดจะไม่เห็น ส่วนพิมพ์ทรงหูช้าง ที่เห็นหูชัดเจนนั้นจะมีลักษณะของใบหูที่แตกต่างออกไปคือมีหูห่างออกจากพระเศียรองค์พระ (ปัจจุบันมีผู้นิยมแบ่งพิมพ์ทรงย่อยออกเป็น 2 แบบ คือ แบบมีหู (หูช้าง) และแบบไม่มีหู ไว้ด้วยเช่นกัน โดยที่พิมพ์แบบไม่มีหูนั้น อาจหมายถึงอีกสามพิมพ์ทรงย่อยคือ พิมพ์ใหญ่, พิมพ์ไหล่ตรง, พิมพ์แขนกลมหรือพิมพ์ฏิ-ตูม)

นิรนาม ได้พูดถึงเอกลักษณ์เฉพาะของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงนี้ด้วยว่า “พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์อื่นๆหากเป็นพระที่ผ่านการใช้หรือผ่านการเสียดสี ผิวขององค์พระสมเด็จจะออกเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลและขึ้นเป็นเงามันเป็นประกาย แต่สำหรับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ ที่ผ่านการใช้หรือผ่านการเสียดสี ผิวและสีสันขององค์พระสมเด็จจะมีกระสายออกไปทางสีเขียวอ่อนๆเหมือนก้านดอกมะลิ เอกลักษณ์นี้จะเป็นเฉพาะพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิเท่านั้น” 

จากปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” อนุมานว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงสังฆาฏิ ที่เป็นพิมพ์ทรงที่พบเจอมากที่สุดของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพอๆกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้ายนั้น เป็นพิมพ์ทรงที่พระทั้งหมดถูกสร้างในวาระและเวลาเดียวกัน จากมวลสารส่วนผสมชุดเดียวกัน และน่าจะมีองค์ประกอบมวลสารบางอย่างที่มีลักษณะเฉพาะซึ่งแตกต่างไปจากมวลสารของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงอื่นๆ และเมื่อพิจารณาถึงพิมพ์ทรงย่อยพิมพ์หนึ่งในพิมพ์ทรงนี้คือพิมพ์ทรงฏิ-ตูม แล้วมีความเป็นไปได้ว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงเกศบัวตูมที่แกะล้อพิมพ์วัดระฆังฯนั้นน่าจะมีการแกะแม่พิมพ์และสร้างพระก่อนแม่พิมพ์สังฆาฏิ และน่าจะหมายถึงว่าแม่พิมพ์วัดบางขุนพรหมที่แกะล้อแม่พิมพ์วัดระฆังฯ อีก 4 พิมพ์ทรงที่เหลือ (พิมพ์ทรงใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ปรกโพธิ์) นั้นมีการแกะแม่พิมพ์และสร้างพระก่อนแม่พิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดบางขุนพรหมเอง คือ พิมพ์ทรงเส้นด้าย พิมพ์ทรงสังฆาฏิ (กลุ่มพิมพ์ทรงมาตรฐาน) เช่นกัน และยังเป็นไปได้ว่าจะเป็น 2 แม่พิมพ์สุดท้ายของวัดบางขุนพรหมที่มีการสร้างขึ้นมา จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ 2 แม่พิมพ์นี้มีการสร้างเป็นจำนวนมากที่สุดอีกด้วย เพื่อให้ครบจำนวน 84,000 องค์ ตามคติการสร้างเท่าจำนวนพระธรรมขันธ์

กรณีของพิมพ์ทรงฐานคู่นั้นน่าจะแกะแม่พิมพ์พร้อมพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงฐานแซม ส่วนพิมพ์ทรงอกครุฑเศียรบาตร นั้น มีความเป็นไปได้ว่ามีการสร้างแม่พิมพ์บางส่วนไว้ตั้งแต่คราวสร้างแม่พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังฯและอาจมีการสร้างแม่พิมพ์เพิ่มเติมในภายหลังเพื่อใช้สร้างพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมที่ต้องการสร้างเป็นจำนวนมาก

สำหรับพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงไสยาสน์นั้น ตำรา “พระพิมพ์เครื่องรางกับพระพุทธรูปบูชา” ของ ร.อ.หลวงบรรณยุทธชำนาญ (สวัสดิ์ นาคะสิริ) ได้กล่าวไว้ว่า “พระสมเด็จพุฒาจารย์ กรุวัดบางขุนพรหมบรรจุในกรุเหมือนกัน แม้แต่ยังไม่เปิดกรุ ก็มีผู้นำขึ้นมาได้ (ตกเอา) เป็นจำนวนมาก...สมเด็จฯ ที่มิได้บรรจุกรุมีมากทำแล้วแจกไปทีเดียว เรื่องพระสมเด็จพุฒาจารย์มีมากมายหลายชนิด เนื้อก็มีต่างๆ กัน มีทั้งนั่ง ทั้งยืน ทั้งนอน เหลือที่จะบันทึกลงไว้ให้หมดได้ ขอให้ผู้สนใจจงพิจารณาต่อเอาเองเถิด” ปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญพระเครื่องฯยุคใหม่จำนวนไม่น้อยยอมรับกันว่าพระพิมพ์นี้นั้นมีทั้งของวัดระฆังฯและวัดบางขุนพรหม แม่พิมพ์พระพิมพ์นี้นั้นน่าจะมีการแกะมาตั้งแต่เมื่อมีการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงมาตรฐานด้วยเช่นกัน

...

บทส่งท้าย

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงสังฆาฏินั้น นิรนาม ได้แบ่งเป็น 4 พิมพ์ย่อย พิมพ์ทรงที่ดูยากที่สุดเนื่องจากคล้ายกับพิมพ์ทรงเกศบัวตูม คือพิมพ์ทรงแขนกลม หรือ ฏิ-ตูม สำหรับลักษณะของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์นี้นั้น พุทธลักษณะของวงพระกรทั้งสองข้าง จะมีลักษณะกลมคล้ายเส้นขนมจีนที่วางติดกับพื้นขององค์พระสมเด็จ โดยที่พระพิมพ์นี้จะคาบเกี่ยวมีความคล้ายคลึงกันระหว่างพิมพ์สังฆาฏิและพิมพ์เกศบัวตูม ของวัดบางขุนพรหม คือแม่พิมพ์จะจัดอยู่ในกลุ่มพิมพ์สังฆาฏิโดยเมื่อพิจารณาจากเส้นซุ้มครอบแก้วที่จะหนาใหญ่ พระวรกายและฐานทั้งสามชั้นที่ล่ำสัน และยังมีเส้นสังฆาฏิที่วิ่งจากยอดพระอุระมาจรดฝ่าพระหัตถ์ แต่เค้าโครงพิมพ์โดยรวมนั้น พระจะมีลักษณะย่อตัว (ต้อ) คล้ายกับกลุ่มพิมพ์ทรงเกศบัวตูม หรือพิมพ์ทรงเจดีย์บางพิมพ์ย่อย อาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือ พลายชุมพล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บอกว่า พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงสังฆาฏินั้นมีที่มาจากพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงเจดีย์ ด้วยเช่นกัน

“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตส่งท้ายตอนนี้ ด้วยแนวทางพิจารณา พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เกศบัวตูม พิมพ์แขนกลมหรือพิมพ์ฏิ-ตูม ของนิรนาม เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ดังต่อไปนี้ 

...

1. ซุ้มเรือนแก้วจะหนาคล้ายพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เกศบัวตูม

2. องค์พระจะล่ำสันคล้ายพิมพ์เกศบัวตูม

3. พระเกศจะป้อมและจะสั้นกว่าพิมพ์สังฆาฎิพิมพ์อื่นๆ

4. พระพักตร์จะใหญ่เป็นรูปไข่ผ่าซีก

5. ในองค์ที่กดแม่พิมพ์ชัดๆ จะปรากฏพระกรรณทั้งสองข้าง เป็นลักษณะโค้งเรียวยาว 

6. วงแขนและเส้นแขนจะกลมคล้ายเส้นขนมจีน ซึ่งเป็นที่มาของพระนามของแม่พิมพ์แขนกลม

7. เส้นสังฆาฏิจะยาวเริ่มจากพระอุระลงมาจรดฝ่าพระหัตถ์

8. ในองค์ที่ติดชัดจะเห็นเรียวพระบาท

9. ฐานทั้ง 3 ชั้นจะเป็นแท่งโต

10. ปลายฐานชั้นที่หนึ่งทั้งซ้ายและขวา ตัดตรงเป็นสี่เหลี่ยมทึบตัน  

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจ พระสมเด็จศาสตร์ โดย พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ และขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อรูปพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมองค์ครู เพื่อให้ความรู้ และขอขอบคุณท่านเจ้าของพระท่านปัจจุบัน พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงสังฆาฏิ พิมพ์ย่อยแขนกลมหรือพิมพ์ฏิ-ตูม ที่งดงามมากองค์หนึ่ง พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงสังฆาฏิเป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ที่พบมากที่สุด พอๆ กับพิมพ์ทรงเส้นด้าย มีขี้กรุบางๆทั้งด้านหน้าและด้านหลังองค์พระ มีวรรณะน้ำตาล พิมพ์ทรงถูกต้องตามตำรา วงแขนจะค่อนข้างกลมที่เป็นเอกลักษณ์ของพิมพ์ย่อยนี้ องค์พระค่อนข้างล่ำสัน มีลักษณะผสมผสานระหว่างพิมพ์ทรงเกศบัวตูมและสังฆาฏิ มีความคมชัดกดเต็มพิมพ์ ปรากฏขอบปลิ้นขนาดเล็กทั้ง 4 ด้าน ซึ่งขอบปลิ้นมักจะพบในพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบเป็นลอนเล็กน้อย ซึ่งหลังเรียบเป็นลักษณะของหลังส่วนใหญ่ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ตัดขอบพอดี เป็นองค์ต้นแบบที่ดี เพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม

...

ผู้เขียน พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
เพจเฟซบุ๊กพระสมเด็จศาสตร์

อ่านคอลัมน์ ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ เพิ่มเติม