ธรรมเนียมการเล่นหาพระสมเด็จฯแต่โบราณ มักมีการกล่าวถึงพระสมเด็จฯสามพิมพ์นิยม ที่มีการนำมาบูชาร่วมกันเพื่อความเป็นศิริมงคล หรือที่เรียกกันว่า “ใหญ่ ได้ ดี” โดยมีที่มาจากชื่อพิมพ์ทรงพระที่สื่อถึงความหมายที่ดีงาม โดยที่ “ใหญ่” นั้นหมายถึง พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงใหญ่ (มีทั้งของวัดระฆังฯและวัดบางขุนพรหม) คำว่า “ได้” หมายถึง พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงเส้นด้าย (มีเฉพาะของวัดบางขุนพรหม) ส่วนคำว่า “ดี” นั้นหมายถึงพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงเจดีย์ (มีทั้งของวัดระฆังฯและวัดบางขุนพรหม)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงเส้นด้าย ที่มีความสำคัญถูกจัดให้เป็นหนึ่งในพระสมเด็จฯชุด “ใหญ่ ได้ ดี” นั้น เป็นพิมพ์ทรงที่พบเจอมากที่สุดพอๆกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงสังฆาฏิ ในบรรดาพระสมเด็จฯที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตได้มีการสร้างขึ้นมา ในขณะที่พระสมเด็จฯพิมพ์ทรงปรกโพธิ์ (ทั้งของวัดระฆังฯและวัดบางขุนพรหม) เป็นพิมพ์ทรงที่พบเจอได้น้อยที่สุด สำหรับพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงเกศบัวตูม ของทั้งสองวัดนั้น เป็นพิมพ์ทรงที่พบเจอได้น้อยที่สุดรองลงมา (ถ้าไม่นับพิมพ์ทรงไสยาสน์)
น่าสนใจว่าเหตุใดพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงเส้นด้าย จึงเป็นพิมพ์ทรงที่พบเจอเป็นจำนวนมากที่สุดพอๆกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงสังฆาฏิ ทั้งกรุเก่า (ถูกนำออกจากกรุพระเจดีย์ใหญ่ วัดใหม่อมตรส ก่อนปี พ.ศ. 2500) และกรุใหม่ (พบเมื่อคราวเปิดกรุพระเจดีย์ใหญ่ พ.ศ.2500) “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เห็นว่าที่เป็นเช่นนี้นั้นส่วนหนึ่งเกิดมาจากลักษณะของแม่พิมพ์ที่เส้นสายมีความซับซ้อนน้อยเมื่อเทียบกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงอื่นๆ มีการแกะแม่พิมพ์ออกมาเป็นจำนวนมากเนื่องจากแกะได้เร็ว มีหลายบล็อกพิมพ์ทรงย่อยเมื่อเทียบกับพิมพ์ทรงอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิมพ์ทรงเส้นด้าย ทำให้มีการสร้างพระออกมาเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน
...
นิรนาม แห่งนิตยสาร พรีเชียส ของผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ได้แบ่งพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้าย (หรือฐานเส้นด้าย) ไว้เป็น 7 พิมพ์ทรงย่อยดังต่อไปนี้ 1.พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ - คล้ายพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ตื้น ค่อนข้างมาก) 2. พิมพ์หูบายศรี 3. พิมพ์ฐานแคบ 4. พิมพ์แขนกลมเกศยาว 5. พิมพ์แขนบ่วง 6. พิมพ์แขนกว้าง 7. พิมพ์อกตัววี โดยที่พิมพ์ทรงย่อยทั้ง 7 พิมพ์ทรง มีคุณลักษณะบางประการที่เหมือนกันดังนี้ เส้นขอบของแม่พิมพ์ทั้ง 4 ด้านจะนูนและปลิ้นขึ้นมา (ยกเว้นกรณีตัดชิดจะมองไม่เห็น), พื้นขององค์พระบริเวณด้านนอกซุ้มครอบแก้วจะสูงกว่าด้านในซุ้มครอบแก้ว, หัวเข่าด้านซ้ายขององค์พระจะนูนสูงกว่าหัวเข่าด้านขวา, หัวฐานชั้นที่สามด้านซ้ายขององค์พระจะต่ำกว่าหัวเข่าด้านซ้ายขององค์พระ, หัวฐานชั้นที่สามด้านขวาขององค์พระจะต่ำกว่าหัวฐานชั้นที่สามด้านซ้าย และจะต่ำกว่าหัวเข่าด้านขวาขององค์พระหรือเสมอกัน, หัวฐานชั้นที่สอง ทั้งด้านซ้ายและขวา จะไม่มีหัวฐานสิงห์, หัวฐานชั้นที่หนึ่งจะมีเส้นนูนที่ขอบของหัวฐาน (ยกเว้นเฉพาะพิมพ์เส้นด้ายใหญ่เท่านั้น ที่ฐานชั้นที่หนึ่งจะเป็นแท่งเหมือนพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่)
นิรนาม เน้นด้วยว่า “ถ้าสังเกตให้ดี เนื่องจากเข่าด้านซ้ายขององค์พระประธานสูงขึ้น และสูงกว่าหัวฐานชั้นที่สามด้านซ้าย อีกทั้งเข่าด้านขวาขององค์พระประธานจะยุบต่ำกว่าหัวฐานชั้นที่สามด้านขวามือ จึงเห็นศิลปะของพุทธลักษณะขององค์พระประธานประทับเอียงด้านซ้าย (ด้านขวาองค์พระ) ตะแคงออกมาเล็กน้อย” จากข้อเท็จจริงอันนี้ “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เห็นว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพหรม พิมพ์ทรงเส้นด้ายตามแบบพิมพ์ทรงมาตรฐานเหล่านี้นั้น เป็นแม่พิมพ์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ในช่วงปี พ.ศ. 2411 - พ.ศ. 2413 เพื่อใช้ในการสร้างพระสมเด็จฯบรรจุในพระเจดีย์ใหญ่ โดยที่พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมนั้นตำราที่น่าเชื่อถือบอกว่า ส่วนใหญ่เป็นการแกะแม่พิมพ์ขึ้นมาใหม่ โดยใช้แม่พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังฯเป็นแม่แบบ จะเห็นได้ว่าในการแกะแม่พิมพ์พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงเส้นด้ายนี้ การที่พระมีลักษณะของการตะแคงไปทางด้านขวามือองค์พระนั้น แสดงให้เห็นถึงการได้รับอิทธิพลในการออกแบบแม่พิมพ์มาจากพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ทรงใหญ่ (แกะแม่พิมพ์โดยช่างทองหลวง) เหมือนกับการแกะแม่พิมพ์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงใหญ่ ที่ได้รับอิทธิพลดังกล่าวมาด้วยเช่นกัน (อาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือพลายชุมพล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ให้ความรู้ในเรื่องนี้ว่า พิมพ์ใหญ่ กลายเป็นพิมพ์เส้นด้าย พิมพ์ทรงเจดีย์ กลายเป็นพิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์ฐานแซม กลายเป็นฐานคู่) โดยถ้าว่าตามทฤษฎี “การผ่อนคลายทางพิมพ์ทรง” ที่เคยนำเสนอไปบ้างแล้ว “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตเสนอว่า ถ้าไล่เลียงลักษณะของพิมพ์ทรงที่มีการแกะล้อพิมพ์ทรงของพระสมเด็จวัดระฆังฯพิมพ์ใหญ่ (แม่แบบ) ที่มีการผ่อนคลายทางพิมพ์ทรงน้อย (ใกล้เคียงแม่แบบมาก) ไปสู่การผ่อนคลายทางพิมพ์ทรงมาก (ใกล้เคียงแม่แบบน้อย) จะสามารถไล่เลียงได้ดังนี้ พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ลึกมีเส้นแซมใต้ตัก, พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ลึก, พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ตื้น, พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่, พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายพิมพ์ย่อยอื่นๆ ตามลำดับ
...
บทส่งท้าย
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้าย นั้นถือว่าเป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ที่มีความสำคัญที่ถูกจัดอยู่ในพระสมเด็จฯชุด “ใหญ่ ได้ ดี” ร่วมกับพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงใหญ่ และพระสมเด็จฯพิมพ์ทรงเจดีย์ และยังเป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมที่มีโอกาสพบเจอมากที่สุดด้วยเช่นเดียวกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ทรงสังฆาฏิ “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตส่งท้ายตอนนี้ด้วยการเรียบเรียงแนวทางพิจารณา พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้าย พิมพ์ใหญ่ หรือ พิมพ์ทรงเส้นด้ายใหญ่ ที่มีผู้กล่าวว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับ พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ตื้น ค่อนข้างมาก มานำเสนอเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาดังต่อไปนี้
1. รูปพระพักตร์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้ายใหญ่ จะคล้ายคลึงกับรูปพระพักตร์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ตื้น
2. พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ ศิลปะขององค์พระจะไม่มีหู
3. หัวไหล่ด้านซ้ายมือขององค์พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ ที่เชื่อมกับต้นแขนซ้าย จะมีรอยยุบ ไม่นูนเด่นเหมือนหัวไหล่ด้านขวาขององค์พระ
4. แขนทั้งสองข้างของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ จะโค้งเล็กน้อยและหักศอก
5. รูปหน้าตักขององค์พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ จะมีเนื้อนูนขึ้นอย่างเด่นชัดที่หน้าตัก และตรงข้อศอกซ้ายมือขององค์พระจะมีรอยเส้นจีวรเชื่อมต่อถึงโคนหน้าตัก ลักษณะเช่นนี้จะไม่ปรากฏในพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ นอกจากพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ลึกมีเส้นแซมใต้ตัก เท่านั้นที่มีเส้นจีวรพาดลงมาเชื่อมกับหน้าตัก
6. หัวเข่าด้านซ้ายมือขององค์พระจะนูนสูงกว่าหัวฐานชั้นที่ 3 (นับจากด้านล่าง) ค่อนข้างมาก
...
7. หัวเข่าด้านขวามือขององค์พระและหัวฐานชั้นที่สาม ด้านขวามือ ความสูงต่ำจะไม่เหลื่อมล้ำกันมากนัก
8. พื้นผนังในซอกฐานพระทั้งสามชั้นของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ จะนูนลาดขึ้นรองรับเส้นนูนของฐานทั้งสามชั้น แต่จะเป็นลักษณะเอียงลาดขึ้นน้อยๆ โดยให้เปรียบเทียบความเอียงลาดของบริเวณดังกล่าวกับพื้นด้านในของซุ้มครอบแก้ว ซึ่งพื้นในบริเวณระหว่างฐานแต่ละชั้นจะสูงกว่าพื้นในซุ้มครอบแก้ว (คล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์เกศบัวตูม)
9. พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ ฐานชั้นที่สองที่ปลายฐานทั้งสองข้างจะไม่มีหัวสิงห์รองรับ ซึ่งต่างกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ ที่หัวฐานชั้นที่ 2 ทั้งสองข้างจะมีหัวสิงห์รองรับ
10. พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ พุทธลักษณะขององค์พระจะประทับนั่งหันพระพักตร์มาทางขวามือ ทำมุมประมาณ 15 องศาดูประหนึ่งว่าองค์พระจะประทับบิดไปทางขวามือขององค์พระเล็กน้อย ในขณะที่ฐานขององค์พระทั้งสามขั้นอยู่ในลักษณะตรง ทำให้หน้าตักด้านซ้ายมือองค์พระจะดูสูงกว่าหัวฐานด้านซ้ายมือองค์พระ ในขณะที่หน้าตักด้านขวามือองค์พระจะดูเหมือนต่ำกว่าหัวฐานด้านขวามือเช่นกัน
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจ พระสมเด็จศาสตร์ โดย พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ และขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อรูป พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมองค์ครู เพื่อให้ความรู้ และขอขอบคุณท่านเจ้าของพระท่านปัจจุบัน พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ ที่งดงามมากอีกองค์หนึ่ง พิมพ์ทรงถูกต้องตามตำรา สังเกตเห็นหัวเข่าด้านซ้ายมือขององค์พระจะนูนสูงมากและหัวไหล่ด้านซ้ายมือขององค์พระจะยุบตัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของพิมพ์ทรงย่อยพิมพ์นี้ หัวฐานชั้นที่สองทั้งสองด้านไม่ปรากฏลักษณะของหัวสิงห์ ซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่างจากพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ตื้น มีวรรณะออกน้ำตาลอ่อน มีคราบขี้กรุปกคลุมทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังองค์พระ ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบ ด้านหน้าเห็นรอยขอบนูนเป็นสันขึ้นเล็กน้อยบริเวณเส้นกรอบบังคับพิมพ์ทางด้านซ้ายมือองค์พระ เป็นองค์ต้นแบบที่ดีเพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม ติดตามอ่านบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่ คอลัมน์ ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ
...
ผู้เขียน พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
เพจเฟซบุ๊ก – พระสมเด็จศาสตร์